กฎหมายใหม่ระบุชัด ฝ่าฝืนไม่ยอมเป่าแอลกอฮอล์ ให้สันนิษฐานว่าเมาแล้วขับ
จับดำเนินคดีได้ทันที แถมโทษหนักขึ้น จำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท ...
เมื่อวันที่ 30 ธ.ค. 57 ที่ผ่านมา พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศราชกิจจานุเบกษา
เพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยจราจรทางบก ฉบับที่ 10 พ.ศ. 2557
แก้ไขจาก พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522
ระบุให้อำนาจเจ้าพนักงานจราจรมีสิทธิ์สั่งให้ผู้ขับขี่ ขับรถเข้าช่องทางที่มีกรวยวางตั้งไว้
และต้องไขกระจกให้เจ้าหน้าที่ยื่นอุปกรณ์เข้าไปตรวจวัดแอลกอฮอล์ได้
รวมถึงสามารถสั่งให้ลงจากรถ เพื่อดูสมดุลของร่างกายว่าได้เดินปกติหรือไม่
หากผู้ขับขี่ไม่ยอมให้ทดสอบ ให้เจ้าหน้าที่สันนิษฐานไว้ก่อนว่า ผู้นั้นเมาสุรา
และเจ้าหน้าที่สามารถดำเนินคดีฐานขับรถขณะเมาสุราได้ โดยมีผลบังคับใช้ทันทีตั้งแต่วันที่ 30 ธ.ค. 2557
ส่วนเหตุผลที่ต้องเพิ่มบทลงโทษ เพราะที่ผ่านมาผูขับขี่มักปฏิเสธ ไม่ให้ความร่วมมือ
ขณะเดียวกันโทษเมาแล้วขับไม่หนัก จึงทำให้ผู้ขับขี่หลายคนประมาท
เพื่อป้องปรามไม่ให้เกิดเหตุร้าย และช่วยลดอุบัติเหตุบนท้องถนน
อย่างไรก็ดี บทลงโทษที่เพิ่มขึ้น คือจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับตั้งแต่ 10,000-20,000 บาท
หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยผู้ถูกกล่าวหาไปสืบพยานหักล้างในศาลได้
จากเดิมระวางโทษปรับครั้งละไม่เกิน 1,000 บาท
