แฉ..ความลับ Fb. @ เสธ น้ำเงิน' มาเล่า
LSVคลังสมองออนไลน์ "ปีที่12"
กันยายน 16, 2014, 09:56:49 am *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: แฉ..ความลับ Fb. @ เสธ น้ำเงิน' มาเล่า  (อ่าน 4125 ครั้ง)
eskimo_bkk-LSV team♥
.กลุ่มผู้มีน้ำใจงาม..
member
*

คะแนน1501
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9719


ไม่แล่เนื้อเถือหนังพวก


« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 15, 2014, 08:34:58 am »






ตับ..เปรี้ยง..คั่วข้าวโพดถวายทาน วันมาฆบูชา.เปิดตัวนักรบผ้าขาวม้า

14 ก.พ.57 ตับ..เปรี้ยง..คั่วข้าวโพดถวายทาน วันมาฆบูชา..เปิดตัวนักรบผ้าขาวม้า

หลังการประชุมที่พม่าระหว่างชายดูไบ และสมุนอเวจีของแก๊งค์อั้งยี่แดง
จึงเป็นที่มาของการลุยทุกวิธีด้วยงบ 1,000 ล้าน ดังนี้
1. สั่งให้ลอบบี้ และบีบประกบบ้านครอบครัวองค์กรอิสระ และคณะอนุกรรมการ ปปช.
รวมทั้งเปาบุ้นจิ้น ที่ทำคดีนี้ เพื่อให้หวาดกลัว และติดสินบนทำลายและคัดแยกเอกสาร
ลายเซ็นต์ปูเน่าทุกฉบับเกี่ยวกับจำนำข้าว ให้พ้นคุก

2. ยื่นเงื่อนไขเจรจากับบิ๊กชาย 3 สี ตั้งนายกฯ คนกลางของตัวเอง ( วิษณุ เนติบริกร) พร้อมขอให้นิรโทษกรรมพ้นคุกอีกรอบ

การทำลายชาติก็ทำแล้ว , การทำลายสถาบันเบื้องสูงก็ทำแล้ว ,
วันนี้จึงถึงคิวการทำลายศาสนา เมื่อการเจรจาทุกอย่างล้มเหลวคว่ำไม่เป็นท่า
ชายดูไบจึงสั่งลุยให้ปฏิบัติการ
“ มาฆ่าบูชาอำมหิต" กับประชาชน
โดยมี เป็ดเหลิม อับดุล ย้อย วันนี้เพราะพี่ให้
รับคำสั่งชั่วจากทรราชให้มาเบียดเบียนบุกทำร้ายประชาชน
ในวันพระใหญ่ ขณะกำลังตักบาตรทำบุญ และฟังพระสวด

ส่วนเป็ดเหลิม ต้องทำ “ มาฆ่าบูชาอำมหิต" นี้ เพื่อเอาอกเอาใจสร้างผลงาน
ให้ท่านตู่คากคกเห็น ไม่งั้นจะถูกสั่งเฉดหัวจาก ผอ.ศูนย์รวมสัตว์ (ศรส.)
และเพื่อสร้างหลักฐานเท็จให้เปาบุ้นจิ้นเห็น
เพราะจะมีการพิพากษาถอน พรก.ฉุกเฉินฯ เทียมนี้ในวันพุธที่ 19 กุมภา นี้

ชายดูไบให้ฤกษ์พานาทีมาว่า ถ้าทำภายใน 12.00 น.จะทำลายศาสนาพุทธ ในไทยสำเร็จ
จึงเป็นที่มาของการสั่งชายชุดดำปราบจลาจล และหน่วยปฏิบัติการพิเศษ
หลายพันคนพร้อมอาวุธสงครามครบมือ เช่น M16 ปืนพกประจำกาย
และรถหุ้มเกราะ ลุยทำร้ายประชาชนหลายจุดชุมนุมย่อย
ในวันพระใหญ่ที่เป็นวันสำคัญทางศาสนา..

จึงต้องเร่งที่ปิดเกมส์โดยทำทุกวิถีทางให้เกิดการปะทะกัน
ระหว่างผู้ชุมนุมกับชายชุดดำ และอันธพาลเสื้อแดงจัดตั้งของรัฐอั้งยี่แดง
เพื่อให้เกิดสถานการณ์ที่รุนแรง และกระหยิ่มใจว่าจะเปิดโฉมหน้าที่แท้จริง
ของกลุ่ม กปปส. และ คปท. ว่าไม่ได้เป็นการชุมนุมที่ถูกต้องด้วยกฏหมาย
เป็นคลังแสงอาวุธขนาดใหญ่

โดยการสั่งระดมนักข่าวสื่อต่างๆ ให้เข้ามาทำข่าวในตอนเช้าวันที่ 14 กุมภาพันธ์
หวังให้มีนักรบป๊อบคอร์น ออกมาสันติอหิงสวนเหมือนเหตุการณ์ที่หลักสี่
แต่นกกระจอกก็คือนกกระจอกวันยังค่ำ ไม่มีวันเข้าใจกลศึกของพญาอินทรีย์
เพราะแผนการต่างๆ ของชายชุดดำมีใส้ศึกส่งข่าวให้แกนนำ กปปส.ล่วงรู้ภายในทุกนาที
และได้มีการประชุมรับมือต่อสถานการณ์ในวันนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
แต่ไม่ได้บอกให้ความลับรั่วไหลแพร่งพรายออกไป

เมื่อชายชุดดำเริ่มปฏิบัติการณ์โดยใช้รถยนต์จอดขวางปิดถนน
ตั้งแถวรุกคืบขอคืนพื้นที่ 2 จุดในช่วงเช้า คือที่
หลวงปู่พุทธอิสระ ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ และ จุด คปท. มัฆวาน
ท่ามกลางความกระหยิ่มยิ้มย่องของเหล่าบรรดานกกระจอก
ว่างานนี้เคี้ยวหมูไม่หน้าแตกเหมือนแผนปะทะหลักสี่ที่ผ่านมา !!

1. ที่จุดแรก..คปท.มัฆวาน แกนนำได้ใช้กลศึกตามพิชัยสงคราม
 “ ทิ้งค่ายแล้วมาเอาคืน “ สร้างความปวดหัวให้เป็ดเหลิม และชายชุดดำอย่างมาก

- เมือจู่ ๆ เวลา 08.00 น.แกนนำ คปท.นำมวลชนเคลื่อนพลออกจากชมัยมรุเชฐ
ผ่านสนามม้านางเลิ้ง ผ่านกองทัพชายชุดดำมหาศาลที่หลีกทางให้ผ่านแบบงง ๆ ..ไรฟะ
แล้วแกนนำและมวลชนก็หลบแดด ไปนั่งจิบกาแฟกับกำนัน
และไปนอนเล่นกับเพื่อน ๆ ที่กระทรวงคลองหลอด

- กองทัพชายชุดดำจึงดาหน้าเดินเข้าพื้นที่ แต่กลับไร้การต่อต้านใด ๆ..
ไม่มีนักรบป๊อบคอนมายิงชายชุดดำ อุตส่าห์พาชายชุดดำมาเยอะ
กะให้ถูก คปท.ยิงตายสักร้อยคนในวันพระ..ทำไมๆๆ ไม่ยิง

- เลยเจอแต่ค่ายพักว่างเปล่า ไร้ผู้คน เต้นท์พักโล่ง ไม่พบอาวุธใดๆ..
หน้าแตกหงายเงิบ หันรีหันขวาง เอาไงดี จึงไปคว้าเอาหนังสติ๊กที่ ลูกหิน กระป๋องเปล่าผูกโบว์ธงชาติ
ที่ชายชุดดำเตรียมมือ เอามาวางเรียงแถลงข่าวด้วยความภูมิใจ
แล้วเป็ดเหลิมและชายชุดดำก็ค่อย ๆ สลายตัวเดินเลี่ยงกลับออกไป
ด้วยความอับอายไปทั่วโลก

- ส่วน คปท.เมื่อไปกินกาแฟกับกำนันเสร็จแล้ว ก็เคลื่อนมวลชนกลับฐานค่ายเดิมเรียบร้อยแล้ว
และร้องรำทำเพลงฉลองวันพระกันบนเวทีเป็นที่สนุกสนาน
 ยังไม่ได้ออกแรงอะไรสักนิด..ชนะซะและ!!
ส่วนที่กระทรวงหลอดชายชุดดำก็แหยงจากเมื่อวานที่ขนาดกำนัน
ผู้ใหญ่บ้านเทียมกว่า 1,000 คน ยังวิ่งหนีกันกระเจิดกระเจิง จึงไม่มีการปิดล้อม

2. จุดหลวงปู่พุทธอิสระ ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ
- ช่วงเช้า มีการทำพิธีทางศาสนา ทำบุญ ตักบาตร กันโดยไม่สนใจคำขู่ใด ๆ
- เมื่อชายชุดดำจำนวนมากเดินเรียงหน้ากระดานเข้ามา
การ์ดของ กปปส. จัดกำลังนำแผงเหล็กและยางรถยนต์ มาวางขวางถนนไว้
ผู้ชุมบางส่วนได้เข้าผลักเล็ก ๆ ชายชุดดำไม่ให้เข้าพื้นที่
 และนั่งขวางรถหุ้มเกราะไว้ “ พร้อมสวดมนต์อิติปิโส ภัคคะวา”

- มีมวลชนควายแดง 4 ตัว ใส่หมวกสีแดงทั้งหมด
เดินมาจากแนวชายชุดดำตรงไปทะเลาะกับผู้หญิงสูงอายุคนนึงของ กปปส.
สักพักได้มีชายชุดเขียวสวมโม่งดำ จากฝั่งผู้ชุมนุม กปปส.
เดินแหวกเข้าไปตรงจุดนั้น แล้วจัดการลากกระชากตัวชายหมวกแดงทั้ง 4 คน
และประเคนเข่า ศอก หมัด เท้า ทำบุญวันพระ จนควายแดงล้มลุกคลุกคลาน


ระหว่างชุลมุนนั้นก่อนที่ควายแดงจะอิ่มบุญไปมากกว่านี้
ชายชุดดำในชุดปราบจลาจลต้องรีบมากันเอาตัวควายแดงทั้ง 4 ตัว
 หลบไปหลังแนวชายชุดดำอย่างเร่งรีบ และบอบช้ำ..หงายเงิบ

ล่าสุดตะกวดขึ้นรถเตรียมถอยกำลังเผ่น!!

- เมื่อชายชุดดำยังไม่รู้สำนึกว่าวันนี้เป็นวันพระ มารบกวนเบียดเบียนญาติโยมที่เขากำลังทำบุญกัน
 ขณะที่กำลังเคลื่อนพลดาหน้าเพื่อเข้าสลายการชุมนุม แต่เหตุการณ์ไม่คาดคิดก็ปรากฏ
พิธีการแจกป๊อบคอร์นเริ่มขึ้นทันที ได้มีเสียงดังสนั่น ตับๆ เปรี้ยงๆ
จาก “ นักรบผ้าขาวม้า” คั่วข้าวโพดเข้าใส่เข้าไปบริเวณกองทัพชายชุดดำ
ส่งผลให้แถวชายชุดดำแตก หลบหนีตายกันกระจัดกระจายเข้าไปแอบตามตึกข้าง ๆ
มีบางคนวิ่งไปหลบที่บริเวณหน้าบ้านประชาชน
พร้อมส่องกล้องดูจุดที่มาของแหล่งขายข้าวโพดคั่วร้อน ๆ แต่ก็ไม่พบ

- ที่นี้เอาไงดีกว่า..ขืนเดินหน้าเข้าไปต่อ สงสัยจะเจอรถถังของชายชุดเขียว ปตอ.
ที่คุ้มครองหลวงปู่เป็นแน่ สักพักมีคำสั่งลึกลับมาจากชายสีเขียวให้ยกเลิกปฏิบัติการเสียดี ๆ
เพราะวันนี้เขาทำบุญกัน ไม่งั้นจะโดนกันไม่น้อย
ชายชุดดำจึงถอนกำลังออกจากแจ้งวัฒนะ อย่างรวดเร็วหายเกลี้ยง

" มันคือมหกรรมต้มแม้ว" ของเป็ดเหลิมและเหล่าชายชุดดำ
หลังจากแผนยุทธศาสตร์ที่วางไว้ ทุกอย่างพังพินาศ ล่มไปจนหมดสิ้นท่า
ลงทุนไปหลัก 1,000 ล้าน แต่แพ้แค่พ่อครัว “ นักรบผ้าขาวม้า “...
บอกแล้วไม่เชื่อว่าอย่าไปยุ่งกับหลวงปู่ฯ เพราะเจ้าที่แถวนั้นแรง
 วันนี้เขายังไว้ชีวิตเพราะวันพระ
ถ้าวันหน้าถัดไปเขาคงไม่ปราณี..แถวนี้ถิ่น พล.ปตอ.เขาด้วย !!

วันนี้เป็นวันพระ..และไม่ว่าวันนี้หรือวันหน้า ธรรมะ ต้องชนะอธรรมเสมอ
เจอคั่วข้าวโพดถวายทานวันมาฆบูชาเข้าไป และใช้ความนิ่งสยบความเคลื่อนไหว
ก็ชนะแบบใสสะอาดโดยที่ไม่มีมวลชนฝ่ายธรรมต้องเจ็บหรือเสียชีวิตรุนแรงเลยสักคน..

” ชนะโดยไม่ต้องรบ คือชัยชนะที่แท้จริง”

งานนี้รัฐอั้งยี่แดงเสียแรงเปล่า ชกลมวืดๆ
หน้าแตกเสียแรงกำลังพลหลายพันคนไปเฉย!!
ไปเวียนเทียนกันดีกว่า “ อิติปิโส ภัคคะวา” ..ฮา

topsecretthai@เสธ น้ำเงิน


บันทึกการเข้า

eskimo_bkk-LSV team♥
.กลุ่มผู้มีน้ำใจงาม..
member
*

คะแนน1501
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9719


ไม่แล่เนื้อเถือหนังพวก


« ตอบ #1 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 15, 2014, 08:56:58 am »

เปิดโปง..เผยจุดตายรัฐอั้งยี่แดงฆ่าชาวนา สู่กลศึกม้าไม้เมืองทรอย

13 ก.พ.57 เปิดโปง..เผยจุดตายรัฐอั้งยี่แดงฆ่าชาวนา สู่กลศึกม้าไม้เมืองทรอย

จากการที่ระบอบชั่วอั้งยี่รัฐแดง อ้างว่าการชนะเลือกตั้ง (ขี้โกง) คือ ใบอนุญาตสัมปทานประเทศ
จะโกงอะไรก็ได้ตามใจปรารถนา หนึ่งในการโครตโกงนั้นที่สร้างความเจ็บปวดรวดร้าว
อดอยาก ทุกข์เข็ญ ให้ชาวนา 8 ล้านคนอย่างถ้วนหน้า
เนื่องจากถูกรัฐอั้งยี่แดงของปูเน่าชักดาบโกงเงินค่าจำนำข้าว ชาวนาอดอยากจนไม่มีอะไรจะกิน
ลูกไม่มีเงินไปโรงเรียน หนี้สินท่วมหัว และทยอยฆ่าตัวตายทั้งผูกคอตาย
และกินยาฆ่าตัวตัวตาย ไปแล้วกว่า 9 คน

ในขณะที่ชาวนากำลังอดอยากตายไม่มีอะไรจะกิน ปูเน่าและสมุนแก๊งค์อั้งยี่
กลับถลุงเงินภาษีจากหยาดเหงื่อและน้ำตาชาวนาเป็นค่าอาหาร กินล้างกินผลาญ โดย

1. ค่าเบี้ยเลี้ยงชายชุดดำ 700 บาทต่อคน
(แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ 400 บาท จะเป็นค่าเบี้ยเลี้ยงโดยตรง และ 300 บาท
จะถูกหักเป็นค่าอาหาร 3 มื้อ ที่มีแต่ไข่ต้มกับน้ำปลา )
ถ้านับตั้งแต่ 9 ตุลาคม 2556 เป็นต้นมาน่าจะไม่ต่ำกว่าราว 1,000 ล้านบาท
(ยังไม่นับราวค่าน้ำมัน และจัดซื้ออาวุธมาทำร้ายประชาชนอีกนับไม่ถ้วน)
หรือคิดเป็นราคาข้าวชาวนา 66,667 ตัน !!

