หัวข้อ: คนหาปลาที่หลายคนไม่เคยรู้ท่านคือ ดร.สุรพล สินเกตุนักล่าปลาหมอคางดำปริญญาเอก 3ใบ เริ่มหัวข้อโดย: eskimo_bkk-LSV team♥ ที่ กรกฎาคม 29, 2024, 07:03:24 am (https://img2.pic.in.th/pic/gaqer.jpg)
ดร.สุรพล สินเกตุ คนหาปลาราชบุรี หลายคนเห็น คงคิดว่าเป็นแค่คนหาปลา แต่ประวัติไม่ธรรมดา เป็นถึงนักเรียนทุน อานันทมหิดล ปริญญาเอก 3 ใบ จบกลับมาทำงาน เขียนขั้นตอนโครงการพระราชดำริ สมัย ร. 9 กว่า 4,000 โครงการ ปัจจุบันเป็นจิตอาสาสอนพิเศษนักเรียนฟรี อยู่ที่บ้านเกิดราชบุรี และเป็นนักล่า ปลาหมอคางดำมาทำแดดเดียว ใครคงเห็นคุณลุงเสื้อแดง ใส่หมวกกันน๊อคน้ำเงิน ที่ชอบขี่รถจักรยานยนต์ใช้แหออกตระเวนหาปลา ไปตามลำคลองต่าง ๆ ในพื้นที่ จ.ราชบุรี และ จ.สมุทรสงคราม อยู่เป็นประจำ เพราะลุงคือนักล่าปลาหมอคางดำในยุคแรก ๆ ที่ยังไม่มีการระบาดมากหนัก เอามาทำเป็นอาหาร จนปัจจุบันปลาหมอคางดำ กลายเป็นปัญหาแพร่ระบาดอยู่ในช่วงนี้ ทุกวันยามว่างลุงสุรพล ได้นำแหไปเหวี่ยงหาปลา นำมาทำเมนูอาหาร ต้มยำ แกงเขียวหวาน ทอดแดดเดียว บางครั้งหาปลาได้เยอะ ก็จะเอาไปแจกชาวบ้านด้วย จากการสอบถามเรื่องราวชีวิตของลุงสุรพล อย่างละเอียดช่วงที่ออกหาปลาในพื้นที่ตำบลสามเรือน ทราบว่า นอกจากชอบหาปลาเป็นชีวิตจิตใจแล้ว ลุงยังใช้เวลาว่างในการสอนหนังสือฟรี ให้กับนักเรียนในวิชาภาษาอังกฤษ และคณิตศาสตร์ ช่วงวันหยุด จะมีพ่อ แม่ ผู้ปกครองที่รู้จักประวัติของลุงสุรพล ติดต่อพาลูกหลานเข้ามาเรียนที่อาคาร ตั้งอยู่เลขที่ 65 / 282 ถนนคฑาธร อ.เมือง จ.ราชบุรี อีกทั้งเป็นคนที่ชอบสระสมเหรียญสตางค์ และ แบงค์เก่า ๆ จำนวนมากมีแทบทุกรุ่น จากการไปนั่งดูลุงสุรพล สอนวิชาคณิตศาสตร์ ที่สอนเทคนิควิธีการคิดคำนวณที่แปลก ส่วนวิชาภาษาอังกฤษ จะสอนไม่เหมือน การเรียนการสอนทั่วไป เด็กแต่ละคนที่มาเรียนพิเศษ ลุงจะสัมภาษณ์เพื่อทดสอบความรู้ การเรียนว่ามีไอคิวหรือความรู้ที่เข้าใจ ในแต่ละวิชาเรียนมากน้อยแค่ไหน โดยมีผู้ปกครองที่ว่างจากงานมาร่วมฟัง การเรียนการสอนด้วยในบางครั้ง แต่หลายคนไม่เคยรู้เลยว่าลุงสุรพล ที่เคยใช้แห่เหวี่ยงหาปลา ดีกรีเป็นถึงด็อกเตอร์ มีปริญญาถึง 3 ใบ วันนี้จึงพาไปรู้จักกับลุงสุรพล คือ ดร.สุรพล สินเกตุ อายุ 67 ปี ได้บอกเล่าเรื่องราวชีวิตว่า ตนเองเป็นนักเรียนทุน อานันทมหิดล ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ให้ไปเรียนต่อต่างประเทศ จนจบการศึกษาปริญญาเอกใบที่ 1 สาขาวิศวกรรมการออกแบบเครื่องจักรกล จากประเทศเยอรมัน เมื่อปี พ.