
หัวข้อ: ไร..สัตว์ตัวเล็กที่คนเลี้ยงสัตว์ต้องเจอ..และวิธีกำจัดอย่างปลอดภัย +p เริ่มหัวข้อโดย: nongtop ที่ มกราคม 07, 2018, 11:22:39 am หากอ่านบทความไม่พอดีกับจอมือถือ คลิ๊ก!!ดูเนื้อหาเกี่ยวข้อง> w ww.ubmthai.com เวอร์ชั่นสมาร์ทโฟน >> https://goo.gl/FVSv2G
. . (http://[img]https://www.pohchae.com/wp-content/uploads/2018/01/ไร-1-7-1.jpg) อ่านเพิ่มเติมได้ที่: www.ubmthai.com ไรบนสัตว์เลือดอุ่นนี้จะพบในฝุ่นบ้าน บนพื้นห้อง บนเบาะ ผ้าห่ม หมอน ผ้าปูที่นอน หรือตามผิวหนังของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมและนก.. ไรจะกินเศษเนื้อเยื่อผิวหนังที่ตายแล้ว ขี้ไคล และ รังแค พบว่าคนไทยมีการแพ้ฝุ่นบ้าน ค่อนข้างสูง ไรฝุ่นบ้านทำให้เกิดอาการแพ้ เพราะตัวไรฝุ่นที่ตายมีโปรตีนจำนวนมาก เมื่อเราสูดลมหายใจหรือผิวหนังของเราสัมผัสกับตัวไรฝุ่นที่ตาย ร่างกายของเราก็จะสร้างภูมิต้านทาน (antibodies) ขึ้นมา ภูมิต้านทานนี้จะปล่อยสารเคมีที่เรียกว่า ฮีสตามีน ซึ่งทำให้เกิดการบวมและการระคายเคืองของผิวหนัง,ทางเดินหายใจตอนต้น นั่นก็คืออาการของโรคทางเดินหายใจอักเสบและโรคหอบหืด และภูมิแพ้นี้ยังสามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้อีกด้วย เช่น หอบหืด เยื่อจมูกอักเสบ ทำให้เกิดอาการทาง ผิวหนังอย่างรุนแรง มีการขุดเจาะผิวหนัง เกิดเป็นตุ่มแดงและหนองบนผิวหนัง ![]() การป้องกันไรภายในบ้าน
การจัดการเรื่อง " ไร " บนสัตว์ปีก หรือสัตว์เลือดอุ่นทุกชนิด ..ไรส่วนใหญ่ช่วงกลางวันจะลงไปหลบตามวัสดุรองพื้น และตามซอกมุมต่างๆ ในโรงเรือน และจะขึ้นมาดูดกินเลือดใช่วงเวลากลางคืน หากพบบนตัวสัตว์ในเวลากลางวัน แสดงว่ามีปริมาณมากแล้ว ![]()
ผลิตภัณฑ์ หรือยาในกลุ่มสาร ไพรีทรอยด์สังเคราะห์ ซึ่ง ตัวยาหรือสารออกฤทธิ์คือ Cypermethrin
เป็นผลิตภัณฑ์ ในกลุ่มของ อย. เพื่อสาธารณสุข มิใช่ทางการเกษตร
ซึ่ง ผลิตภัณฑ์ กำจัดแมลง ยุง แมลงบิน แมลงวัน แมลงหวี่ แมลงสาบ รวมถึงแมลงคลานเช่น
ไร เห็บ หมัด มด และแมลงคลานชนิดอื่น ซึ่งตัวยาที่มีสารออกฤทธิ์ ไซเพอร์เมทริน Cypermethrin
หรือบางท่านอาจเรียกติดปากว่า ยาไซเปอร์ ก็คือยาตัวเดียวกัน ซึ่ง ในประเทศเราจะมีหลายยี่ห้อ