2. ค่าอาหารที่จัดเลี้ยงภายในศูนย์รวมสัตว์ (ศรส.) ใช้ประมาณวันละไม่ต่ำกว่า 1-2 แสนบาท ,
บางวันมีราคาสูงเกือบ 5 แสนบาท ตามเมนูอาหาร ที่เป็นที่ต้องการของบวกคางคกขึ้นวอในรัฐอั้งยี่แดง
โดยอาหารถูกสั่งตรงมาจาก "โรงแรมหรู" ระดับห้าดาว เพื่อจัดเลี้ยงให้กับ รก.ครม.เทียม
และคณะทำงานงานของศูนย์รวมสัตว์ (ศรส.) ทั้งหมด

3. ที่ผ่านมากองพิธีการ สำนักเลขาธิการนายกเทียม เคยตั้งงบรับรอง
ค่าอาหารของปูเน่า ที่ปรึกษา
และคณะทำงานราวๆ 50 คน สวาปามคิดเป็นราคา 4,237 บาท/หัว ,
วันละ 211,850 บาท ( เท่ากับข้าว 14 ตัน) ,
เดือนละ 6 ล้านบาท , ปีละ 77 ล้านบาท หรือคิดเป็นราคาข้าวชาวนา 5,133 ตัน..
คนหรือเปรตยัดห่านี
รายการอาหารหรูของปูเน่าและคณะนี้จะ
"สลับสับเปลี่ยน" ทุกวัน...เมนูอาหาร นั้นประกอบไปด้วย
"มื้อเช้า" เป็น"อาหารหรู" เช่น
- กุ้งห่มสไบ
- ต้มยำกุ้งมังกร
- ปลาหิมะทอดกับซอสพริกไทยสด
- หน่อไม้ฝรั่งผัดหอยเชลล์
- ผัดกะเพราเป็ดกรอบ
- ตบท้ายด้วยของหวานและผลไม้ หรือ ข้าวเหนียวมะม่วง

ส่วน "มื้อกลางวัน" ในยามปกติระบุว่า(อาจจะ)ไว้ต้อนรับแขกจึงออกสไตล์ "กึ่งยุโรป" เช่น
- ปูนิ่มเสิร์ฟกับสลัดเบอร์รี
- หอยเชลล์ห่อปลาแซลมอนเสิร์ฟกับไข่ปลาคาร์เวีย
- ซุปใสใส่เกี้ยวตับบด
- เนื้อสันในเสริฟกับตับห่านและซอสไวน์แดง
- ตบท้ายของหวานมื้อกลางวันคือ ช็อกโกแลตมูสไส้เสาวรส เสิร์ฟกับไอศกรีมกะทิ, กาแฟหรือชา เป็นต้น

ซึ่งค่าอาหารของปูเน่า ที่ปรึกษา และคณะทำงาน หรือ ศูนย์รวมสัตว์ (ศรส.)
จากโรงแรมหรู ระดับห้าดาว ปีละ 77 ล้านบาท นี้
สามารถนำมาเลี้ยงอาหารชาวนาที่อดอยากตายมื้อละ 40 บาท x 3 มื้อ
จำนวน 3,400 คน ได้ถึง 6 เดือน!!..แม่เจ้า


แต่แกนนำพรรคแดงสู้แล้วรวย เช่น นกแสก กลับบอกถีบหัวส่งชาวนา
บอกว่าเป็นจุดอ่อนของพรรคเผาไทย และบอกว่า

ถ้าชาวนารอเงินจำนำข้าวไม่ไหว ให้กินใบประทวนแทนไปก่อน

สายจากคนใน รายงานมาว่าข้าวที่รัฐอั้งยี่แดงรับจำนำมานั้น
 เกือบทั้งหมดยังไม่มีการระบายหรือขายไปยังต่างประเทศเลย
เงินหลายเเสนล้านบาทจึงทำให้ไม่มีเงินจ่ายชาวนา
กระแสแรงในกลุ่มชาวนาบ่นกันรุนแรงว่ารัฐอั้งยี่แดงทำอะไรอยู่ ทำไมไม่ยอมขายข้าว
เเละเสียความรู้สึกกับบริษัทเผาไทยมาก ส่วนใหญ่บอกลาขาดจะไม่เลือกอีกเเล้ว
เพราะหลอกลวง ผิดคำพูดนับครั้งไม่ถ้วนในการนัดชำระจ่ายเงินจำนำข้าว
ที่ค้างจ่ายมากถึง 1.3 เเสนล้านบาท

ทางแกนนำแก๊งอั้งยี่แดงได้ไปพบและรายงานสถานการณ์ต่างๆ ให้ชายดูไบรู้ที่พม่า
ส่งผลให้ตอนนี้ชายดูไบกังวลใจที่สุด เพราะชาวนาคือฐานเสียงสำคัญของบริษัทเผาไทย
ซึ่งแก๊งค์นี้ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะได้เห็นชาวนาทั่วประเทศเดินทางเข้ามาจนถึงกรุงเทพฯ
เพื่อชุมนุมเรียกร้องให้จ่ายเงินที่โดนชักดาบไป
และยังจะโดนชาวนารุมฟ้องร้องฐานฉ้อโกงอีกหลายพัน-หมื่นคดี

“ ความหวาดหวั่นนี่คือฐานเสียงที่หายไปจำนวนมาก และมีผลโดยตรงกับพรรค
ชายดูไบจึงเครียดจัดสั่งการให้เร่งหาเงินที่ไหนก็ได้มาจ่ายเร็วที่สุด
และใช้ทุกกลยุทธ์ชั่วในการหาเงิน “..แต่ไม่ยอมควักกระเป๋าตัวเองสักบาท
ซึ่งในรายงานของต่างประเทศคาดการณ์ว่า 2 ปีที่ผ่านมา
พรรคเผาไทยได้ผันเงินจากหยาดเหงื่อและน้ำตาชาวนา ไป
เป็นของตนเองรวยขึ้นกว่า 3.5 แสนล้านบาท

ชายดูไบจึงหวังลม ๆ แล้ง ๆ หน้ามืดว่า ให้แก๊งค์อันธพาลแดง
ใช้กองกำลังติดอาวุธโจมตีหรือลอบสังหารแกนนำมวลชน กปปส.
ซึ่งตอนนี้พวกแก๊งค์นรกอเวจีชั่วนี้ก็ต่างหัวหด หวั่นไหวกับการถูกสันติอหิงสวน
 และถุงป๊อบคอร์นที่หนักกว่าจากชายไร้สีนิรนาม
อีกแผนคือใช้ศูนย์รวมสัตว์ (ศรส.) จับกุมแกนนำ กปปส.
ข่มขู่คุกคามให้ประชาชนยุติการชุมนุม
เพื่อที่บริษัทเผาไทยของตนจะสามารถตั้งรัฐบาลได้ในที่สุด..

ซึ่งเป็นไปไม่ได้เช่นกันเพราะหากใช้ชายชุดดำควบคุมฝูงชน (คฝ)
เข้าสลายการชุมนุม ก็จะโดนชาย 3 สีที่ออกอาการฮึ่มๆ ไว้โอบล้อมตีจากด้านหลัง
โดยประกาศกฎอัยการศึกครอบพื้นที่เอาดื้อๆ
ครั้นจะใช้หน่วยปฏิบัติการพิเศษลอบจับกุมแกนนำในที่ชุมนุม
ก็จะโดนชายไร้สีนิรนาม สวนกลับที่หนักกว่า ต่อสู้ป้องกัน..กันแกนนำ
ในอารักขาจนชายชุดดำขึ้นไปเยี่ยมญาติเก่าเป็นเบือแน่ ๆ
ซึ่งข้อนี้เป็นที่รู้ ๆ กันอยู่ว่าชายไร้สีนิรนามเป็นใคร?

ในที่สุดปูเน่าและพวกจะต้องพ้นจากตำแหน่ง ต้องคำพิพากษาอย่างเด็ดขาด
และถูกจับกุมคุมขังแน่นอน ชายดูไบรู้ข้อนี้ดี จึงส่งสัญญาณผ่านคนใกล้ชิดมาว่า
 อยากให้ประเทศกลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว การเลือกตั้งต้องเดินหน้าไปให้จบ
และเผยไต๋พ่ายแพ้แล้วว่า

“ ปัญหาทุกอย่างต้องจบลงบนโต๊ะเจรจา แม้แต่สงครามโลกยังจบลงที่โต๊ะเจรจา “


ตำราพิชัยยุทธ์นั้นบอกว่า
“ เมื่อใจหวั่นไหวจึงต้องชักกระบี่ก่อน
จุดอ่อนจึงถูกเปิดเผย เพราะจุดอ่อนถูกเปิดเผย
จึงเปิดช่องให้ถูกจู่โจม “

ส่งผลให้ชาย 3 สีเห็นจุดอ่อนรูเบ่อเร่อ จึงกำหนดยุทธการม้าไม้เมืองทรอย

(ซุ่มกำลังไว้ในของบรรณาการม้าไม้ตัวใหญ่นำคนและอาวุธเข้าเมือง
ตีชิงจากใจกลางยึดอำนาจเบ็ดเสร็จ)

โดยให้กำลังพลดูแลประชาชนให้ปลอดภัยใช้
ม.พัน1 รอ.ดูแลพื้นที่ปทุมวัน คลองเตย วัฒนา ,
ร.1พัน 3 รอ. ดูแลพื้นที่ ราชเทวี พญาไท ,
ป.พัน1 รอ. ดูแลพื้นที่ของดุสิต พระนคร ,
ร.11พัน2 รอ. ดูแลพื้นที่ของหลักสี่ ดอนเมือง ,

นี่ยังไม่นับการทะยอยนำกำลังเข้ามาทีน้อย ๆ
และอาวุธหนักที่ยังไม่ขนกลับต่างจังหวัดอีกเพียบ !!

เมื่อสถานการณ์ได้เปรียบแล้ว บ่าย 12 ก.พ. บิ๊กชายชุดเขียว
จึงตั้งคำถามแบบเสียวสันหลังกับ ผบ.ชายชุดดำที่เข้าพบว่า...
ทำไมคดียิงขวัญควาย ทำงานรวดเร็ว ทั้งๆ ที่คดีอื่นๆ
ที่มีการทำร้ายประชาชน หลักฐานชัดเจน
แต่กลับไม่มีความคืบหน้า !!!..
นักรบย่อมได้กลิ่นสัญญาณลมหายใจออกแรง
ที่พัดออกจากจมูกนักรบด้วยกันดี


บิ๊ก 3 สีย่อมฝังแค้นที่ปูเน่ากับสมุนเคยแอบดอดไปหารือ กกต. 2 คน ว่า
จะขออนุมัติย้ายชาย 3 สีใหญ่ๆ สัก 3-4 คน แต่ กกต.ไม่ยอมและข่าวรั่ว
ทำให้ลมออกหูถึงขั้นบิ๊กสีเขียวชี้หน้าด่าปูเน่าในห้องประชุม
จนปูเน่าน้ำตาคลอ และเขารู้ว่าหากปูเน่าและบริษัทเผาไทย
ได้กลับมาเป็นรัฐบาลเทียมอีกครั้ง
พวกเขาก็จะอำนาจต่อรองลดลง และอาจถูกปลดย้ายได้

ดังนั้นเมื่อจุดอ่อนศรัตรูถูกเปิดเผย ไฉนเลยชาย 3 สีจะไม่จู่โจม
 ต้นสัปดาห์ที่ผ่านมามีการประชุม ครม.ที่สถานที่ของชาย 3 สี
จึงได้มีการส่งสัญญาณพูดชัดเจนกับปูเน่าว่าให้ลาออก
เพื่อเปิดทางให้มีการแต่งตั้งรัฐบาลชั่วคราว เพื่อการปฏิรูปประเทศ
เพราะชาย 3 สีประคองและอดทนต่อไปไม่ไหว ความชอบธรรมหมดสิ้นไปแล้ว
โดยฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้ปูเน่าต้องไปจากอำนาจ คือ

1. ทุกข์ของชาวนาที่ถูกโกงจำนำข้าว ทำให้ชาวนาฆ่าตัวตายแทบทุกวัน
โดยรัฐอั้งยี่แดงกู้ยืมเงิน 1.3 แสนล้านมาคืนหนี้ให้ชาวนาไม่ได้

2. ข้าวที่รับจำนำมาที่อยู่ในโกดัง 15-18 ล้านตัน มีสต๊อคลม ไม่เหลืออยู่ครบจำนวนจริง
หรือมีคุณภาพแย่ จึงเกิดการเผาข้าวในโกดังข้าวขึ้น ข้าวสารติดไฟยาก
แต่ข้าวเปลือกติดไฟง่าย แต่เป้าหมายที่แท้จริงคือการฉีดน้ำไปมากๆๆ ข้าวจะได้เน่า
 เสียเป็นจำนวนมาก ไม่สามารถขายได้ นี่คือกลโกงที่แท้จริง
กว่าจะระบายข้าวออกมาทันเพื่อใช้หนี้ชาวนา
ความมั่นคงของประเทศสั่นคลอนหนัก
เพราะทุกข์ของชาวนา คือทุกข์ของแผ่นดินของพ่อ

3. ฟางอีกเส้นคือ การที่ชายดูไบเรียกประชุมสมุนโจรที่ไว้ใจที่พม่า
 เพื่อวางยุทธศาสตร์ในการต่อรอง วางกำลังโจรที่จะป่วนประชาชน
และวางคนที่จะรับตำแหน่งสำคัญต่อไป เพื่อรักษาอำนาจ
เพราะมันชี้ให้เห็นถึงผู้ที่อยู่เบื้องหลังรัฐอั้งยี่แดงอย่างจริง
เป็นหลักฐานกระทบความมั่นคงของประเทศ


ทำให้ชาย 3 สีอยู่เฉยๆ ต่อไม่ได้แล้ว จึงพร้อมใจออกมายื่นคำขาดให้ปูเน่าลาออก
เพราะหมดความชอบธรรมทุกประการแล้ว โดยให้เวลาปูเน่าไม่เกิน 21 ก.พ.
มิฉะนั้นจะไม่รับรองว่าจะเกิดอะไรขึ้น
เพราะขณะนี้กำลังพลหลักๆ เข้ามาดูแลพระนครหมดแล้ว..
ใครขืนถือหางรัฐอั้งยี่แดงตอนนี้ทั้ง ผบ.ชายชุดดำ , ริดสีดวง ฯลฯ
เตรียมม้วนเสื่อรอดูหนังฉายรอได้เลย

เสธ ได้ข่าวว่าแก๊งค์แดงสู้แล้วรวย จะแสร้งทำทีนัดกันทำบุญในวันที่ 14 ก.พ.นี้
ที่จุดก่อสร้างหลวงพ่อทวดองค์ใหญ่ที่สุดในโลก ใกล้โบนันซ่า เขาใหญ่ โคราช
เพื่อซักซ้อมกันใช้กองกำลังติดอาวุธที่เหลือเพียงน้อยนิดกรำศึกใหญ่กับชาย 3 สี...

ซึ่งงานนี้วิเคราะห์ว่าคงมีชายไร้สีนิรนามถือถุงข้าวโพดไปเยี่ยมแกนนำเหมือนขวัญควาย โกตี๋ แน่ๆ
เพราะเขารอจังหวะออกมาจากห้างแถวลาดพร้าวมานานแล้ว
เพื่อมอบความเป็นธรรมครบมือหูดับไหม้ให้...
แก้กรรมมันแก้ยาก..แก้สันดานชั่วมันง่ายกว่า

รูปูถูกอุดจนหมดแล้วทุกทาง..ขาปูถูกหักจนเดินไม่ได้แล้ว..
โอกาสแบบนี้เขาให้ลงดีๆ ขืนยังไม่ลง.
.ก็จะต้องเจอรองเท้าบู๊ทถีบตกหน้าหงายตกจากเก้าอี้


topsecretthai@เสธ น้ำเงิน


บันทึกการเข้า
eskimo_bkk-LSV team♥
.กลุ่มผู้มีน้ำใจงาม..
member
*

คะแนน1501
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9719


ไม่แล่เนื้อเถือหนังพวก


« ตอบ #2 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 15, 2014, 09:27:41 am »









ประกาศ..หนังนักรบถุงป๊อบคอร์นเปิดฉายหูดับตับไหม้แล้วทั่วประเทศ



5 ก.พ.57 ประกาศ..หนังนักรบถุงป๊อบคอร์นเปิดฉายหูดับตับไหม้แล้วทั่วประเทศ

จากคราวที่แล้วที่มีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ “นักรบถุงป๊อบคอร์น“
ต่อกรกับกองโจรจนอัลธพาลของรัฐอั้งยี่แดงแบบถึงพริกถึงขิง ตามยุทธการ
“ พยัคฆ์หักเขี้ยวหมาขี้เรื้อน “

ที่หลักสี่จนแตกพ่าย เตลิดเปิดเปิงหางจุกตูดเจ็บกันไประนาว นั้น
 ผลของการฉายรอบปฐมทัศน์ครานั้น
ปรากฏว่าได้รับการตอบรับจากแฟนคลับ มิตรรัก แฟนเพลง
อย่างล้นหลาม กลายเป็นนักรบ “ ในดวงใจมวลมหาประชาชน” เพียงข้ามคืน

เกิดพลังรุนแรง ฉกาจฉกรรจ์ ทรงฤทธา สร้างผลสะเทือนไปทั้งธรณี
ต่อฐานกำลังชั่วช้าของรัฐแดงจนระส่ำระสาย ควบคุมไม่ได้อย่างหนัก ตอนนี้คือ

1. ขวัญควาย อัมพฤกซ้ายครึ่งซีก ตาเหลือกหนีตายเฉพาะหน้า หวั่นกลิ่นคาวเลือดจาก
 “เม็ดข้าวโพดกู้ชาติ”
ชักดาบค่ารักษาโรงพยาบาลอุดร ราว 4 แสนบาท
โดยใช้คอปเตอร์ชายชุดดำฝ่ายชั่ว รีบบินไปรับมารักษาที่ รพ.พระรามฯ ของชายดูไบ
ใช้ชื่อปลอมว่าสมศักดิ์ อยู่ห้องลงท้ายหมายเลข 06..
เสี่ยงมาให้นายดูไบฆ่าตัดตอนทิ้งแบบนิ่มๆ ง่ายๆ..
หนีพยัคฆ์มาให้หมาขี้เรื้อนลอบฆ่าเอาดื้อๆ

2. โกตี๋ ที่เคยป่วยด้วยโรคใบหน้าอัมพาตครึ่งซีก ทางซีกซ้าย และยังปากเบี้ยว ปวดหัวอย่างรุนแรง
ตาปิดไม่สนิท น้ำตาไหลตลอดเวลา เคยพูดบนเวทีปราศรัยก่อนเลือกตั้งว่า
ตอนนี้ปูเน่าโดดเดี่ยวมากๆ โดนบิ๊กสีเขียว ผู้ชายอกสามศอก
“ชี้หน้าด่ากลางที่ประชุม”
และในวันเลือกตั้งให้มวลชนควายแดง เตรียมปากกา
บัตรประชาชน อาก้า และ .38 เหน็บเอวไปคูหาด้วย ,
แถมประกาศอีกว่างานนี้หลวงปู่พุทธอิสระต้องจีวรปลิวแน่..
แต่ผลกรรมกลับต้องหนีตายหางจุกตูดร้องเอ๋ง ๆ
ออกต่างประเทศ...และเตรียมบินหนีไปอเมริกา

3. เลิศ ที่เคยนำนักรบพระองค์ดำ ปะทะกับนักศึกษารามฯ ปลายปี 56
เจอการตลาดเชิงรุก จัดชุดให้บริการส่งข้าวโพดถึงหัวกระไดบ้าน
จากกรุงเทพฯ ต้องหนีตายไปเข้าป่าเขาค้อ นัยว่าจะไปหาหลุมดำพรางกาย ,
แกนนำ นปช.เมืองสองแควอีกคน ประกาศก้องไม่เอาอีกแล้วกับบริษัทเผาไทย เข็ดจนตาย ,
นักเลงแดงสวะที่ไปขู่แกนนำชาวนาไม่ให้ประท้วง
ไม่งั้นจะทำร้ายลูกเมีย ตอนนี้ไม่รู้เป็นอะไร เกิดอาการพิการฉับพลันทันด่วน

4. ยิ้ม แดง รีบบินไปหากาแฟกินเมื่อเช้า 5 ก.พ.โดยเจ้าจำปีนั่งติดปีกเครื่อง
ออกไปเมืองปากเซ จำปาสัก ลาว และไปน้ำตก และจะกลับเข้ามาทางอุบล

5. ตั้ง นรกกินกบาลหมิ่นพ่อ เดิมเคยหนีไปให้แก๊งค์แดงคุ้มกบาลที่เชียงใหม่
เดินเที่ยวสวนสัตว์ และยังออกมารณรงค์จุดเทียน เจอผลิตภัณฑ์สินค้า
“ ฝักข้าวโพด TNT “ เข้าไป...เตรียมหนีตายไปอเมริกา

6. แก๊งค์ทวงหนี้นอกระบบ “สู้แล้วรวย” ปั่นป่วนหนัก กลัวประชาธิปไตยครบมือ
 ถึงกลับประกาศยุบเวทีปราศรัยหลอกควายแดงให้มากินหญ้าไปแล้ว 3 รอบ
พยายามเก็บปากไว้กินข้าวสวย เลี่ยงการกินข้าวต้ม
และทำท่าจะเปลี่ยนแนวทางการต่อสู้แนวใหม่เป็น “รวยแล้วเลิก” แทน

และแก๊งค์แดงยังบังอาจแอบอ้างเบื้องสูง หลอกหลวงพวกเดียวกันเองว่า
แต่งตั้งปลัดกระทรวงฯ เป็นจอมพลมีอำนาจสั่งการตรงชาย 3 สี
( เขียว ขาว ฟ้า ) ได้
ถึงกับทำสิ่งเทียมเอกสารราชการว่า
ส่งหน่วยมหาดเล็กรักษาฟ้ามาอารักขาปูเน่า
หรือแอบอ้างว่าหน่วยที่มาที่สำนักปลัดชาย 3 สี
เป็นหน่วยรักษาฟ้าทั้งหมด !!