ศ. 2532 ปริญญาเอกใบที่ 2 จบปรัชญาการเมืองการปกครอง จากมหาวิทยาฮาร์วาด สหรัฐอเมริกา เมื่อปี พ.ศ. 2536 ปริญญาเอกใบที่ 3 จบยกร่างกฎหมาย จากมหาวิทยาลัยคอร์เนล สหรัฐอเมริกา ปี พ.ศ. 2538 หลังจบมาแล้วได้เข้าทำงานรับหน้าที่เขียนยกร่าง ขั้นตอนการนำไปปฏิบัติให้กับหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับโครงการพระราชดำริ มากกว่า 4,000 โครงการ สมัยที่ยังคงอยู่รับใช้ใต้เบื้องพระยุคลบาทของพระองค์ท่าน แต่ปัจจุบันอายุเริ่มมากขึ้นจึงได้ขอหยุดพักผ่อนชั่วคราว แต่ช่วงหยุดพัก ก็ยังเป็นจิตอาสา สอนพิเศษให้กับเด็กที่สนใจเรียนฟรี วิชาคณิตศาสตร์ที่สอนเทคนิคการคิดคำนวณ ที่รวดเร็วและแม่นยำ ส่วนที่สอนเป็นภาษาอังกฤษนั้น จะเน้นกิริยาตัวหนึ่งอย่างน้อยต้องผันให้ครบ 5 เท้นท์ ที่ใช้พูด ดร.สุรพล สินเกตุ กล่าวว่า การเป็นจิตอาสาสอนหนังสือนั้น เพราะเห็นคนไทย และเด็กไทย ส่วนใหญ่ที่เรียนแล้วใช้ระบบตัดเกรด คนที่ได้เกรดต่ำกว่า 3 จะมีปัญหา เรื่องภาษาอังกฤษ กับคณิตศาสตร์ ค่อนข้างมาก คนที่เก่งจะต้องเรียนภาษาได้ คือ ภาษาสอนให้คนให้สามารถสื่อสารกับคนอื่นได้ คณิตศาสตร์สอนให้รู้จักคิดเป็น และรู้จักวางแผนเป็นขั้นตอนเป็นระบบ ตนเองจบวิศวกรรมการออกแบบเครื่องจักรกล จากประเทศเยอรมัน จบปรัชญาการเมืองการปกครอง จากมหาวิทยาฮาร์วาด จบยกร่างกฎหมายจากมหาวิทยาลัยคอแนล สหรัฐอเมริกา เป็นทุนเล่าเรียนหลวง ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทั้ง 3 ทุน เกิดจากเงินบริจาคของตระกูลใหญ่ในประเทศไทย เวลาสอนเด็ก ๆ จะสอนว่า ถ้าเข้าใจให้ขอบคุณพระเจ้าอยู่หัว อย่าลืมนึกถึงบุญคุณของคนที่ส่งให้เรียน หลังจบมาจากเมืองนอก หน้าที่ของตนเองแล้วแต่พระองค์ท่าน เพราะเรียนด้วยทุนหลวง จึงเป็นจิตสำนึกที่จะต้องปฏิบัติต่อยอดให้กับคนอื่น ๆ ตลอดระยะเวลาที่ทำงานรับใช้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมา 29 ปี ตอนที่พระองค์ท่านเสด็จพระดำเนินไม่ได้ แต่โครงการยังมีและคนที่จะสานงานต่อ คือ องคมนตรี ซึ่งจะต้องมีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบ ท่าน ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล ท่านดูเรื่องมูลนิธิชัยพัฒนา ท่านประสงค์ พิทูรกิจจา คนราชบุรี ซึ่งท่านอยู่มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ จะมีนักวิชาการกว่า 50 คน คนจบดอกเตอร์ที่เป็นนักเรียนทุน เป็นใครก็จะรับหน้าที่ของตัวเองไปทำแต่ละด้านที่เรียนมา