อย่างเช่น ฟอลโร่ ไบเทค100 ฟาเดล ไซเพอร์การ์ด 10 อีซี เป็นต้น แต่ทุกแบรน หรือทุกยี่ห้อ ก็คือมียา
ตัวเดียวกันคือ ไซเพอร์เมทริน
1.เรื่องความปลอดภัยส่วนบุคคล ในเรื่องของการแต่งกาย สวมใส่เสื้อผ้าให้รัดกุม สวมบู๊ท ถุงมือ แว่นตา และหน้ากาก
ป้องกันสารพิษ ( แม้สารเคมีที่ใช้จะปลอดภัยมากต่อสิ่งมีชีวิตก็ตาม )
2.ก่อนการฉีดพ่น เก็บอุปกรณ์ ให้อาหารให้หมด หรือนำออกนอกโรงเรือน
3.ฉีดพ่นไปที่พื้นโรงเรือน ผนัง และหลังคา ให้เปียกชุ่ม ส่วนตัวไก่ อาจจะนำมาจุ่มทีละตัวได้ แต่เสียเวลามาก แนะนำให้
เน้นฉีดที่พื้นให้เปียกชุ่มแทน ( ให้ดที่ฉลากด้วย เพราะยาบางยี่ห้อไม่แนะนำให้ฉีดพ่นตัวสัตว์โดยตรง แต่บางยี่ห้อ
สามารถจุ่มตัวสัตว์ได้ ) เพราะเมื่อไรกินเลือดอิ่มแล้วก็จะกลับลงสู่พื้น จะสัมผัสกับยาฆ่าไรก็จะตาย หากมีมากๆ ความถี่
อาจจะ 1 ครั้งต่อสับดาห์ เมื่อปริมาณ น้อยลง ก็ 1 ครั้งต่อเดือนได้
4.หลังจากฉีดพ่นแล้ว ให้ล้างทำความสะอาดอุปกรณ์ให้ น้ำ อาหาร ก่อนใช้งาน
5.หลังจากการฉีดพ่นแล้ว ให้ลองสังเกตปริมาณไร ทั้งบนตัวสัตว์ และที่พื้นโรงเรือนดู ว่ามีปริมาณลดลงหรือเปล่า
( ทั่วไปจะค่อยๆลดลง ภายใน 2 สัปดาห์ )
6.ส่วนสำคัญ สารกลุ่มไซเปอร์เมทริน เป็นสารที่มีการตรวจสอบปริมาณคงเหลือในเนื้อ หรือในไข่ จะต้องมีระยะหยุดการ
ใช้ก่อนจับส่งโรงงาน สารในกลุ่มนี้ทั่วๆไปก็ประมาณ 3-4 สัปดาห์
7.สมมติว่าเป็นไก่เนื้อ คงไม่สามารถฉีดพ่นได้ ( คงใกล้ปลดแล้ว ) ส่วนในไก่ไข่ สามารถฉีดพ่นได้ แต่ไข่ที่ได้ไม่แนะ
นำให้นำไปบริโภค
8.หลังจากปลดไก่แล้ว แนะนำให้ฉีดพ่นยาที่วัสดุรองพื้นทันที เพื่อป้องกันการกระจาย ( อพยพ ) ไปนอกโรงเรือน หลัง
จากนั้น อีก 3 วันจึงสามารถนำวัสดุรองพื้นเก่าออกได้ ล้างทำความสะอาดโรงเรือน อุปกรณ์ต่างๆ และกลับเข้ารอบการ
เตรียมโรงเรือนในรุ่นต่อไป
9.เนื่องจากไก่จะเกิดความเครียด จากการถูกไรรบกวน การพักผ่อนไม่เพียงพอ จะทำให้ไก่ป่วยได้ แนะนำให้วิตามินละลาย
น้ำ และอาจจะให้ยาปฏิชีว ป้องกันได้ เมื่อปัญหาเรื่องไรหมดไปก็เน้นที่การป้องกัน
10.การฉีดพ่นหลังจากฉีดพ่นในโรงเรือนแล้ว ก็อย่าลืมฉีดพ่นรอบโรงเรือนด้วย ทั้งในช่วงเตรียม โรงเรือน และการแก้ไข
เร่งด่วน
![]() |