กลับถูกราชเลขานุการฟ้าบอกสั้นๆ ว่าเอกสารที่เผยแพร่นั้น “ เป็นเอกสารปลอม “
ส่งผลทำให้ปลัดกระทรวงชาย 3 สี ถึงกลับหน้าถอดสี ลมใส่เครียดกินขมับ
 รีบแถลงตาเหลือกว่าเป็นเอกสารปลอมเช่นกัน...
ปั่นป่วน หันหน้า มองตากันเลิกหลั่ก กันไปทั่วทั้งบาง

พวกแก๊งค์อั้งยี่รัฐแดงนี่มันมีความสามารถสูง ทำได้ทุกอย่างแต่
“ยกเว้นความดี"
ล่าสุดเป็ดเหลิม เอาอีก!! คิดแผนแสนโง่แบบไม่ปรึกษาโลก
สร้างภาพมายาลวงตาหวังหลอกชาย 3 สี หลอกพวกเดียวกันเอง
และหลอกประชาชน ว่าเข้มแข็งหนักหนา
ต้องใช้กำลังชายชุดดำปราบและจัดการแกนนำให้แดดิ้น
 สลายการชุมนุมของมวลมหาประชาชนให้ราบคาบ

แต่เป็ดเหลิมผู้ได้ฉายาว่า
“ เป็นลูกน้องใคร หัวหน้าตายหมด “
 สมองมันเหลือน้อย
เพราะสมองส่วนใหญ่เส้นเลือดตีบตันไปหมดแล้ว
มันลืมคิดไปว่า

1. คุกแบริเออร์ภายในศูนย์รวมสัตว์ (ศรส.) ที่ขังชายชุดดำไว้ราว 1 หมื่นคนตอนนี้
สภาพการกินอยู่ของชายชุดดำต้องอยู่กันอย่างยากลำบากแร้นแค้น
นอนในเต้นท์ยังกะพม่าแรงงานนอกระบบ โดนอมเบี้ยเลี้ยง เสบียงกรังขัดสน
กินกันแต่มาม่ามานานแล้ว ที่จะขี้ เหยี่ยว ตด ก็ไม่เพียงพอ..
สวนเป็ดเหลิม อับดุล และนาย สั่งแต่อาหารแพง ๆ มากินกันเต็มโต๊ะ..

2. ชายชุดดำส่วนใหญ่ในนั้นเริ่มเห็นการแบ่งแยกบ่าว ไพร่ อย่างชัดเจน
ทั้ง ๆ ที่เขาเองก็มีศักดิ์ศรีเช่นกัน แต่ถูกเป็ดเหลิมและนายเหยียดหยามเกียรติกันถึงเพียงนี้
จึงบ่มเพาะความเกลียดชังเป็ดเหลิม และนายทวีคูณขึ้นทุกวัน..
ชายชุดดำฝ่ายดีจึงวางแผนกันว่า จะต้องหาจังหวะเหมาะยิงหัวเป็ดเหลิมบูชายัญให้ได้

3. การเอารัดเอาเปรียบจากนาย เห็นชีวิตลูกน้องไร้ค่า จัดซื้อรถมอเตอร์ไซต์หุ้มเกราะ
ที่เอาไปใช้ในพื้นที่เสี่ยงราคาแพงถึงคันละ 400,000 บาท
แต่สภาพไม่ต่างอะไรกับรถเวสป้าของบังขายผ้า
หรือรถขายไอติมวอลล์ ป้องกันอะไรไม่ได้เลย
ไอ้จุกยิงหนังสติกใส่ยังหัวแตกยับ
ชายชุดดำผู้ปฏิบัติจึงรอวันแก้แค้นนายงานนี้บ้าง

4. การแตกแยกกันยับเยินระหว่างชายชุดดำฝ่ายธรรมะ กับฝ่ายอธรรม
แทงข้างหลังกันอย่างหนักจากผลการประกาศแต่งตั้งตำแหน่งต่างล่าสุด
มีใส้ศึกคายความลับภายในรั่วออกมาทุกวินาที
คนที่พลาดตำแหน่งก็แปรพักษ์ดื้อเงียบ ๆ แทบหมดแล้ว

5. ไม่มีใครจงรักภักดีกับรัฐแดงปูเน่าอีกต่อไปแล้ว
เพราะรู้ว่าต้องหลุดจากตำแหน่งในไม่กี่วันข้างหน้านี้ จากผลของ
- บาปกรรมโกงที่ทำไว้อย่างแสนสาหัสกับชาวนาที่ ปปช.จะตัดสินชี้มูลความผิด
- ต้องสิ้นสถานะนายกเทียมไปโดยอัตโนมัติ จากผลของรัฐธรรมนูญ
ที่ตั้งรัฐบาลไม่ได้ภายใน 30 วันหลังจากเลือกตั้ง 2 ก.พ.57
- กกต.จึงยกเลิกการเลือกตั้งล่วงหน้ารอบ 2 วันที่ 23 ก.พ.แล้ว มันเปลืองงบ
- จีนได้กลิ่นก่อนคนไทย จึงยกเลิกการข้อตกลงซื้อข้าว 1.2 ล้านตัน
และ ยกเลิกขายแท๊ปแล็ตพีซี 8 แสนเครื่องให้ไทย..ระดับจีนจมูกเป็นเลิศเรื่องนี้
- สหรัฐ แถลงล่าสุดเปลี่ยนสีกลับลำกระทัน..
กลิ่นปูเน่ามันแรงฉุนจนสหรัฐรู้ทางลม

6. บิ๊กชายสีเขียว “ชี้หน้าด่าปูเน่า” ในที่ประชุมจนหน้าเหวอเป็น
“หมาแดกแฟ๊บ” มาแล้ว
ขืนเป็ดเหลิมสั่งสลายการชุมนุม หรือจู่โจมจับแกนนำ จะเปลี่ยนกรุงเทพฯ
จากเมืองแห่งรอยยิ้มให้กลายเป็น
 “ เมืองหลวงแห่งสงคราม “
ดั่ง กรุงเบรุต เลบานอน , กรุงโมกาดิชู โซมาเลีย แน่ๆ
ซึ่งชาย 3 สีเขายอมให้เป็นแบบนั้นไม่ได้
ดังนั้นการจัดงานวันวาเลนไทน์ ด้วยรถตีนตะขาบ ปืนใหญ่ รถถัง
(เพิ่งเอามาล่าสุด) รถหุ้มเกราะ และกำลังพลหลายสิบกองพันที่กัดกรามกรอดๆ มานานแล้ว
จึงอาจต้องเร่งเวลาให้เร็วขึ้น เป็ดเหลิม อับดุล ย้อย แจ๊ด
คงต้องไปตามหาไอ้ปึ๊ดที่เขมรแน่ ๆ

7. นักรบปราบมารฉายา “นักรบถุงป๊อบคอร์น“ เตรียมพร้อมอย่างสูงสุด
ที่จะใช้การรบนอกรูปแบบชนิดต่อตา ฟันต่อฟัน
ทั้ง Sniper และปะทะแบบยุทธการ
ต่อสู้ปกป้องประชาชนผู้ชุมนุมจากชายชุดดำ
และนักเลงโจรแดงอันธพาลที่จะบุกเข้ามา
เพราะภายในถุงป๊อบคอร์นนี้บรรจุด้วยความรักและความภักดี
มีป๊อบคอร์นสารพัดรส เช่น
ThomsonM1A1, M1 carbine,
Tavor, M16 ฯลฯ
และ “ ฝักข้าวโพดต้ม TNT “ อีกนับไม่ถ้วน
พร้อมจะสวนให้ผู้บุกรุกอิ่มท้อง ใส้เหวอะหวะกันทั่วถึง !!


หมามันยังรู้คุณคน แต่ไอ้แก๊งค์อันธพาลเทียมคนไม่รู้คุณแผ่นดิน
มันทนไม่ไหวแล้ว ถ้าบุกเข้ามามันต้องเจอป๊อปคอร์นรสพิเศษเหล่านี้
 แถมเสริฟกาแฟรวมมิตรรสพิสดาร ที่หากินได้ที่เดียวคือที่เมืองไทย
เจอประเคนความยุติธรรมหูดับตับไหม้ทั่วถึงเต็มทั้งร่าง กรอบมันถึงใจ
จนถึงลมหายใจเฮือกสุดท้ายแน่ๆ !!
 “นักรบถุงป๊อบคอร์น“ จะช่วยปกป้องคุ้มครอง ชาติ ราชบัลลังก์
และประชาชนของพ่อ ที่เป็นผู้หญิง คนแก่ เด็ก ให้ปลอดภัยเอง

เมื่อไรที่ปากถุงป๊อบคอร์นเปิด..เหล่าคนพาลจะถูกทำลายมลายสิ้น..
ร่างคนพาลจะไม่ได้ใส่แม้โลง แต่จะใช้แค่ “ ถุงปุ๋ย “ แทน

topsecretthai@เสธ น้ำเงิน





บันทึกการเข้า
eskimo_bkk-LSV team♥
.กลุ่มผู้มีน้ำใจงาม..
member
*

คะแนน1501
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9719


ไม่แล่เนื้อเถือหนังพวก


« ตอบ #3 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 15, 2014, 10:27:19 am »






ตับๆๆ.เปรี้ยงๆๆ.โครมๆๆ..ข้าวโพด ก้อนหิน ถล่ม รถ บ้าน หงอกยับเยิน

12 ก.พ.57 ตับๆๆ..เปรี้ยงๆๆ..โครมๆๆ..ข้าวโพด ก้อนหิน ถล่ม รถ บ้าน หงอกยับเยิน

เวลาประมาณ 12.30 น. ขณะที่หงอกชั่วจอมหมิ่นและจาบจ้วงเบื้องสูง
กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ภายในบ้าน เลขที่ 114/147 หมู่บ้านนันทวรรณ ซอยคู้บอน 27 (สยามธรณี)
 ถนนรามอินทรา แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กทม. ได้มี ชายไร้สีนาม
นักรบมืดผู้ปราบมาร จำนวน 2 คน ขี่มอเตอร์ไซต์ มาจอดที่หน้าประตูบ้าน
แล้วจึงตะโกนเรียกให้คนให้บ้านออกมาหา
หงอกหลงกลจึงลุกเดินออกมาดูที่ประตู แต่ไม่กล้าออกมาด้านนอก

นักรบนิรนามทั้ง 2 จึงบรรจงใช้สิ่งเทียมปืนสั้นลูกโม่ และสิ่งเทียมปืนลูกซอง
ระดมยิงเข้าใส่หงอกอย่างไม่ยั้งราว 5-6 นัด ทำให้หงอกกระโดดหลบหาที่กำบัง
กระสุนทะลุกระจกหน้าบ้าน ระดับหัวหงอกพอดี
แต่กระสุนโดนมุ้งลวดแฉลบไปโดนตู้หนังสือ กระจกตู้แตก

จากนั้นนักรบนิรนาม 2 คนได้ตะโกนด่าทอหงอกด้วยความโกรธจัด
 และยังได้ขว้างก้อนอิฐ และระเบิดขวดใส่น้ำมันข้ามรั้วเข้ามาในบ้าน
 หน้าต่าง อย่างไม่ยั้ง ต่อหน้าเพื่อนบ้านหลายคนของหงอกชั่ว
จนรถ กระจก และบ้านหงอกได้รับความเสียหาย

หงอกปากเสีย กล่าวเสียงละห้อยว่า ตนถูกคุกคามหนักที่สุด
 ตนพร้อมแล้วที่จะพูดคุยด้วยเหตุผล หลังจากนี้จะขอย้ายที่อยู่อาศัยชั่วคราว
เพื่อความปลอดภัย เพื่อไม่ให้ครอบครัวและเพื่อนบ้านต้องได้รับผลกระทบอีก
 เพราะบ้านเลขที่ของตนรู้จักกันหมดแล้ว และอาจเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นมาอีก

กรณี ตั้ง อาชีวะ ซึ้งขึ้นปราศรัยบนเวทีพรรคเผาไทยรัฐอั้งยี่แดง
ต่อหน้าผู้บริหารพรรค รัฐมนตรี หลายคน เมื่อวันที่ 27 พ.ย.56 ที่ขึ้นเวทีราชมังคลาฯ
กล่าวจาบจ้วงสถาบัน เบื้องสูง จนตู่คางคก ได้ตบรางวัลให้ ตั้ง อาชีวะ หลายหมื่นบาท
ต่อหน้าควายแดงที่มาชุมนุมและสื่อมวลชน

ต่อมาชายชุดดำทนแรงกดดันจากสังคมไม่ไหว ค่อย ๆ ขี่หอยทากเสนอศาลออกหมายจับกุม ตั้ง อาชีวะ
แบบเฝื่อนๆ อายุความ 15 ปี นับตั้งแต่วันที่ 11 ธ.ค.2556 แต่บริษัทเผาไทยอั้งยี่แดง
ได้ให้ อดีตส.ส.เผาไทย คอยให้ความคุ้มครอง จากนั้นไปกบดานอยู่ที่เชียงใหม่
ภายไต้การดูแลคุ้มครองของ เจ๊ ด.แดกจำนำข้าว และตั้ง ได้ไปเที่ยวทั่วทั้งเชียงใหม่
 เช่น สวนสัตว์ ร้านอาหาร และไปร่วมจุดเทียนบ้า ๆ บอๆ
กับแก๊งค์อันธพาลแดงเชียงใหม่ แต่ชายชุดดำก็ยังไม่สามารถมองเห็น
 เพราะความชั่วมันบังตาจนพร่ามัว

ล่าสุดมีเอกสารลับวิทยุในราชการสำนักงานชายชุดดำแห่งชาติ
ตีตราด่วนที่สุดวันที่ 10 ก.พ.57 ถึงผู้รับปฏิบัติ เกี่ยวกับการติดตามตัว
โดยเนื้อหาระบุว่าได้รับรายงานจากหน่วยงานในสังกัดที่เกี่ยวข้องว่า
 “ยังไม่พบตั้ง อาชีวะ” และ “ ไม่รู้ว่าไปหลบซ่อนอยู่ที่ใด “

บริษัทเผาไทย กำลังใช้ให้สมุนผีห่าซาตานชั่ว ปล่อยข่าวให้ร้ายสถาบันเบื้องสูง
ให้หนักขึ้นกว่าเดิม ผ่านสายวิชาการมหาลัย นักวิชาการในสังกัดที่รับจ้าง
พวกชั่วช้านี้เจอแค่นี้คงพอแก้กระษัยปากเสียไปได้บ้าง

จะบอกให้พวกริเบอรัล หมิ่นพ่อ ทุกคนรู้ไว้เสียเลยว่า ถ้าเข้าไปอยู่ในคุกมันจะรู้ว่านรกมีจริง
เพราะอันธพาลสมุนอั้งยี่แดงที่อยู่ในคุกที่โดนข้อหาหมิ่นเบื้องสูง
ที่ผ่านมาทุกคนไม่ว่าชายหรือหญิง จะโดนนักโทษในคุกรุมซ้อมและกลั่นแกล้ง
นักโทษในคุกที่มีข้อหาฆ่าคนตาย จะเตะ ต่อย ทุบ คนที่ติดคุกเพราะข้อหาด่าพ่อ

เตะปากไปก็พูดสั่งสอนไปว่า ถึงเขาจะฆ่าคนตาย
ก็ไม่เลวเท่าอันธพาลสมุนอั้งยี่แดงอย่างพวกปากปล่อยนี้
อันธพาลแดงที่ติดคุกก็ได้แต่ร้องขอชีวิตท่ามกลางห่าเท้า หมัด
 ที่หลังไหลชโลมมายิ่งกว่าสายฝนทุกวัน
ยิ่งเสียกว่านรกภูมิจริงๆ เสียอีก

เสธ วิเคราะห์ว่าต่อไปบ้าน ที่ทำงาน ของพวกริเบอรัล นิติราช ที่เคยพูดหมิ่นพ่อไว้ในบัญชีดำทุกคน
น่าจะมีคนถือถุงข้าวโพด และฝักข้าวโพด ไปเยี่ยมเยียนทุกคนทั้งกลางวัน กลางคืน บ่อยๆ
รวมถึงคนที่กล้าให้พวกหมิ่นเบื้องสูงนี่เข้าไปพักพิงด้วย
วันนี้หมดความอดทนที่ต้องปราณีแล้ว ในเมื่อกฎหมายปกป้องพ่อของแผ่นดินล่าช้า
พวกคิดชั่วล้มเบื้องสูงก็ต้องเจอกำปั้นเหล็กทุบหนักๆ

พูด เขียน ได้ก็ทำไป แต่ถ้าโดนดีอย่ามาร้องเอ๋งๆ ขอความเห็นใจ ไม่สงสาร ไม่ต่อรอง
แจกข้าวโพดอย่างเดียว..นิติราช..จะต้องกลายเป็น “ ขี้ราด“ !!
ถ้าพวกนี้ไม่หยุดครั้งหน้าชายไร้สีนาม นักรบมืดผู้ปราบมาร
เขาอาจจับพวกนี้ขึงมัดเสา แล้วถามโดยสุภาพว่าจะเลิกหมิ่นไหม !!