ส่วนตนเองมีหน้าที่เขียนขั้นตอนเกี่ยวกับโครงการพระราชดำริ เขียนขั้นตอนนำไปปฏิบัติใช้ ซึ่งนักวิชาการอื่น ๆ เขาได้เขียนมาหมดแล้ว ว่าอันนี้เป็นอย่างไร แก้ไขปัญหาอย่างไร เวลาสอนนักเรียนจะบอกวิธีคิด ทำระบบ คือ ได้ไปเรียนยกร่างกฎหมายมาแล้ว คิดว่าเป้าประสงค์แรกที่พระเจ้าอยู่หัวให้ไปเรียน คงจะให้มาเขียนยกร่างพระราชดำรัส เป็นการเขียนขั้นตอน พระองค์ท่านคงเห็นความสามารถเรื่องตรงนี้ ส่วนการสอนนักเรียนฟรี ผลการเรียนของเด็กปรากฏว่า ไม่เห็นคุณค่า มาเรียนบ้าง ไม่มาบ้าง แต่ผู้ปกครองต้องการให้สอน เนื่องจากสอนแล้วประสบความสำเร็จ เช่น เด็กสมาธิสั้นมาเรียนกับตน แล้วสอบได้ที่ 1 เรียนอยู่โรงเรียนเบญจมราชูทิศ จึงบอกให้สอบเข้าเรียนนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผลปรากฏว่าสอบเข้าได้ติดคนที่ 1 พอเรียนจบจุฬาฯแล้วให้ต่อปริญญาโท และให้สอบเนติบัณทิตไทย จะได้เป็นผู้พิพากษา หรือ อัยการ ผลปรากฏว่าเขาได้เป็นผู้พิพากษาแล้วในปัจจุบัน ตนเองใช้การสรุปจากข้อสอบเก่าหลายปี อย่างเคยสอบได้ที่ 1 ของประเทศ เป็นเพราะความขยันเอาข้อสอบประมาณ 10 ปีมานั่งทำ แล้วมาเขียนว่าข้อไหนเหมือนกัน คิดว่าที่เหมือนกันคงมีความสำคัญ จนสามารถสอบเทียบ มศ. 5 ได้ ต่อมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีรับสั่งให้ตนเข้าเฝ้า เพราะเห็นชื่อ จากที่ได้คะแนน 98.28 คะแนน รับสั่งจะพระราชทานทุนให้ไปเรียน ตนเองบอกกับพระองค์ท่านว่า ต้องการเป็นบาทหลวง ขออนุญาตเรียนเป็นบาทหลวง พระองค์มีรับสั่งว่า งั้นตามใจลูก หลังจากที่ตนเองจบจากที่นี่แล้ว จริง ๆ จะต้องไปเรียนที่บ้านเณรกลาง ที่ จ.นครราชสีมา และเตรียมเข้าแสงธรรม สำหรับการใช้ภาษาตอนนี้มีหลายภาษา แต่หากไม่ได้ใช้ก็จะทำให้หลงลืมได้ จึงจำเป็นต้องพูดทุกวัน คิดว่าถ้ากลับมาสอนเด็ก ๆ จะได้ไม่หลงลืม อย่างภาษาอังกฤษ เด็กจะได้คำศัพท์ จากที่ลงมือเขียนจำได้แน่นอน โดยตลอดระยะเวลา 29 ปี ที่ผ่านมา ซึ่งได้มีโอกาสรับใช้ใต้เบื้องพระยุคลบาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 มานั้น ทำให้รู้สึกภาคภูมิใจอย่างหาที่สุดมิได้ และคงเหลือเวลาอีกไม่นานที่จะต้องกลับไปทำงาน เขียนขั้นตอนการปฏิบัติให้กับหน่วยงาน โครงการต่าง ๆ ในปัจจุบันอีกครั้ง นี้คือประวัติของคนหาปลา ที่หลายคนไม่เคยรู้ ท่านคือ ดร.สุรพล สินเกตุ นักล่าปลาหมอคางดำ ปริญญาเอก 3 ใบ โดย:ดุสิต จิรภัทรากร โค๊ด: https://www.siamrath.co.th/n/554222 ping! |