ถ้าตอบว่าเลิก...เขาก็จะช่วยเอาสิ่งเทียมพานท้ายปืนช่วยถอนฟันปลอมให้หมดปาก
และเอามือวางกับพื้นกระแทกมือที่เขียนเลว ๆ ให้นิ้วหักให้หมด
แล้วเอาคีมดึงลิ้นออกมา เอากรรไกรตัดทิ้งไปสักครึ่งหนึ่ง

ถ้าตอบว่าไม่เลิก..หรือไม่ตอบ..เขาก็อาจให้อม หรือยัดประทัดยักษ์เขาไปในตูด
แต่เขาก็จะไม่ทำร้ายอะไร แค่เดินจากไป..พร้อมกับดึงสายชนวนออกเท่านั้น !!

เสธ ว่า ถ้าชายชุดดำจับไม่ได้ก็คงไม่เป็นไร เพราะมีพ่อครัวอีกมาก
 ที่เขาคั่วข้าวโพดรอจัดกฐินสามัคคีไปเยี่ยมพวกจาบจ้วงนี้อยู่..
ลิ้นชั่วมันต้องเจอข้าวโพดร้อนๆ !!

topsecretthai@เสธ น้ำเงิน



บันทึกการเข้า
eskimo_bkk-LSV team♥
.กลุ่มผู้มีน้ำใจงาม..
member
*

คะแนน1501
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9719


ไม่แล่เนื้อเถือหนังพวก


« ตอบ #4 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 15, 2014, 11:04:39 am »




เตือน..โจมตี M79 หลวงปู่พุทธอิสระ จะก่อรอยร้าวกับชายชุดเขียว

11 ก.พ.57 เตือน..โจมตี M79 หลวงปู่พุทธอิสระ จะก่อรอยร้าวกับชายชุดเขียว

ที่เวที กปปส.ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ ระหว่างที่ชาวนามารวมตัวยื่นหนังสือ
ขอความเป็นธรรมกับกระทรวงยุติธรรม และสำนักงานอัยการสูงสุด
ชายชุดเขียวและการ์ดได้สั่งเกตุชาย 2 คนที่มีพิรุธแฝงตัวอยู่ในกลุ่มชาวนา
 เลยเกิดการตะลุมกันแบบไม่ยั้ง ตำรวจ 2 คนถูกสิ่งเทียมไม้ เท้า หมัด
จนหมอบคาที่ ถูกจับมัดผ้าผูกตาไว้ได้

นำมาให้หลวงปู่สอบสวน ทั้งสองยอมรับสารภาพว่าเป็นตำรวจแฝงตัวมาหาข่าว
ตามคำสั่งผู้บังคับบัญชา ชื่อ ร.ต.ต.สมคิด เกยกมล และ ด.ต.สมพงษ์ อุ่นนวล สายสืบจาก สน.สามเสน
ผู้บังคับบัญชา ที่ส่งมาคือ พ.ต.อ.เอกชัย ลิ้มวุฒิวงศ์ และ พ.ต.อ.มณฑล บัวจีบ

จากการยึดตรวจสอบโทรศัพท์มือถือไปเช็ค พบมีการส่งข้อความของตำรวจคนหนึ่งมีข้อความ
ส่งไลน์คุยกับเพื่อนว่า
"ลูกแรกประเคนไม่ถึงมือหลวงปู่ ลูกที่สองน่าจะประเคนถึงมือหลวงปู่ "
และพูดคุยแล้วมีการหัวเราะเยาะ ตอบโต้กัน
เกี่ยวกับเหตุการณ์ยิงระเบิด M79 เมื่อช่วงค่ำวันที่ 8 ก.พ.
ทำให้มีประชาชนและเยาวชน บาดเจ็บเข้าโรงพยาบาล 2 ราย

โดยกองพิสูจน์หลักฐาน และทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน (พล.ปตอ.)
เข้าตรวจหลักฐาน M 79 บึ้ม กปปส. แจ้งวัฒนะ พบสะเก็ดระเบิดคาดยิงมาในระยะ 400 เมตร
จากตึกร้างหลัง รพ.มงกุฎวัฒนะ โดยยิงวิถีโค้งแบบสุ่มเสี่ยงไม่หวังผล

โดยหลวงปู่ได้กล่าวกับตำรวจทั้งสองคนว่า
 " ที่จริงหลวงปู่ไม่รู้ว่าพวกเราคิดอะไรนะ แต่พวกเราเป็นคนไทย
เราไม่ควรมาทำร้ายกัน จับผิดกัน
เพราะเรามีสิทธิตาม รธน.ที่จะเคลื่อนไหวในวิถีสันติอหิงสา
เราโดนยิง คุณรู้ไหม คุณหัวเราะเอิ้กอ๊าก ว่าเราโดนยิง
พวกคุณน่าสงสัยว่า เข้ามายั่วยุ หรือมาทำอันตราย
เราโดนกระทำมาตลอด เราขออภัยถ้ามีการกระทบกระทั่ง"

หลังซักถามสอบสวนแล้วหลวงปู่ได้คืนกระเป่าตังค์ มือถือ
แก่ตำรวจทั้งสองคน และหลวงปู่ ฯ จัดอาหารให้กิน
แล้วสั่งให้ชายชุดเขียวและการ์ดนำตัวตำรวจทั้ง 2
ออกนอกพื้นที่ทันที

หลวงปู่พุทธะอิสระ เป็นชาวกรุงเทพฯ โดยกำเนิด การศึกษาเล่าเรียนทางโลก
ไม่จบชั้นประถมปีที่ 4 แต่จบนักธรรมเอก บวชครั้งแรกเมื่ออายุ 20 ปี
 ที่วัดคลองเตยในได้พรรษาเดียว ก็สึกออกไปเป็นทหาร 2 ปี
“ ทหาร พล.ปตอ.”
หลังเสร็จภารกิจทางทหาร ก็กลับมาบวชใหม่ที่วัดเดิม
โดยได้รับฉายาว่า "ธมฺมธีโร" แปลว่า "ปราชญ์ทางธรรม"

ส่วนที่มาของฉายานั้น สืบเนื่องจากในครั้งหนึ่ง
ท่านได้มีโอกาสไปแสดงธรรมที่วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี
ซึ่งการแสดงธรรมครั้งนั้นจับใจผู้ฟังมาก จนชาวบ้านต่างคิดว่า
 ท่านน่าจะเป็นพระอาวุโส จึงมีการเรียกท่านว่า
 "หลวงปู่" ต่อ ๆ กันมา จนถึงบัดนี้
แม้แต่ชายดูไบ ก็ยังเคยเดินทางไปนมัสการหลวงปู่ที่วัด

สำหรับเหตุผลที่ หลวงปู่พุทธะอิสระ ตัดสินใจร่วมเคลื่อนไหวนั้น
ให้เหตุผลว่า
"อาณาจักร" กับ "ศาสนจักร" ต้องเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน
หากอาณาจักรล้มลง ศาสนจักรก็ไม่อาจอยู่ได้
 และศีลธรรมไม่สามารถแยกขาดจากใจคน!!


ที่จริงหลวงปู่พาพระเณรเข้าป่า ออกมาเจอสุทิน กับหมอระวี ไปหาที่วัด
ก็เลยบอกสุทินว่าดูแลตัวเองให้ดี เห็นประตูวิญญาณเปิด
แล้วก็เอามือตบหัวแล้วแต่บุญกรรมทีทำมา

อีกแรงใจหนึ่งคือ ทนไม่ได้กับไอ้กะเลวกะราดที่ไหนไม่รู้
มานั่งด่าในหลวงพระราชินีในเวทีคนเสื้อแดง
แถมพวกที่นั่วแถวหน้าก็เป็นรัฐมนตรี นักการเมือง
นั่งตบมือเชียร์อีกต่างหาก
ก็คิดว่าถ้านิ่งเฉยพ่อของเราคงจะเป็นทุกข์เป็นแน่
และยิ่งรู้การกระทำของฝ่ายการเมืองที่ปู้ยี่ปู้ยำทรัพยากรน้ำมัน
 กอบโกยไม่แบ่งคนจน ที่กว่าจะได้ข้าวมาเม็ดหนึ่งตกระกำลำบาก

วันที่ก้าวออกมาจากประตูวัด
ท่านหันหลังกลับไปมองกุฏิแล้วคิดว่า
“จะไม่คิดมีชีวิตกลับมาถ้าแพ้ “
เพราะถือว่า 30 ปี ทีผ่านมาได้อุทิศให้ศาสนามา
 ที่เหลือขออุทิศให้ชาติ ศาสน์ กษัตริย์

หลวงปู่ฯ เคยเป็นทหารสายบูรพาพยัคฆ์
รุ่นเดียวกับ ร.ต.อุดมเดช สีตะบุตร ในขณะนั้น
ซึ่งปัจจุบันเป็น พล.อ.อุดมเดช สีตะบุตร รองผบ.ทบ.

ปกติหลวงปู่ฯ จะพบแขกที่มาเจรจาที่บ้านทรงไทย
บริเวณด้านข้าง พัน. ปตอ. 1 รอ. ถนนแจ้งวัฒนะ
ท่านมีลูกศิษย์ทหารสายบูรพาพยัคฆ์ ประกอบด้วย บิ๊ก 4 ป.คือ
 ป.ประวิตร , ป.ป้อม , ป.ป๊อก และ ป.ประยุทธ์
มี ผบ.ทบ.คนก่อนที่เป็นลูกศิษย์ใหญ่
ส่งคนมาถามเรื่องความช่วยเหลือ

พล.อ.ประยุทธ์ ผบ.ทบ.ให้ยึดแนวทางการเข้าระงับเหตุการณ์ปะทะแยกหลักสี่
เป็นโมเดลปฏิบัติของหน่วยทหาร ชื่นชม
พ.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์
และ พล.ปตอ. (ปตอ.พัน 6) ที่ทำงานเกิดความสูญเสียน้อย
โดยให้ดำเนินการ เช่นนี้ “ ในทุกพื้นที่มีเหตุรุนแรง “
มั่นใจทหารดูแลชาติบ้านเมืองได้ และสั่งให้ปรับกำลังทหารใหม่
เข้าดูแลประชาชนให้ปลอดภัย หลังมวลชน กปปส.ยุบบางเวทีไปรวมกัน

และให้ทหารเก็บภาพหลักฐาน พวกมาป่วนไว้คลี่คลาย
 และดำเนินคดีตามกฎหมายให้หมดทุกคน
เชื่อมั่นศรัทธาทหารและอวยพรให้ปลอดภัยทุกคน

พล.ต.โชติอนันต์ปรีชา ทรัพย์หิรัญ ผบ.ทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน (พล.ปตอ.)
รวมพล รอง ผบ.พล. ผู้การกรม และผู้พัน ทำหน้าที่ ตามคำสั่ง ผบ.ทบ.
รับภารกิจแถวแจ้งวัฒนะ และตัองสู้กับ M79 ที่เริ่มมาลงถี่ ด้วยความเข้มแข็ง
พร้อมเพรียง เป็นที่ประจักษ์ เลยต้องมีการปรับกำลังทหารไปวางรอบนอก
และในซอย ที่อาจเป็นจุดที่ชายชุดดำต่อประชาชนยิง M79

เสธ ได้ข่าวว่าระยะต่อไปรัฐอั้งยี่แดง
และชายชุดดำจะใช้อาวุธระเบิดแฝงมาในรูปถุงขยะ
ของฝาก ของถวาย มาให้หลวงปู่ฯ
จึงขอเตือนพวกแมงหวี่แมงวันแบบพี่น้องว่า
อย่าเสี่ยงไปยุ่งกับหลวงปู่เลยดีกว่า เพราะนั่นเท่ากับ
หัวหน้าหน่วยนั้นประกาศศึกแบบเปิดหน้าชกกับ ผบ.ทบ.ถึง 4 คน
และทหาร พล.ปตอ. รวมทั้งทหารราบ 11 รอ. อีกหลายกองพัน
ที่เขาต่อสายถึงกันตลอดเวลา ดูเหตุการณ์วันที่ 1 ก.พ.57 เป็นตัวอย่าง

หากหลวงปู่บาดเจ็บหรือเป็นอะไรไป
หรือไปแหย่ทหารเขาจนลูกน้องเขาเจ็บ
ทหารเขาทนไม่ได้ขึ้นมา มันจะยุ่งยากกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวและต้องรบกัน
และทุกคนที่เกี่ยวข้องจะลำบากเป็นอันตรายกันไปหมด...

อะไรไม่น่ากลัวเท่ากับทหารโกรธ..ขอเตือน !!
พวกแมงหวี่แมงวันจะไม่มีแผ่นดินอยู่

เรื่องเดิม..อากาศกำลังดี..อย่าคิดไปทำชั่วแถวแจ้งวัฒนะมาฆะ ”บูชา” จะมาเร็ว https://www.facebook.com/media/set/?set=a.210300532493315.1073741898.187529244770444&type=1

@เสธ น้ำเงิน

บันทึกการเข้า
eskimo_bkk-LSV team♥
.กลุ่มผู้มีน้ำใจงาม..
member
*

คะแนน1501
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9719


ไม่แล่เนื้อเถือหนังพวก


« ตอบ #5 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 15, 2014, 11:21:52 pm »



เปิดยุทธการ..หักเหลี่ยมโหด สมุนไอ้หน้าเหลี่ยม แค่กระแอมยังกระเจิง

15 ก.พ.57 เปิดยุทธการ..หักเหลี่ยมโหด สมุนไอ้หน้าเหลี่ยม แค่กระแอมยังกระเจิง!!

จากเมื่อคืนที่ผ่านมา เวลา 19.40 น.ที่ผ่านมาสมุนแก๊งค์อั้งยี่รัฐแดง
ได้ยิงเครื่องยิงลูกระเบิดชนิด M79 จำนวน 1 ลูก เข้าที่หน้าต่างชั้น 7 อาคารศาลอาญา
ได้รับความเสียหาย นั้นแก๊งค์นี้เป้าหมายข่มขู่เปาบุ้นจิ้น 2 ประการคือ

1. กดดันคดีต่างๆ ของบริษัทเผาไทยที่คาอยู่ เพื่อให้หวาดกลัวแล้วตัดสินให้ฝ่ายตัวเองชนะ
2. กดดันให้อนุมัติหมายจับแกนนำ กปปส. และไม่ให้ประกันตัวตามที่ชายชุดดำ และริดสีดวงเสนอมา

แต่เปาบุ้นจิ้นท่านกลับไม่หวั่นไหว เพราะทำงานตรงไปตรงมาตัดสินตามกฎหมาย
ภายใต้พระปรมาภิไธยไทยของพ่อ ไม่ได้ตัดสินตามคำขู่ M79 ของบริษัทเผาไทย

ดังนั้นช่วงบ่ายวันนี้ เมื่อทนายสื่อมวลชนสนธิญาณที่เทิดทูนพ่อ
ยื่นคำร้องคัดค้านการฝากขังของริดสีดวงข้อหากบฏ
 เนื่องด้วยก่อนหน้านี้ศาลรัฐธรรมนูญได้เคยวินิจฉัยมาแล้วว่า
การชุมนุมของกลุ่มผู้ชุมนุม กปปส. เป็นไปโดยสงบ ตามสิทธิรัฐธรรมนูญ
เปาบุ้นจิ้น จึงได้มีคำสั่งให้ประกันตัวสนธิญาณทันที
ห้ามตำรวจคุมตัวไว้..ส่งผลให้สนธิญาณไปนั่งกินอาหารที่เซ็นทรัล
และนั่งเล่น LINE ต่อจากครั้งก่อนได้สบายๆ

เมื่อคืนที่ผ่านมาราว 02.20 น. พวกแมงหวี่แมงวันได้ยิงปืนรัวๆ หลายนัด
ที่นอกเขตชุมนุมหลวงปู่พุทธอิสระ แจ้งวัฒนะ..
พริบตานั้นมีชายชุดเขียวจำนวนมากเข้าไป “เคลียร์”
ด้วยไม้ตีแมลงไฟฟ้าแสงแปลบๆ ทันที่
ส่งผลให้แมลงหวี่แมลงวันกระเจิง และประชาชนปลอดภัยทุกคน

วันนี้เป็ดเหลิม และชายชุดดำยังไม่เข็ดเชพกระทะเหล็ก
ภายไต้ยูนิฟอร์มชุดใหม่คือผ้าขาวม้า คั่วข้าวโพดถวายทานวันมาฆบูชาเมื่อวาน
เตรียมกำลังจะมาสลายผู้ชุมนุมแจ้งวัฒนะอีก
โดยวางแผนชั่วใหม่แต่มุกเดิม คือ ชายชุดดำฝ่ายชั่วในเครื่องแบบ
แบ่งงานกันทำกับสิ่งเทียมคน สมุนแก๊งค์อั้งยี่แดง เก่ง เตะเมีย และโกตี๋ ป๊อบคอร์น

โดยแต่เช้ามีการซ่องสุมกำลังโจร ที่บริเวณใต้สะพานข้ามแยกปากเกร็ด
คลองประปา (สมุนโกตี๋) และ บางส่วนอยู่ที่บริเวณไอทีสแควหลักสี่ (คนของเก่ง)
แต่ด้วยตอนนี้มวลชนควายแดงมีน้อยมาก ๆ แล้ว
เพราะตาสว่างมากขึ้น และถูกหลอกมาตายบ่อย ๆ
จึงต้องระดมมวลชนจากนนท์ และอยุทธยา มาเพิ่มโดยรถบัส 2-4 คัน..
ซึ่งทุกจุดไม่พ้นสายตาชายชุดเขียวที่ส่งสายลับไปถ่ายภาพมาทุกขึ้นตอน

จุดที่ 1 แจ้งวัฒนะ...พวกนี้มีการสุมหัววางแผนชั่วแบ่งงานกันเงียบๆ
(แต่ เสธ ส่งสายไปขอยืนฟังด้วย) โดยมีขั้นตอนดังนี้

- จะแกล้งทำทีให้ชายชุดดำมาขอคืนพื้นที่ โดยจะให้ชายชุดดำนำทีมก่อนอยู่แนวหน้า
- แล้วให้มวลชนสมุนป่วนอเวจีแดง และปะปนด้วยแก๊งค์เขมร มาร่วมสมทบอยู่แถวหลังชายชุดดำ
- เขมรฮุนเซนอีกส่วนแฝงแต่งตัวปะปนเป็นชายชุดดำปิดหน้าทั้งหมด โดยใช้ปืนและกระสุนจริง
- เขมรอีกส่วนหนึ่งแต่งตัวคล้ายผู้ชุมนุม กปปส.ปลอมปะปนเข้ามาด้านในใกล้จุดปะทะ
- พอได้จังหวะเวลานัดหมายที่ชายชุดดำเดินดาหน้าเข้ามา
ก็จะทำทีให้เกิดเหตุการณ์วุ่นวาย ทะเลากันระหว่างควายแดง กับเขมร
แล้วให้พวกเขมรที่ปลอมตัวเป็นมวลชน กปปส.รีบแอบแฝงตัว
แล้วใช้ปืนยิงสวนชายชุดดำให้ตาย และเจ็บสักหลายสิบคน
- เท่านี้ก็เข้าแผนการชั่วของพวกเดนนรกยอมสละชีพลูกน้องชายชุดดำ
หลักสิบคนเอง คุ้มๆๆ มาก เพื่อที่จะให้หัวหน้าชายชุดดำใช้เป็นข้ออ้าง
ใช้มาตราการณ์กระสุนจริงเข้าปราบปรามมวลชน กปปส.ทันที

แต่แผนการชั่วร้ายทั้งหมดถูกรู้ก่อนจนสิ้น จึงเกิดยุทธการ..
หักเหลี่ยมโหด สมุนไอ้หน้าเหลี่ยมขึ้น ตามลำดับเวลาดังนี้

- เวลา 09.16 น. เมื่อสายลับแจ้งมาว่ารถชายชุดดำเข้ามาถึงคลองประปาแล้ว
 ชายชุดเขียวและการ์ด กปปส.เวทีแจ้งวัฒนะสั่งปิดถนนถึงปากซอยแจ้งวัฒนะ 14 ทันที

- เวลา 09.33 น. หลังฝนที่ตกลงมาเริ่มซา แบ่งมวลชนออกเป็น 3 ส่วน
โดยส่วนหนึ่งให้มวลชนนำเก้าอี้ไปนั่งที่ด่านด้านหน้า CAT ,
ส่วนที่สองหน้า รพ.มงกุฏวัฒนะ อย่างสงบนั่งขวางถนนไว้
และส่วนที่สาม ให้ปักหลักหน้าเวทีเพื่อรักษาพื้นที่

- เวลา 09.36 น. มวลชนควายแดงจำนวนมาก เริ่มทยอยเข้าสมทบกับ
กองกำลังชายชุดดำบางส่วนที่บริเวณโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ ถนนแจ้งวัฒนะ

- เวลา 09:54 น.ชายชุดดำ 8 กองร้อย รวมพลที่เมืองทองธานี
 เคลื่อนเข้าพื้นที่แจ้งวัฒนะ ใกล้ในพื้นที่การชุมนุม และกระชับพื้นที่มากขึ้นตามลำดับ

- เวลา 10.16 น. หน้าหลักสี่มีชายชุดดำอีกชุดมารวมตัวกัน
และชายชุดดำอีกชุดทั้งนอกและในเครื่องแบบ พร้อมอาวุธครบมืออยู่ที่ แจ้งวัฒนะ ซอย 5

- เวลา 10.20 น. ชายชุดดำเล็งเห็นแล้วว่าไม่สามารถฝ่าแนวต้านของมวลชนเข้าไปได้
จึงหันมาใช้วิธีเจรจาแทนระหว่าง บก.น.2 กับ แกนนำแจ้งวัฒนะ แต่ตกลงกันไม่ได้

- เวลา 10.38 น. ชายชุดดำอีกชุดสุมหัวสแตนด์บายรอที่ใต้ทางด่วนแจ้งวัฒนะ
มีรถตัดสัญญาณ 4 คัน กระจายกำลังอยู่โดยรอบ รวมกับมวลชนโกตี๋ ช่วยกันทำแยกกันตี

- เวลา 11.46 น.ช่วงถนน อยุธยาเข้า กทม มีรถชายชุดดำคีรีมาส นำทางรถบัส 3 คัน
ที่มีมวลชนควายแดงนั่งปะปนกับชายชุดดำผ้าพันคอสีม่วง พร้อมรถขังผู้ต้องหา มุ่งตรงเข้ามา

- เวลา 12.00 น.กองกำลังชายชุดดำ 3 จุด คือ IT SQUARE หลักสี่ ,
ที่จุดวงเวียนบางเขนหลายร้อย และอีกส่วนอยู่บริเวณคลองปะปา(ปากเกร็ด)
พร้อมมวลชนคนเสื้อแดง ตั้งหน้าตั้งตารอเวลา เข้าสลายมวลชน กปปส. แจ้งวัฒนะ

- เวลา 12.50 น. แก๊งค์อันธพาลแดง รวมตัวกันเพิ่มจำแลงแปลงกายตัวเป็นประชาชนเดือดร้อนที่แจ้งวัฒนะ
ถือป้ายไปกดดันชายชุดดำ ประกาศว่า “หากไม่เข้าสลายการชุมนุมที่ถนนแจ้งวัฒนะ
ควายแดงจะรวมกันเข้าไปสลายการชุมนุมเอง” (สายลับ อยู่ที่นั่นด้วยบอกว่าขี้โม้ว่ะ..ฮา)

- หลวงปู่บอกกับมวลชนว่าให้มีสติ และนิ่งๆ อย่าไปตอบโต้ใด ๆ เดี๋ยวทุกอย่างก็จะดีเอง !!

- เวลา 12.30-13.00 น. ชายชุดดำ มวลชนอันธพาลแดง เจออะไรเข้าไปบางอย่าง!!
แตกสลายเผ่นหางจุกตูดจากทุกจุด ชายชุดดำผู้ปฏิบัติกลับหมดแล้ว
หันหัวรถเลี้ยวเข้าไปในเมืองทองนอนพักผ่อน..แบบ งงๆ
เออ..เกิดไรขึ้นถึงสั่งกลับหว่า ส่วนมวลชนอันธพาลแดงตามมาส่งโบกมือลาตาละห้อย

- เวลา 13.10 น. ผู้ชุมนุม กปปส.กลับไปรวมกันหน้าเวทีแจ้งวัฒนะ
ส่วนหลวงปู่นัดหัวหน้าหน่วยชายชุดดำพรุ่งนี้มาขอคืนพื้นที่ใหม่นะ !! ฮา..

จุดที่ 2 กระทรวงพลังงาน...

- มีกลุ่มควายแดงรับค่าจ้างหน้าเดิมๆ และชายชุดดำนอกเครื่องแบบปลอมตัว
ปะปนรวมตัวกันอ้างว่าเป็นกลุ่มประชาชน ที่ได้รับความเดือดร้อน
มารวมตัวกันบริเวณใกล้กระทรวงพลังงาน อ้างว่าไม่สามารถประกอบอาชีพได้ตามปกติ
มากดดันมวลชนกลุ่มย่อย กปปส.ที่ปิดกระทรวงพลังงาน
 มีชายชุดดำ สน.บางซื่อ ได้เข้าไปอำนวยความสะดวกมวลชนแดง

- ต่อมาชายชุดเขียวในเครื่องแบบจำนวนมาก ก็ออกมาดูแลมวลชน กปปส.
 และควบคุมสถานการณ์ ทั้งที่แยกสวนรถไฟ และยืนบนโทลเวย์เต็มไปหมด
พร้อมไล่พวกอันธพาลควายแดงให้ออกไปพ้นบริเวณที่คนดี ๆ เขาจะอยู่กันอย่างสงบ

- มวลชนควายแดง เกรงจะเจอเชพกะทะเหล้กมาคั่วข้าวโพดขาย และล่าถอยออกไปสลายตัวไปในที่สุด

ไขปริศนา..เกิดอะไรขึ้นทำไมชายชุดดำ และมวลชนควายแดง แตกฮือกลับรังเอาดื้อๆ ในวันนี้

- เวลา 9.20 น. ที่สระบุรี มีความเคลื่อนไหวรถยนต์ขนาดใหญ่ของชายชุดเขียว
ขนรถถังจำนวนมากออกมาสู่ถนน มุ่งหน้าเข้า กทม.

- ถัดจากนั้นสักพัก ได้มีโทรศัพท์ลึกลับจากชายชุดเขียว
ได้ต่อสายหาเป็ดเหลิม ผอ.ศูนย์รวมสัตว์ (ศรส.) พร้อมกระแอมบอกว่า
" หากเป็ดเหลิม และอับดุลใช้กำลังทำร้ายประชาชน
ชายชุดเขียวจะไม่ยอมอีกต่อไปแล้ว
และชายชุดเขียวพร้อมที่จะออกมาช่วยประชาชนภายใน 20 นาที "..ฮา

- เป็ดเหลิม อึ้งไปชั่วครู่!! มโนภาพที่ยังฝันร้ายหนีหัวซุกหัวซุนไปต่างประเทศ
เมื่อปฏิวัติปี 2535 ในสมัยน้าชาติ ตามหลอกหลอนเป็ดเหลิมอีกครั้ง..

- เวลา 11.10 น. ขวนรถบรรทุกรถถัง เข้าใกล้ กทม. เข้ามาทุกทีๆๆ

- เวลา 11.15 น. เป็ดเหลิมสั่งชายชุดดำ และมวลชนควายแดงถอนทัพ (น้อยๆ) ด่วน!!!!!
ก่อนที่ “จะตายยกเข่ง “

วันนี้ัชายชุดดำและแก๊งค์อั้งยี่แดง แผนควายแดง ปะทะมวลชน กปปส.
แล้วจึงให้ชายชุดดำมาระงับเหตุ อาศัยช่วงชุลมุน บุกจับหลวงปู่
 สะดุดล้มหัวทิ่มจิ้มกองขี้หมาอีกครั้ง
เหตุเพราะชายชุดเขียวเปิด " ไฟแดง " รถถังพรึบ “ห้ามผ่าน” !!
เพราะช่วงนี้ก็มีฝึก COBRA GOLD 2014 กัน เลยต้องเอารถถังไปล้าง
ทำความสะอาดสนิมเกาะ ที่ร้านคาร์แคร์แถวแจ้งวัฒนะ
 รถถังขบวนนี้อาจจะลืมเบรคตอนถึงที่ตั้ง..
พอรู้ตัวอีกที อ้าว..จอดล้อมจ่อปืนใหญ่เล็งชายชุดดำแล้วเหรอ

เป็ดเหลิม จึงสุมหัวกับย้อย วันนี้เพราะพี่ให้ และบรรดาแก๊งค์อั้งยี่อีกหลายตัว
เปลี่ยนแผนกันแบบฉุกเฉิน !! พร้อม แถลงข่าวแก้อายอ้อมแอ้มเขินๆ ว่า
 “การปฏิบัติการขอคืนพื้นที่แจ้งวัฒนะในวันนี้ ผมให้คนข้างบ้านไปสลาย
ไปสลายการชุมนุม ของพระพุทธอิสระเมื่อไรก็ได้
แต่ขอให้เกียรติพระ ให้เกียรติประชาชน ผมไม่ใจร้อน”....ฮาๆๆ เอื้อกๆ

เสธ บอกและเตือนแล้วก็ไม่เชื่อว่าเจ้าที่แถวนี้แรงจริงๆ เฮี้ยนมากด้วย
แถมมีเชพกระทะเหล็กข้าวโพดคั่วกำลังสุกได้ที่
ไว้โปรยทานให้ สัมภเวสี ผีขี้ข้า ทั้งหลาย
เพื่อทำบุญให้หนักหน่วงหูดับตับไหม้
เพราะอานิสงค์มาก..เพื่อหักเหลี่ยมโหด
สมุนไอ้หน้าเหลี่ยม ธรรมมะย่อมชนะอธรรม
หนึ่งคนดีย่อมชนะร้อยคนบาป

“ หากเลือดรักชาติในกายเจ้า ยังเข้มข้นอยู่แล้วไซร้
เจ้าจะไม่ยอมปราชัย จึงจะต้องสำแดง
ให้เหล่าคนชั่วช้าได้ตระหนักว่า
มวลมหาประชาชน , ชาย 3 สี และชายชุดดำฝ่ายดี
ไม่เคยเกรงกลัวเหล่าคนชั่วผู้ใด
จงเร่งปราบเหล่ามารเพื่อนำชัยมาสู่ประเทศไทย
และถวายพ่อบัดนี้เถิด”


วันนี้แค่กระแอมยังทำเหล่าสมุนบริวารโฉดหลายพันหลาย
หมื่นแตกฮือขนาดนี้ ถ้าวันต่อไปมากลั่นแกล้ง
เบียนเปาบุ้นจิ้น พระ และมวลมหาประชาชนอีก..

คาร์แคร์คงล้างทำความสะอาดรถถังเสร็จ
และเหล่าเชพกระทะเหล็กทั้งหลาย
ก็คั่วข้าวโพดร้อนๆ ตระเวนขายเพียบ!!

@เสธ น้ำเงิน



บันทึกการเข้า
eskimo_bkk-LSV team♥
.กลุ่มผู้มีน้ำใจงาม..
member
*

คะแนน1501
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9719


ไม่แล่เนื้อเถือหนังพวก


« ตอบ #6 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 18, 2014, 09:28:37 am »

แฉ..แผนเป็ดเหลิมกับชายชุดดำ เปรียบเทียบพ่อครัวกฎอัยการศึก

18 ก.พ.57 แฉ..แผนเป็ดเหลิมกับชายชุดดำ เปรียบเทียบพ่อครัวกฎอัยการศึก

การที่ชายดูไบสั่งให้ขอคืนพื้นที่ของมวลชน กปปส.
และ การยิง M79 ใส่อาคารศาลอาญานั้น
เป็นแค่แผนการต่อรอง ตามกลยุทธ์ "เขียนเสือให้วัวกลัว"
เพื่อให้การเจรจาเลือกนายกฯ คนกลางที่บริษัทเผาไทยโยนชื่อออกมา 6-8 คน
 แต่โผรายชื่อออกมา กลางแบบเอียงไปทางชายดูไบมากไป ทำให้การเจรจาสะดุด

ดังนั้นแก็งค์อั้งยี่แดงจึงเริ่มแผนชั่วต่อ
โดยจะลอบสังหารเปาบุ้นจิ้น , ปปช. , กกต. ด้วย
เพื่อให้เกิดความวุ่นวายขึ้น และเพื่อบล็อกคดีความคดโกงต่าง ๆ
ให้ชะลอหรือหยุดในขณะกำลังจะตัดสิน
ซึ่งชาย 3 สีได้จับตาเฝ้าระวัง ด้วยพ่อครัวคั่วข้าวโพดอย่างใกล้ชิด

เป็ดเหลิมจึงกะโชว์ผลงานใหญ่อีกรอบ
(รอบแรก 14-16 ก.พ.แผนพังยับเยิน)
ซึ่งกำลังหลักตอนนี้มีอยู่เพียง 4 คน คือ เป็ดเหลิม-ปึ้งเหม่ง-ย้อย-แจ๊ส
( อับดุล ฝ่อไปแล้ว สังเกตุได้จากช่วงหลังแทบเป็นบุคคลหายสูญหาย
หลังจากเข้าพบบิ๊กชุดเขียวและเจอลมหายใจออกจมูกแรงๆ )

1. แผนมีดังนี้ คือ
- แผนลวง..ออกข่าวขอคืนพื้นที่ 5 จุด
(ทำเนียบ-ใช้นครชั้นใน , แจ้งวัฒนะ-ใช้ภูธร 1, ผ่านฟ้า-ใช้ภูธร 2 , พลังงาน-ใช้ภูธร 5, คลองหลอด-ใช้ภูธร 7)
ใช้กำลังประมาณ 12,000 คน
- แผนจริง..ใช้ชายชุดดำ และลูกน้องริดสีดวง
ชี้เป้าและปลอมตัวเป็นมวลชน และจะหาจังหวะใช้หน่วยปฏิบัติการพิเศษ
ล้อมจับกำนัน และแกนนำ ช่วงเดินหรือขึ้นรถไปบนถนน ขณะไปทำเนียบ
** ถ้าไม่มีจังหวะก็ใช้แผนลวง เป็นแผนจริงไปเลย

2. วิธีการสลาย
- จุด คปท. ที่ทำเนียบ แจ้งปิดโรงเรียนทุกแห่งโดยรอบ
อาจใช้ช่วงตี 3 - ตี 5 โดยให้ สน.ในเขต บก.น.2
จัดพนักงานสอบสวนไว้แห่งละ 2 คน วันที่ 18 ก.พ. เวลา 9.00 น.
และสามารถเรียกกำลังเสริมได้ภายใน 1 ชั่วโมง...
- นครชั้นใน 1 ชุด ควบคุมฝูงชน ชุดที่ 1 และ 2 พกพาอาวุธปืนได้
ให้มารายงานตัวหลัง บชน. ในเวลา 06.00 น พร้อมกันทุกที่

3. ยุทธวิธีแบ่งกำลังเป็น 4 ชุด ดังนี้

- ชุดที่ 1 บุกทะลวงเข้าพื้นที่ โดยใช้แก๊สน้ำตา
และรถเครื่องยิงคลื่นเสียง LRAD ปล่อยคลื่นเปิดทาง
และขับไล่ผู้ชุมนุมออกจากพื้นที่

- ชุดที่ 2 หลังจากที่ขับไล่ผู้ชุมนุมออกไปได้แล้ว
เข้ายึดและควบคุมโดยใช้รถบรรทุกน้ำ และเครื่องฉีดน้ำความดันสูง
เคลียร์ผู้ชุมนุมที่ยังเหลืออยู่ในพื้นที่

- ชุดที่ 3 หลอกเปิดทางให้ผู้ชุมนุม ทะลุแนวตั้งแถวของชายชุดเข้ามา
แล้วทยอยจับกุมไปเรื่อยๆ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการ์ด
และจะมีชุดพิเศษจับแกนนำโดยเฉพาะ
- ชุดคุ้มกัน จะแฝงตัวเคลื่อนไปพร้อมกับชายชุดดำปฏิบัติการต่างๆ
 และขึ้นไปอยู่ในมุมสูงเพื่อปฏิบัติภารกิจยิงคุ้มกัน
ชุดนี้จะพกอาวุธปืนสั้น ลูกซอง และไรเฟิล

4. สื่อมวลชน ให้ทีวี ช่อง 9-11 ถ่ายทอดสดถ่ายทอดสดเพราะศูนย์รวมสัตว์ (ศรส.)
คาดว่าผู้ชุมนุมบางกลุ่มจะใช้ข้าวโพดคั่วตอบโต้
จึงให้ทีวีถ่ายทอดเพื่อจะทำลายความชอบธรรมของการชุมนุม
ว่าไม่ใช่การชุมนุมอย่างสันติ ปราศจากอาวุธ

เป็นที่รู้กันในหมู่ข้าราชการหมดแล้วว่า รัฐอั้งยี่แดงปูเน่าคิดล้มพ่อไปไม่รอดแน่ๆ
แม้แต่เป็ดเหลิมเองก็รู้ดี เพราะชาย 3 สีเขาจงรักภักดี
จึงไม่เอาด้วยแน่นอน นอกจากเครื่องคั่วเข้าโพดเก่าไม่ยอมเอากลับไปที่ตั้งแล้ว
ช่วงหลังมีปฏิกิริยาแปลกๆ ในการเคลื่อนย้ายเครื่องคั่วข้าวโพดใหม่เข้ามา กทม.จนผิดสังเกตุ

ชายชุดดำส่วนใหญ่ก็รู้แล้วว่ากลิ่นข้าวโพดมันแรงขึ้นทุกวัน
ช่วงหลังภาพรวมการทำงานของชายชุดดำ จึงลดความรุนแรงลงเรื่อยๆ
ทำแต่เรื่องที่พอทำได้เท่านั้น ทุกวันนี้กำลังชายชุดดำที่เกณฑ์มาจากทั่วประเทศ
ส่วนใหญ่ฝืนใจปฏิบัติหน้าที่ ด้วยจิตสำนึกไม่ยินยอมพร้อมใจ
ที่จะทำตามคำสั่งเท่าไดนัก กินอยู่ ขี้ เยี่ยว
หลับนอนแออัดเป็นเวลานานแล้ว ไม่มีความสะดวกสบาย

เริ่มมีเจ็บป่วย จิตใจเศร้าหมอง เบื่อหน่ายเมื่อไหร่จะจบสักที คิดถึงบ้าน คิดถึงลูกเมียและครอบครัว
รายได้ที่เคยได้ในท้องที่ก็ไม่ได้ ต้องใส่ชุดปฏิบัติที่อบอ้าวท่ามกลางอากาศร้อนๆ
แถมซ้ำร้ายน่าเจ็บใจที่สุด คือถูกเบียดบังค่าอาหาร 3 มื้อที่โครตแพงวันละ 300 บาท
 มีเพียงใข่ต้ม แกงบูดๆ กับน้ำปลาเท่านั้น ในขณะที่ศูนย์รวมสัตว์ (ศรส.)
และนายกินอาหารหรูสั่งจากโรงแรมถึงวันละ 3-5 แสนบาท..
มันช่างโกงและเอาเปรียบชายชุดดำผู้ปฏิบัติเกินไป

เขาพวกนี้รอทุกจังหวะเวลาที่จะยิงหัว เป็ดเหลิม-ปึ้งเหม่ง-ย้อย-แจ๊ส ด้วยความเครียด
ที่ฝืนใจมากที่สุดคือ..วันพระมาฆบูชาที่ผ่านมา เป็ดเหลิม
และนายยังไม่ยอมละความชั่ว ละบาป ไม่ปล่อยให้ชายชุดดำได้พักกลับบ้านเข้าวัด-เวียนเทียน
ตามธรรมดาสาธุชนคนดี "หยุดชั่ว"
แต่ วันนั้นเป็ดเหลิม กลับละบุญ ระดมกำลังชายชุดดำถือปืน
หมายเข่นฆ่าพระสงฆ์องคเจ้า และสาธุชนขณะตักบาตร ทำบุญ และนั่งสวดมนต์ภาวนา

ส่งผลให้พวกเขาขวัญเสียจิตใจห่อเหี่ยวเศร้าหมองเป็นอย่างยิ่ง
เมื่อเจอผู้ชุมนุมนั่งสวดมนต์ต่อหน้าเอาดื้อๆ ภาพที่ปรากฏทางสื่อมวลชน
เป็นที่สลดหดหู่ในสายตาของชาวพุทธ และชาวโลกตำหนิเป็นอย่างยิ่ง
ชายชุดดำส่วนมากเริ่มแคลงใจสงสัยในท่าทีของเป็ดเหลิมเป็นอย่างยิ่ง
ที่ถูกสั่งให้เข่นฆ่า ทำร้ายประชาชนมือเปล่า

ซึ่งในนั้นก็มีแม่ พ่อ เมีย ลูก พี่ น้อง ญาติ เพื่อน ของเขาอยู่ในที่ชุมนุมด้วย
ลึกๆ ชายชุดดำส่วนใหญ่ เจ็บปวด-อดสู-ละอายใจ แต่ด้วยวินัย จึงไม่กล้าขืนขัด
ในการใช้อำนาจเถื่อนกับประชาชน จนชายชุดดำกลายเป็นโจรในเครื่องแบบ
 "เต็มตัว-เต็มตา" ไม่ใช่ "ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์" เหมือนแต่ก่อน

คำครหาที่พูดกันว่า " รัฐอั้งยี่แดงมีเป้าหมาย ล้มชาติ ล้มศาสนา และล้มสถาบันพระมหากษัตริย์"
จึงชัดเจนมากขึ้นทุกทีในใจ ของชายชุดดำจำนวนมาก และส่งผลให้ภาพผู้ปฏิบัติกลายเป็นศัตรู
และเป็นศูนย์รวมแห่งความเกลียดชังจากประชาชน บางคนเดินไปซื้อของจากแม่ค้า
แต่ก็ไม่มีใครยอมขายให้ กลายเป็นปมด้อยในชีวิต เป็นคนแปลกหน้าในสังคม
ในปัจจุบันมีเพียงส่วนน้อยเท่านั้น ที่จะลุยที่เหลือจะถือแค่กระบองและโล่เฉยๆ

เพราะเป็ดเหลิมสั่งการอะไร แทบไม่เคยเซ็นต์เอกสาร สั่งด้วยวาจาอย่างเดียว
เมื่อไรที่ชายชุดดำทำรุนแรง คนทำผิดกฎหมายรับผิดชอบขึ้นโรงขึ้นศาล
ติดคุกคือชายชุดดำผู้ปฏิบัติ กับข้าราชการทั้งหมด
ส่วนนักการเมืองที่สั่งก็จะหนีหายไป ไม่รับผิดชอบใดๆ แน่ๆ

ที่สำคัญการเข้าขอคืนพื้นที่จากประชาชน ไม่ง่ายอย่างที่คิดเสียแหล้ว
ดูบทเรียนจากชายชุดดำเหตุปะทะหลักสี่ว่า อิทธิฤทธิ์ป๊อบคอร์นมันร้ายแรงกว่าขนาดไหน
ขนาดชายชุดดำฝ่ายชั่วรวมตัวกับแก๊งค์โกตี๋ 2 แก๊งค์เกือบ 1,000 คน
ยังกระเจิง รอดหวุดหวิดเกือบไปเยี่ยมปู่ ย่า ในนรก

เสธ รู้มาว่างานนี้ชายชุดดำหลักหลายสิบคนอาจไม่ทันได้ล่ำลาลูกเมีย
เพราะด้านในผู้ชุมนุมใช้แท่งแบริเออร์คอนกรีต และกระสอบทรายมาตั้งเป็นบังเกอร์แข็งแรงมาก
 หากชายชุดดำเดินดาหน้าเข้ามา
มวลชนชั้นที่ 1 ที่ดันกันจะเตรียมสีสเปรย์ไว้พ่นใส่โล่ใส กับหน้ากากใสครอบหัว
จะทำให้ชายชุดดำมองไม่เห็นอะไรผ่านหน้ากากและโล่ห์
และจะปล่อยผ่านเข้ามาแบบมืด ๆ มองอะไรไม่เห็น กลายเป็นเป้านิ่ง

เข้ามาสักระยะจะเจอมือที่ 4 ที่ไหนไม่รู้อยู่ชั้นที่ 2 มีข้าวโพด “ไร้เสียง” ระดมปล่อยสวนออกไป!!
เจาะเข้าทะลุโล่ตรงเข้าซอกคอที่เป็นจุดอ่อนอย่างแม่นยำ
โดยไม่มีแม้แต่เสียงให้ได้ยิน ล้มลงผลอยๆ เป็นใบไม้ร่วง
โดยเพื่อนที่เดินอยู่ใกล้ ๆ ยังไม่รู้ว่าโดนอะไรเข้าไปด้วยซ้ำ
มองไปอีกทีก็น้ำเฮลล์บูลบอย ไหลอาบถนนไปทั่วร่างเพื่อนเสียแล้ว

ส่วนประชาชนจะถูกคุ้มครองกันให้อยู่ในสุดอีกไกล จะไม่มีอันตราย
เตรียมการณ์ให้เข้าอาคาร หรือ ค่ายชายชุดเขียว ( พล.ปตอ.) ได้ทันที
เมื่อถึงจุดนี้ถ้าชายชุดดำกล้าปะทะกันด้วยอาวุธ ประชาชนทางบ้านจะได้เห็นชายชุดเขียว
ประกาศกฎอัยการศึก (ปกติจะใช้ในภาคไต้)
ถ้าชายชุดดำยังไม่วางอาวุธอีก จะกลายเป็นกบถทันที

และจะมีเรียลลิตี้ชายชุดเขียวพร้อมยานยนต์หุ้มเกราะอีกหลายกองพัน
โอบล้อมเข้าด้านหลังของแนวชายชุดดำ เป็น “ซุปเปอร์แซนวิส” ถล่มเละจากด้านหลัง
พอจะวิ่งหนีไปด้านหน้า ก็จะมีนักรบปอร์นมือที่ 4 คอยดักสอยเอาที่ละคนๆ แบบง่ายๆ
อาจถูกเด็ดชีพเป็นหลัก 50-100 คน เมื่อโดนทั้งด้านหน้า
และหลัง..งานนี้แนะนำว่าให้วางอาวุธเสียดีเมื่อเจอประชาชน ไม่งั้นจะหาว่าไม่เตือน

และถ้าคิดจะเอาแผนอันธพาลแดงมาช่วยต่อสู้...งานนี้ก็สบายใจได้...
เสื้อแดงจะถูกจัดการโดยมือที่ 4 อีกชุดซุ่มโจมตีจากด้านบน ด้านนอก รบไม่ต้องมีรูปแบบ
จัดของหนักๆ กว่าตั่วข้าวโพดอิ่มแปร้แน่ ถ้าวิ่งหนีไปตามซอย ก็จะโดนดักไว้หมดแล้ว
ป๊อบคอร์นครั้งนี้ ถ้าไม่ชั่วจริงๆ จะไม่ได้ชิมหรอก..
พอกินแล้วมีอาการแพ้ข้าวโพดคั่ว เดินไม่ได้ ต้องให้เพื่อนหามส่งโรงพยาบาล

ครั้งนี้จะไม่พบเห็นชายชุดเขียวจัดการอันธพาลแดงเหมือนปี 53 แล้ว
จะมีเฉพาะพ่อครัวมือที่ 4 ที่มาจากไหนไม่รู้ แฝงตัวไปทั่วทุกจุดหลายพันคน
คั่วป๊อบครอน “แบบไร้เสียง” ให้อันธพาลแดงกินหูดับตับไหม้
เม็ดเดียวอิ่มไปถึงชาติหน้า งานนี้..ต้องเอาให้ราบคราบ...ใครจะว่าอะไรช่าง...
ผู้ใหญ่ไฟเขียวลงมือได้ทันที..ถ้าอันธพาลแดงคิดจะเล่นเสียว ก็ลาญาติไว้ก่อนมาได้เลย

เป็ดเหลิม ประมาณการณ์ผิดว่ามีมวลชนร่วมชุมนุมน้อยลงทุกวัน
เพราะชายชุดดำรายงานว่ามวลชนล้อมทำเนียบ 4 พันกว่าคน และร้อยละ 10 เป็นคน กทม.
และคุยโอ๋ว่าจะเข้าไปในม็อบให้ได้ใน 2 ชั่วโมง แต่เหลิมผู้โง่เขลาพาลูกน้องมาตายเอ๋ย...
หน่วยเคลื่อนที่เร็วเขาเร็วกว่าพร้อมถึงเป้าหมายภายใน 20 นาที เท่านั้น !!

จะแอบกระซิบบอกข่าวดีกับเป็ดเหลิม-ปึ้งเหม่ง-ย้อย-แจ๊ส
ว่างานนี้ชายชุดขาวเขาไม่ยอมแน่ๆ เขาจะไปทอดสมอเรือขนาดใหญ่แถวริมคลองบางบอนเรียบร้อยแล้ว
หากชายชุดดำมีการทำเสียงดังโป้ง ป้าง หรือมีการบุกจับแกนนำ
ชายชุดขาวหลายกองร้อยพวกนี้เขาตกใจง่ายมาก เขาพร้อมจะทอดสมอเรือร้อนๆ
ทลายบ้านบ้านริมตลองบางบอนให้ราบพนาสูรในพริบตา อีกทั้งครอบครัววงวาร
และบริวารทั้งแก๊งค้ายา และบ่อนพนัน แถวบางบอน จะหายวับไปกับตาด้วย

ลิโป้กล่าวว่าสังหารลิ่วล้อ “ร้อยคน” ย่อมสนุกสนานกว่า
สังหารจอมยุทธเพียงคนเดียว ใครอยากเป็นหนึ่งในร้อยนั้น
ก็เข้าไปสลายการชุมนุมได้เลย

@เสธ น้ำเงิน






บันทึกการเข้า
eskimo_bkk-LSV team♥
.กลุ่มผู้มีน้ำใจงาม..
member
*

คะแนน1501
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9719


ไม่แล่เนื้อเถือหนังพวก


« ตอบ #7 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 18, 2014, 10:13:50 am »

แฉ..พรรคอั้งยี่แดงล่อบิ๊กสีเขียวไปสังหารที่ไต้..สู่การคั่วข้าวโพด


17 ก.พ.57 แฉ..พรรคอั้งยี่แดงล่อบิ๊กสีเขียวไปสังหารที่ไต้..สู่การคั่วข้าวโพดสวน !!

การข่าวทราบมาว่าชายดูไบ ผู้ชักใยรัฐอั้งยี่แดงที่แพ้หมดท่าทุกประตู
แบกหน้าไปพม่า ทั้งล๊อบบี้และทำหนังสือขอเข้าพบประธานาธิบดีเขา
 รอกว่า 1 สัปดาห์ เขาก็ปฏิเสธไม่ให้เข้าพบ!! เพราะเหตุผลใหญ่ 2 ประการคือ
1. เพราะเขาโกรธกรณีคลิปถั่งเช่า ที่ชายดูไบพูดดูถูกผู้นำ
และมองทหารพม่าเขาเป็นลูกไล่ ล้าหลัง มองว่าเหล่านายพลอ่อนแอ
เลยถูกชายชุดเขียวไทยย้อนเกร็ด โดยส่งไปเผยแพร่กระจายไปทั่วประเทศพม่า
ส่งผลให้ประชาชนพม่ามองผู้นำเขาว่าไร้สมรรถภาพ ไม่มีราคา
2. ผู้นำพม่ามองว่าชายดูไบ ไม่มีความซื่อสัตย์ขายได้แม้แต่ชาติของตนเอง ไม่ควรค่าให้เข้าพบ

ชายดูไบ คิดจนหน้าโทรมมาก จนต้องขอพบ ผบ.สูงลิ่วพม่าแทน
โดยยื่นเงื่อนไข (ตามที่เคยเล่าให้ฟังแล้ว) คือ หากรัฐอั้งยี่แดงพ่ายแพ้คดีจนหลุดจากอำนาจครั้งนี้
ขอให้พม่าส่งกองกำลังติดอาวุธเข้ามาสนับสนุน
ในการก่อสงครามกลางเมืองในกรุงเทพฯ รอบนี้ ( ปี 53 ใช้กองกำลังเขมร )
แลกกับจะสั่งให้ปูเน่าทำโรงไฟฟ้าทวายฟรี เอาเงินมาลงทุน 3 หมื่นล้านบาท
ช่วยปราบปรามเจ้ายอดศึกไทใหญ่ และชนกลุ่มน้อยตามแนว ชายแดน

แต่การข่าวชัดว่า ผบ.สูงลิ่วพม่าปฎิเสธ บอกว่าการที่ไทยมีหญิงผู้น่าเป็นหญิงต่อไป
จะส่งผลทางจิตวิทยาให้ประชาชนสนับสนุน อองซาน เป็นประธานาธิบดีพม่าในอนาคตได้
ทหารพม่าจะหมดบารมี ชายดูไบจึงรีบรับปากทันทีว่า
เขาจะชักใยให้นายกไทยคนต่อไปเป็นผู้ชายก็ได้ (วิษณุ เนติบริกร)
แต่ ผบ.สูงลิ่วพม่าก็ปฎิเสธอย่างไร้เยื่อใยเพราะยังโกรธเรื่องคลิปถั่งเช่านั่นเอง
 สร้างความผิดหวังที่ชายดูไบ จะเอาพม่ามาฆ่าคนไทยอีกรอบ

ด้วยสถานการณ์รุ่มเร้าพรรคอั้งยี่แดงอย่างหนัก รูปูถูกอุดจนสิ้นทุกรู ขาปูเน่าก็โดนหักจนหมด
ที่เหลืออยู่ก็ทำงานแบบพิการ เดินหน้าต่อไปไม่ได้ มีเงื่อนเวลาล๊อคเต็มไปหมด เช่น

- วันที่ 17 ก.พ. รับปากว่าจะต้องจ่ายเงินชาวนา แต่ตอนนี้ยังปล้นเงินแบ๊งค์มาได้น้อยมาก
- วันที่ 19 ก.พ. ศาลแพ่งจะมีคำตัดสินว่า พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
และม็อบชาวนาจะยกขบวนเข้ากรุงเทพ เพื่อทวงเงินค่าจำนำข้าว
- ภายในวันที่ 21 ก.พ. หมอดูพม่า ให้เคล็ดมาว่า ปูเน่าต้องเหยียบทำเนียบให้ได้
ไม่งั้นตระกูล จะพ่ายแพ้ และจะไม่มีแผ่นดินอยู่ (เอากะมัน เล่นคุณไสยประเทศอีก)
- ภายในสิ้น กุมภาพันธ์ ปปช.ต้องชี้มูลความผิดปูเน่าเรื่องการรับจำนำข้าว เลื่อนไม่ได้อีก เพราะ ปปช.แถลงรับปากแล้ว
- วันที่ 3 มี.ค. รัฐบาลเทียมรักษาการของปูเน่า จะหมดสภาพอัตโนมัติ เพราะมีคุณสมบัติไม่ครบตามรัฐธรรมนูญกำหนด เพราะไม่สามารถเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรเลือกนายกใหม่ได้ภายใน 30 วัน
หลังเลือกตั้ง และยังจะมีการยกเลิกผลการเลือกตั้งตามมาอีกระลอกจากคำร้อง
- ต้นเดือน มีนาคม ปปช.ต้องยื่นฟ้องอดีต ส.ส.และ ส.ว. 300 กว่าคน
ต่อเบาบุ้นจิ้นคดีอาญานักการเมือง จากความผิดแก้รัฐธรรมนูญที่มาของ ส.ว.ไม่ชอบ

อีกทั้งมหาอำนาจอย่างอเมริกา ต่างบอยคอตรัฐอั้งยี่แดงถึงขั้นตัดสัมพันธ์
ด้วยการสั่งห้ามนำเข้าอาหารไทย 50 รายการเข้าประเทศ ประธานาธิบดีเขาที่จะมาเยือนเอเชีย
ในเดือนเมษายน 57 ปฎิเสธที่จะมาไทย เพราะไม่ต้องการพบนายกจากรัฐโกงอั้งยี่แดง ,
กระทรวงปึ้งเหม่งขอ 50 ประเทศ ให้ช่วยโจมตี กปปส. แต่ไม่มีใครเอาด้วยเลย
แถมจีนแฉออกสื่อหักหน้าอีก และยังปฏิเสธการซื้อข้าวไทย และขายแท๊ปเล๊ต ที่ลวงโลก

อินเดีย ก็โกรธแค้นที่จะสั่งเนรเทศ สาธิต เซกัล ที่มีอิทธิพลทางการค้าระหว่าง 2 ประเทศ,
 ญี่ปุ่น ก็ออกหนังสือประณามเรื่องทุจริตข้าว และโกรธจัดที่รัฐอั้งยี่แดงให้สมุนไปยิงปืนใส่บ้านประธาน บ.โตโยฯ
ที่หอการค้าญี่ปุ่นเขารักและเคารพ , สื่อยุโรปถล่มการทุจริตไปทั่วโลก ,
เขมรพลเอกเตียบันห์ ก็เข็ดจากปี 53 ที่ส่งทหารเขมรมา
และถูกฆ่าตายหลายสิบคนในการก่อวินาศกรรมเผาเมืองปี 53
จึงปฎิเสธส่งทหารเขมรเข้ามาช่วยรอบใหม่นี้

ชายดูไบ และแก๊งค์อั้งยี่แดง จึงใช้แผนก่อการร้ายที่ เสธ เคย แฉมาเป็นระยะๆ เพิ่มอีก 4 แผน
สร้างสถานการณ์ชั่ว คือ
1. สั่งวาดะห์ ให้เร่งฆ่า ประชาชน ผู้หญิง เด็ก คนชรา พระ ถี่ขึ้น ใน 3 จังหวัดชายแดนใต้
ล่าสุดเจาะจงลงมือฆ่าเผาผู้จัดการธนาคารกรุงเทพฯ ที่มีนักฆ่าลุ่มน้ำเจ้าพระยา
เป็นประธานที่ปรึกษา แล้วเขียนจดหมายถ่ายภาพท้าทายบิ๊กสีเขียว เพื่อหวังจะล่อให้ลงพื้นที่ไป
แล้วจะได้ลอบสังหารได้ง่าย หวังพลิ๊กเกมส์อำนาจการคุมกำลังชายชุดเขียว
แต่เรื่องชั่ว ๆ นี้บิ๊กชายชุดเขียวรู้เท่าทันจนหมดสิ้น..
แผนการชั่วจึงล้มเหลว และลมออกหูขุ่นเคือง

** แผนชั่วนี้เคยใช้ในสมัยบิ๊กบัง เป็นบิ๊กชายชุดเขียว โดยใช้ ”ภพจอมฟ้า"
ลงมือในเวลา 18.45 น.
แต่บิ๊กบังรู้ทัน จนโกรธและเกิดเหตุการณ์ปฏิวัติ 19 ก.ย.2549 ขึ้น

2. สั่งดีเจ อ้วน-แดงอิสระเชียงใหม่ ร่วมกับชายชุดดำในเครื่องแบบ
ยกพวกอเวจีแดงบุกถล่มรื้อเวที กปปส.หน้าวัดเจ็ดยอด เชียงใหม่ รื้อป้ายเวทีไปเผาทิ้ง
และข่มขู่ห้ามทำกิจกรรมอีก..หวังจุดชนวนการปะทะของประชาชนให้เกิดความวุ่นวาย

3. ถ้าเปาบุ้นจิ้น พิพากษาเพิกถอน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ แก๊งค์อั้งยี่แดงก็จะสร้างสถานการณ์ให้รุนแรง
แล้วจะเปลี่ยนประกาศใหม่เป็น พรบ.มั่นคง อีกรอบ แล้วให้แก๊งค์ติดอาวุธเชียงราย เชียงใหม่
ประกาศทำสงครามชนชั้น กับสถาบันเบื้องสูง และยกกองกำลังที่เหลือน้อยนิดมาบุกกรุงเทพ ฯ
ที่สวยงามให้กลายเป็นเหมือนเลบานอน มาเป็นเหยื่อให้เพชรฆาตบริษัทเผาไทย
 ยิงหัวเล่นๆ พวกเดียวกันตายเหมือนปี 53 แล้วป้ายสีสถาบันอีก

4. ให้ชายชุดดำ ร่วมกับแก๊งค์ทุยแดง และเขมรรับจ้างปลอมตัว ปะทะมวลชน กปปส.
แล้วจึงให้ชายชุดดำมาระงับเหตุ อาศัยช่วงชุลมุน บุกจับแกนนำ
และปราบปรามประชาชน ( ทำมาแล้วเป็นระยะๆ )

แต่คำขงจื้อที่ว่า “ คนโง่เขลา แต่ชอบทำตนว่าฉลาด คนชั้นต่ำ
ก็ชอบทำเป็นคนชั้นสูง “ ฉันท์ใด “ นกค้างคาวชั่ว หรือจะหาญสู้พญาอินทรีย์ “ ก็ฉันท์นั้น
แผนการชั่วทำลายชาติ ศาสนา สถาบัน และประชาชน จึงถูกรู้เท่าทัน และแก้เกมส์จนหมดสิ้น

- แก๊งค์อั้งยี่แดงและเป็ดเหลิมกะจะรอให้เวลามวลชน กปปส.กำนัน เหี่ยวแห้งฝ่อตายไปเอง..
แต่มวลชนกลับไม่มีแนวโน้มจะยอมท้อถอย เรียกระดมคราใดก็มาเพิ่มเพียบ
แถมยังไม่มีข้อจำกัดเรื่องเวลาเชือดเหมือนปูเน่า
- เมื่อใช้ชายชุดดำและริดสีดวงเล่นงานทางกฎหมาย..ก็ต้องเจอมือกฎหมายฝ่ายผู้ชุมนุมที่แน่กว่า
ส่งผลให้เปาบุ้นตัดสินให้ชนะแทบทุกคดี
- เมื่อใช้กองโจรลอบกัดติดอาวุธทุยแดง..ก็เจอสันติอหิสวนแบบหมัดต่อหมัด
และแถมด้วยการส่งพ่อครัวไปบริการข้าวโพดเม็ด
และฝึกข้าวโพดถึงบ้านแกนนำทุยแดง และพวกหมิ่นพ่อ จนหัวหด
- เมื่อใช้อันธพาลแดงมือที่ 3 มา..ก็เจอมือที่ 4 นักรบป๊อบคอร์น มาหยุดและแถมด้วยเชพกระทะเหล็กที่เข้มแข็งกว่ามาก
- เมื่อใช้ชายชุดดำฝ่ายชั่วมาสลายและขอคืนพื้นที่..ก็เจอยุทธการทิ้งค่ายแล้วมาเอาคืน ,มวลชนธรรมะสวดมนต์ และสายโทรศัพท์ลึกลับชายชุดเขียวต่อเข้าไปบล๊อคพ่อไอ้ปื๊ด
และแถมด้วยการขอคืนประเทศโดยระดมขนรถคั่วข้าวโพดดำทมึนเข้ามาปะยาง
และเข้าคาร์แคร์ใน กทม.ตลอดเวลา
- เมื่อปูเน่าจะเข้าทำเนียบเอาเคล็ดหมอดูพม่า..ก็เจอมวลชน กปปส.ก็ไปยึดพื้นที่เรียบร้อยหลายพันคน รอกระทืบปูหากโผล่หัวมา
- เมื่อปูเน่าประกาศ พรก.ฉุกเฉิน..ชายชุดเขียวก็พร้อมจะประกาศกฎอัยการศึกครอบพื้นที่รุนแรงทันที โดยไม่ต้องปฏิวัติ

ไม่ว่าวันนี้เป็ดเหลิมผู้มีฉายา “ เป็นลูกน้องใคร หัวหน้าตายหมด”
จะสะสมชายชุดดำจำนวนมากไว้ที่กระทรวงแรงงาน หรือขังไว้ในคุกแบริเออร์อีกเป็นหมื่นคน
หรือจะทำผลงานเอาใจท่านคางคกตู่ผู้เป็นนายมากเท่าใด
จะไม่มีวันใช้กำลังทำร้ายประชาชนสำเร็จ " เพราะหากใช้กำลังทำร้ายประชาชนผู้ชุมนุม
 ชายชุดเขียวพร้อมที่จะออกมาช่วยประชาชนของพ่อภายใน 20 นาที "

เวลา 16.00 น. ชายชุดฟ้าหลายคันรถบัส ลงทางด่วน ศรีสมาน
แต่งกายพร้อมรบอาวุธครบมือ มุ่งหน้ากองทัพสีฟ้า!! ส่วน แถวบางบอน กับจรัลฯ
ชายชุดขาวกำลังหาท่าเทียบเรือรบทิ้งสมออยู่ !!
..สมอเรือรุ่นนี้ทิ้งแล้ว บ้านริมตลองบางบอน อาจราบพนาสูรได้

ช่วงนี้..รถรถคั่วป๊อปคอร์นของชายชุดเขียวเผอิญลมยางแตกรั่วจำนวนมาก
จึงต้องระดมมาปะยางตีนตะขาบ เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง เข้าคาร์แคร์...ในกรุงเทพฯ จำนวนมาก บางส่วน
กำลังมุ่งหน้าไปหาร้านปะยางแถวๆ แจ้งวัฒนะ ทำเนียบ บางบอน จรัลฯ
 และอาจซ่อมนานหน่อย..ขอประชาชนอย่างตกใจ !!

หากชายชุดดำเข้าขอคืนพื้นที่ เช่น แจ้งวัฒนะ ก็ให้ผู้ชุมนุมเข้าสู่ที่มั่นที่ชัยภูมิดีกว่า
หลบเข้าไปในพื้นที่ค่ายชายชุดเขียว พล.ปตอ. และพื้นที่ของศาลปกครอง
จากนั้นเชพกะทะเหล็กอาจต้องขับรถคั่วข้าวโพดผ่าเหยียบไปที่แนวของชายชุดดำ
ตรงเข้าไปให้หลวงปู่พุทธอิสระเจิมและรดน้ำมนต์รถคั่วป๊อปคอร์น
และอาจฝากจอดรถนั้นไว้แถวเวทีการชุมนุมนั้นไปเลย..

ดังนั้นหลุมขวาก เหวนรก ที่รอล๊อกดาบฟันคอรอเผด็จศึกแก๊งค์ยั้งยี่แดงเต็มไปหมด
ฝ่ายมวลมหาประชาชนธรรมะจึงปิดประตูพ่ายแพ้ทุกประตู
เป้าหมายไม่ได้อยู่แค่ชนะ..แต่ต้อง ”ชนะเลิศ”
..แกนนำ กปปส.จึงต่อสู้ต่อไปด้วยความรื่นเริง มีความสุข
ประคองความปลอดภัยมวลชนไม่ให้เพลี่ยงพล้ำ
รอเพียงเงื่อนเวลาแห่งชัยชนะอย่างบริสุทธิ์
ถูกกฎหมาย ขาวสะอาด และสังคมโลกยอมรับเท่านั้น..

ทำอย่างไรแก๊งค์อั้งยี่แดงก็จะไม่มีวันชนะในเกมส์เอาประเทศคืนครั้งนี้
แนะนำชายชุดดำฝ่ายดี ให้รีบจัดการคั่วข้าวโพดแจกปูเน่า ,ครอบครัวชายดูไบ , เป็ดเหลิม ,
 และนายฝ่ายชั่วอีกหลายคน เพื่อปลดปล่อยตัวเองจากการเป็นทาส
แล้วชิงตำแหน่งนายที่ว่างนั้นมาครอบครอง

ร้อยคนขี้ขลาด ไม่อาจเทียบหนึ่งคนกล้า..จัดการคนชั่วเสีย..คนชั่วเล่นคุณไสย์
 “แก้กรรม” นั้นมันยาก ให้คนดีไป “แก้สันดาน” มันง่ายกว่า !!

ถ้าใครถามว่าจะมี “ปฏิวัติ “ ไหม ตอบได้เลยว่าไม่น่ามี (ถ้าไม่จำเป็น)
..แต่ที่มีแน่ๆ ก็คือส่งทุยอันธพาลแดง “ ไปนอนวัด “

@เสธ น้ำเงิน

บันทึกการเข้า
eskimo_bkk-LSV team♥
.กลุ่มผู้มีน้ำใจงาม..
member
*

คะแนน1501
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9719


ไม่แล่เนื้อเถือหนังพวก


« ตอบ #8 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 18, 2014, 12:27:14 pm »



เปิดฉากแล้ว..ยุทธการ “เด็ดปีกชายชุดดำ” ดับแก๊งค์อั้งยี่แดง

18 ก.พ.57 เปิดฉากแล้ว..ยุทธการ “เด็ดปีกชายชุดดำ” ดับแก๊งค์อั้งยี่แดง

สิ่งที่ยังฝันร้ายหลอกหลอนเป็ดเหลิมทุกเมื่อเชื่อวันในเวลานี้ ทุกครั้งที่ชายชุดเขียว
ขยับกำลังพลและรถคั่วข้าวโพด นั่นเพราะเมื่อ 23 กุมภา 2535 ในสมัยรัฐบาลน้าชาติ
เป็ดเหลิมเป็น รมต.ประจำสำนักนายกฯ ดูแล อสมท. ช่วงท้ายของรัฐบาล
ความโง่บังเกิดอย่างแรง จึงนำรถโมบายของ อสทม.ไปซ่อนไว้ที่วัดย่านบางแค
 ดักฟังการสื่อสารของชายชุดเขียว จนถูกจับยึดรถไปได้
แต่เพราะไม่รู้ว่าเป็ดเหลิมจะรู้ความลับอะไรไปบ้าง
ชายชุดเขียวจึงหวาดระแวงน้าชาติและปฏิวัติในที่สุด

รัฐมนตรีในรัฐบาลน้าชาติ หนีกระเจิงเอาตัวรอด เป็ดเหลิมถูกทหารไล่ล่า
แต่หนีไวมาก หากวันนั้นเป็ดเหลิมหนีช้าไป 30 นาที คงโดนเลขาฯ รสช.
(พล.อ.อิสระพงศ์ หนุนภักดี) เลขาฯ รสช.ในสมัยนั้นรวบตัวไว้ได้เอาไปทำเป็ดปักกิ่งแน่ๆ
ด้วยกลัวความสูงจึงไม่กล้าขึ้นเครื่องบิน ต้องหลบหนีทางเรือไปที่ประเทศสิงคโปร์
แล้วต่อไปที่ประเทศสวีเดน อยู่ห้องเล็กๆ ห้องหนึ่ง ลูกเต้าอยู่กัน 4-5 คน
 เริ่มจะเป็นอัมพฤกษ์ มือเริ่มชัก จะไม่มีกินอยู่แล้ว
แป๊ะลิ้มสงสารจึงให้คำนูณ เอาเงินไปให้ใช้ 5 แสนบาท

ด้วยสงสารแป๊ะลิ้มจึงไปบอกชายดูไบที่ รร. ดิเอ็มเพรส
ให้ช่วยเงินเป็ดเหลิม แต่ถูกปฏิเสธเหนียวๆ ว่า
 “ ผมไม่ให้ๆ ผมให้มันไปมากแล้ว มันหักหลังผม
มันให้สัมปทานไอบีซีกับผม แล้วมันไปให้ไทยสกาย กับลูกมงคล “
 เป็นนิสัยของชายดูไบที่ใครหมดประโยชน์ต้องลอยแพหรือฆ่าทิ้ง

หนึ่งในคุณสมบัติพิเศษของเป็ดเหลิมมี 3 อย่างสำคัญ คือ
 “ กร่างเวลามีอำนาจ เป็นแม่เหล็กเรียกแขก ,
ถ้าออกมาฟันธงอะไรล่วงหน้า ผลสุดท้ายออกตรงข้ามเสมอ ,
และเป็นลูกน้องใคร พาเจ้านายตายหมด”
เขาทำผู้เป็นนายพังยับมาแล้วนับไม่ถ้วน เช่น
น้าชาติ บิ๊กหาร บิ๊กจิ๋ว น้าหมัก ชายตู้เย็น
สู่ปัจจุบัน..ปูเน่า..คงพอทำนายได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น !!

ตั้งแต่ปี 54 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. คงมองเห็นอะไรบางอย่างในอนาคต
จึงแต่งตั้งสายเลือดทหารกล้าทั้ง 5 นาย ไว้ในตำแหน่งสำคัญๆโดยไม่ต้องผ่านการพิจารณาของใคร !!
....และ เสธ.อ๊อฟ หนุนภักดี ผู้รักชาติ รักพระราชายิ่งกว่าชีวิต ก็คือ 1 ในนั้นด้วย
ทุกวันนี้บิ๊กสีเขียวจึงส่งทหารพระราชาอย่าง เสธ.อ๊อฟ
เลือดทหารกล้าเข้มข้น มาคอยช่วยเหลือดูแลประชาชนในเขตนครชั้นใน

เป็ดเหลิม นึกถึงนามสกุลนามสกุล หนุนภักดี คาราใดก็แขยงทุกครั้ง
เพราะ พล.อ.อิสระพงศ์ หนุนภักดี เลขาฯ รสช.ในสมัยนั้นคือบิดาของ เสธ.อ๊อฟ นั่นเอง
และถ้าชายดูไบ และหญิงกระบังลม จำได้ในช่วงที่ไปนั่งรอพบชายเสื้อคับอยู่หลายชั่วโมง
เพื่อขอสัมปทานเดียวเทียม แล้วพบวัยรุ่นชายฉกรรจ์
อีกคนหนึ่งอายุราว 19 ปีขณะนั้น ยังจำได้ไหม..
ดังนั้นหากเกิดอะไรร้ายแรงกับครอบครัวที่ถูกล๊อคเป้าหมดแล้วขึ้นมา จะหาว่าไม่เตือนไม่ได้ !!


ล่าสุดบิ๊กชายชุดเขียวจึงสั่งเกาะติดสถานการณ์หลังการที่ศูนย์รวมสัตว์ (ศรส.)
ประกาศขอคืนพื้นที่ จากมวลชน กปปส. ทุกเวทีอย่างใกล้ชิด
กำชับให้ผู้บังคับหน่วยชายชุดเขียวได้เน้นย้ำกำลังพลม็อบหวั่นถูกชายชุดดำสลาย
เพื่อดูแลประชาชนให้เกิดความปลอดภัยมากที่สุด
และไม่ให้ชายชุดดำใช้ความรุนแรง กับมวลชนที่มีความเห็นต่าง
โดยได้กำชับในเรื่องของการติดต่อสื่อสารต้องมีความพร้อมเพื่อจะได้ประสานงานอย่างเป็นระบบ

โดยบิ๊กสีเขียวเป็นห่วงเวทีศูนย์ราชการ ถ.แจ้งวัฒนะ , เวทีของกลุ่ม คปท. ด้านข้างทำเนียบรัฐบาล ,
พื้นที่กระทรวงคลองหลอด ที่เสี่ยงเกิดการปะทะกับชายชุดดำ
และมวลชนกองกำลังติดอาวุธทุยแดงอีกกลุ่มหนึ่ง

บิ๊กสีเขียว กล่าวเป็นนัยยะว่า ผมยืนยันว่าประเทศไทยแบ่งแยกดินแดนไม่ได้
ตนไม่ได้เป็น ทหารเฉย ไม่ทำงาน รอเกษียณ กว่า 100 วัน
ของการชุมนุม ถ้าทหารไม่ออกมาดูแล สถานการณ์คงไม่อยู่ถึงวันนี้

เสธ หลับไปในฝันมีภาพ ประชุม กกล.ชายชุดเขียว
เมื่อ 17 ก.พ.57 ยามเย็นแดดอ่อน ๆ ใกล้เวลาพลบ
1. มีข้อสรุปที่เห็นในฝันที่พอจะบอกได้ตอนนี้ คือ
- หน่วยไหนที่ยังไม่มีเสื้อเกาะให้รีบเบิกที่กองทัพ
- หน่วยที่ยังไม่ได้เคลื่อนย้ายก็ให้เตรียมการไว้ อาจจะมีการออกวิทยุให้เคลื่อนย้ายเร่งด่วน
 และให้แจ้งข่าวสารกันให้ดีทุกหน่วย

2. สถานการณ์ในเวลานี้
- เวลา 07.44 น. ชายชุดเขียวบางส่วน ลงพื้นที่ประจำจุด
รอบนอกมวลชน คปท. ทำเนียบฯ ห่างจากแนว
บังเกอร์ทางเข้าม็อบ ราว 100-200 เมตร
- เวลา 07.55 น. รถคั่วข้าวโพดหลาย 10 คัน กำลังมุ่งหน้าด้วยความเร็วสูงหาอู่ ในกทม. เพื่อเปลี่ยนยาง !!
- เวลา 08.19 น. ชายชุดเขียว จาก ร.29 พัน2 กาญจนบุรี พร้อมช่วยเหลือประชาชน แยกสวนมิสกวัน
- เวลา 09.30 น. ชายชุดดำผู้ปฏิบัติหิวมากที่นายปล่อยให้อดโซ บางหน่วยเพิ่งเดินทางมาถึง จึงมาเข้าคิวขอรับข้าวกล่อง

แจกรวมกับมวลชนผู้ชุมนุม !!

** เวลา 11.00 น. เริ่มมีเหตุดันและปะทะเกิดขึ้นในแนวหน้า (จะแจ้งให้ทราบตอนต่อไป)

3. หากปูเน่าไม่ลาออกภายในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ ตามที่ชาย 3 สีให้กำหนดเดดไลน์ไว้
บรรดาผบ.เหล่าชาย 3 สี
จะไปพักร้อนดูการฝึกใช้ “อาวุธจริง” คอบร้าโกล์ด ที่ จ.จันทบุรี
ทำให้ไม่ได้อยู่ กทม. เปิดช่องให้ แม่ทัพภาค 1 ประกาศใช้กฎอัยการศึก
เพื่อควบคุมพื้นที่ กทม. เบ็ดเสร็จ
และถ้าจะยกเลิกกฎอัยการศึกได้
 ต้องกระทำด้วยพระราชโองการฯ เท่านั้น


มาตรา 6 ของ พรบ.กฎอัยการศึก นั้นให้อำนาจทหาร
มีอำนาจเหนือข้าราชการพลเรือนและข้าราชการอื่นทั้งหมด
ทหารสามารถเข้ามายึดกุมสถานการณ์ไว้ทั้งหมด
ไม่ใช่การปฏิวัติ แต่เป็นการ “ยึดอำนาจคืนจาก ศรส.”
ซึ่งรัฐอั้งยี่แดงใช้เป็นเครื่องมือในการค้ำบัลลังก์ปูเน่า

เมื่อจัดการกับ ศรส. ซึ่งมีชายชุดดำเป็นหน่วยหลัก
ไม้ค้ำยันปูเน่าที่เหลือก็จะไม่มี เพราะกำลังจาก
ปลัดขิกกระทรวงชาย 3 สี ของ ไม่มีอำนาจสั่งการกำลังพลอะไรทั้งสิ้น
ขนาดป้ายศูนย์รวมสัตว์ (ศรส.) ยังรักษาไม้ไม่ได้เลย
ต้องรื้อทิ้งตาเหลือก..ไปถามซิว่าโดนอะไรเข้าไป..
กำลังพลที่มีก็แค่ขอยืมไปเป็นครั้งคราว
ก็มาจาก พล.ปตอ.ซึ่งเป็นกำลังที่อยู่ใต้การบังคับบัญชาของ ทัพภาคที่ 1 นั่นเอง

พระราชบัญญัติ
กฎอัยการศึก
พระพุทธศักราช ๒๔๕๗
บัญชีต่อท้าย
พระราชบัญญัติกฎอัยการศึก (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๐๒


ก. คดีที่เกี่ยวกับตัวบุคคลบางจำพวก
๑. คดีที่ตำรวจกระทำความผิดในขณะปฏิบัติหน้าที่ราชการสนาม
๒. คดีที่บุคคลพลเรือนสังกัดในราชการทหารเป็นผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิด
ไม่ว่าจะเกี่ยวกับหน้าที่ราชการหรือไม่ และไม่ว่าจะได้กระทำความผิดในที่ใด ๆ ในเขตที่ใช้กฎอัยการศึก
๓. คดีที่บุคคลใด ๆ เป็นผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดร่วมกับบุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหาร
หรือร่วมกับบุคคลดังกล่าวใน ๑. หรือ ๒. ไม่ว่าจะเป็นตัวการหรือผู้สนับสนุน
๔. คดีที่บุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหารเป็นผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิด
ร่วมกับบุคคลที่มิได้อยู่ในอำนาจศาลทหารไม่ว่าจะเป็นตัวการหรือผู้สนับสนุน
ข. คดีที่เกี่ยวกับความผิดบางอย่าง
๑. ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาทหาร
๒. คดีที่มีข้อกล่าวหาว่ากระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพย์
สำหรับใช้ในราชการทหารแห่งกองทัพไทยหรือกองทัพพันธมิตรแห่งประเทศไทย
หรือความผิดเกี่ยวกับชีวิตและร่างกายทหารไทย
หรือทหารพันธมิตรแห่งประเทศไทย
ในขณะกระทำการตามหน้าที่ หรือเพราะเหตุที่กระทำการตามหน้าที่
๓. ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ดังต่อไปนี้
(๑) ความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท และผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ตั้งแต่มาตรา ๑๐๗ ถึงมาตรา ๑๑๒
(๒) ความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายในราชอาณาจักร ตั้งแต่มาตรา ๑๑๓ ถึงมาตรา ๑๑๘
(๓) ความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายนอกราชอาณาจักร ตั้งแต่มาตรา๑๑๙ ถึงมาตรา ๑๒๙
(๔) ความผิดต่อสัมพันธไมตรีกับต่างประเทศ ตั้งแต่มาตรา ๑๓๐ ถึงมาตรา ๑๓๕
(๕) ความผิดต่อเจ้าพนักงาน ตามมาตรา ๑๓๗ เฉพาะที่เกี่ยวกับราชการทหาร
มาตรา ๑๓๖ มาตรา ๑๓๘ ถึงมาตรา ๑๔๒ มาตรา ๑๔๕ และมาตรา ๑๔๖
(๖) ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ตั้งแต่มาตรา ๑๔๗ ถึงมาตรา ๑๕๔ มาตรา ๑๕๘ ถึงมาตรา ๑๖๕
(๗) ความผิดต่อเจ้าพนักงานในการยุติธรรม ตามมาตรา ๑๗๒
เฉพาะที่เกี่ยวกับราชการทหาร มาตรา ๑๗๐ มาตรา ๑๗๑ มาตรา ๑๗๕
ถึงมาตรา ๑๘๕ มาตรา ๑๘๙ มาตรา ๑๙๓ มาตรา ๑๙๗
และมาตรา ๑๙๘ เฉพาะเมื่อศาลนั้นเป็นศาลทหาร
(๘) ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม ตามมาตรา ๒๐๑ และมาตรา ๒๐๒
(๙) ความผิดเกี่ยวกับความสงบสุขของประชาชน ตั้งแต่มาตรา ๒๐๙ ถึงมาตรา ๒๑๖
(๑๐) ความผิดเกี่ยวกับการก่อให้เกิดภยันตรายต่อประชาชนตั้งแต่มาตรา ๒๑๗
ถึงมาตรา ๒๒๔ มาตรา ๒๒๖ มาตรา ๒๒๘ ถึงมาตรา ๒๓๒
มาตรา ๒๓๔ มาตรา ๒๓๕ มาตรา ๒๓๗ และมาตรา ๒๓๘
(๑๑) ความผิดเกี่ยวกับดวงตรา แสตมป์ และตั๋ว ตั้งแต่มาตรา ๒๕๐
ถึงมาตรา ๒๕๓ เฉพาะที่เกี่ยวกับราชการทหาร
(๑๒) ความผิดเกี่ยวกับเอกสาร ตั้งแต่มาตรา ๒๖๕ ถึงมาตรา ๒๖๘ เฉพาะที่เกี่ยวกับราชการทหาร
(๑๓) ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ ตามมาตรา ๓๓๖ มาตรา ๓๓๙ และมาตรา ๓๔๐
๔. ความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการเกณฑ์พลเมืองอุดหนุนราชการทหาร
๕. ความผิดตามกฎหมายว่าด้วยเขตปลอดภัยในราชการทหาร
๖. ความผิดตามกฎหมายว่าด้วยเครื่องแบบทหาร
๗. ความผิดตามพระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ. ๒๔๙๗ ตั้งแต่มาตรา ๔๕ ถึงมาตรา ๔๙
๘. ความผิดตามกฎหมายว่าด้วยฝิ่น
๙. ความผิดตามกฎหมายว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ
๑๐. ความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์

บิ๊กเขียวบอกว่า "ถ้าคุณรักใครสักคน รักมากๆ คุณจะต้องให้อภัยเขาได้ "
แต่ความรักที่ต้องมีให้กัน คือ ความรักที่มีต่อชาติ ศาสนา และ พระมหากษัตริย์

ล่าสุดมีเสียงระเบิดดังขึ้นคืบที่เชิงสะพานผ่านฟ้า ชายชุดดำตะโกน
ตั้งแนวไว้ๆๆๆ มีชายชุดดำทยอยถูกยิงร่วงไปทีละคน ๆ
และลากร่างกันออกวิ่งหนีอย่างทุลักทุเล ไปขึ้นรถพยาบาลไปเรื่อย ๆ..
และมีมือที่ 4 วิ่งไล่ปล่อยข้าวโพดคั่วใส่ชายชุดดำ
ตอนนี้คาดว่าชายชุดดำจะตายและเจ็บจำนวนมาก

มีการระดมคว้างฝักข้าวโพด ยิงปืนครก และป๊อบคอร์น
ยิงเจาะหัวชายชุดดำในเครื่องแบบอย่างแม่นยำ
จากจุดใดไม่ทราบ ร่วงไปทีละคนตลอดเวลา
นำลำเลียงใช่รถพยาบาลไปแล้วราว 10 คัน
 และมีเสียงข้าวโพดคั่วดังถี่ยิบหูดับตับไหม้ใส่ชายชุดดำตลอดเวลา..
ญาติเตรียมจองโลงไว้ให้ชายชุดดำที่มาด่วนๆๆๆ
หาวัดรอไว้ด้วย เพราะวัดและศาลาคงเต็ม !!


ขอแจ้งทุกๆพื้นที่ชุมนุมให้ทราบทั่วกัน
เมื่อเกิดเหตุการณ์คั่วข้าวโพดรุนแรงจากมือที่ 4 ที่ไหนไม่ทราบให้
"การ์ดและผู้ชุมนุม" เปิดทางให้ชายชุดเขียวเข้าช่วยเหลือ
เพื่อป้องกันการเข้าใจผิด "ป๊อบคอน" กันเอง..
ปล่อยให้พวกมันหลงกลเข้ามา..
ประชาชนอย่าเพิ่งเสียขวัญ..บอกได้เท่านี้แหละ

ขงเบ้งกล่าวว่า “ สังหารยอดยุทธเพียงคนเดียว..ย่อมดีกว่าสังหารลิ่วล้อนับร้อยคน “

ยุทธการ “หักขาสุดท้ายปูเน่า " และ

“ ปิดทองหลังมวลมหาประชาชน “ ได้เริ่มขึ้นแล้ว


ดูอำนาจ..พระราชบัญญัติกฎอัยการศึกพระพุทธศักราช ๒๔๕๗ ที่
http://www.thailandlawyercenter.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=538973485&Ntype=19

@เสธ น้ำเงิน


บันทึกการเข้า
eskimo_bkk-LSV team♥
.กลุ่มผู้มีน้ำใจงาม..
member
*

คะแนน1501
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9719


ไม่แล่เนื้อเถือหนังพวก


« ตอบ #9 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 18, 2014, 04:03:42 pm »





บึ้มๆ ตับๆๆ เปรี้ยงๆๆ..อร่อยทุกเม็ด เตือนแล้วอย่าทำร้ายประชาชน

18 ก.พ.57 บึ้มๆ ตับๆๆ เปรี้ยงๆๆ..อร่อยทุกเม็ด เตือนแล้วไม่ฟังว่าอย่าทำร้ายประชาชน

ณ 12.05 น. ยังคงมีพ่อค้าข้าวโพดคั่วใจดีสวมหมวกไอ้โม่งสีดำ
หลังจากปล่อยเครื่องยิงฝักข้าวโพดหอม ๆ รุ่น M79
และระดมปาฝักข้าวโพดใส่กลางวงชายชุดดำ
ขณะนี้มีการระดมปล่อยข้าวโพดคั่วร้อน ๆ กลิ่นหอมฉุย ถล่มชายชุดดำ
ณ บริเวณ สะพานผ่านฝ้า ชายชุดดำโดนข้าวโพดคั่วไปตลอดเวลา!!
..แม่นมากเป็นจับวางเลย..ฝีมือดี !!..
ตอนนี้ชายชุดดำรับบาดเจ็บสาหัสเกิน 10 คนแล้ว

พ่อค้าข้าวโพดกลุ่มนี้ก็ก็ใจดีมาก ยังช่วยพาผู้ชุมนุมหลบหนีออกจากลุ่มชายชุดดำอีกด้วย
ขณะนี้พ่อค้าข้าวโพด 3 คน ชิงตัว อ.สมเกียรติ
จากชายชุดดำขณะถูกคุมอยู่ในรถกลับมาได้แล้วอย่างปลอดภัย

ชายชุดดำบางรายโดนที่หัวพอดี บางรายโดนตามขาเละ และส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย
ตอนนี้ลำเลียงกันขึ้นรถพยาบาลไปหลายสิบคัน ชายชุดดำถูกตีโอบล้อมคั่วข้าวโพดใส่ตลอดเวลา
จนโงหัวไม่ขึ้น พ่อค้าข้าวโพดรุกไล่ชายชุดดำไปจนถึงอนุสาวรีย์
จนชายชุดดำถอยร่นอย่างหนักเข้า รร. สตรีวิทย์แล้ว

ล่าสุด ตอนนี้พ่อค้าข้าวโพดที่เหนือชั้นกว่า ได้ไล่ล่าชายชุดดำอย่างหนักจนไปรวมตัวกันที่สนามหลวง
และกำลังโดนปิดล้อมคั่วข้าวโพดใส่จากทุกทิศทุกทาง..
ชายชุดดำถูกหมากกลให้ตกอยู่กลางวงล้อมทุ่งสังหารของบรรดาพ่อค้าข้าวโพดเสียแล้ว!!

ส่วนชายเขียวในเครื่องแบบแถวนั้น ก็ยืนดูยิ้มๆ...เป็ดเหลิมสั่งชายชุดดำเข้ามาทำร้ายประชาชนได้เลย มีข้าวโพดอีกหลายกระบุง



@เสธ น้ำเงิน


บันทึกการเข้า
eskimo_bkk-LSV team♥
.กลุ่มผู้มีน้ำใจงาม..
member
*

คะแนน1501
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9719


ไม่แล่เนื้อเถือหนังพวก


« ตอบ #10 เมื่อ: มีนาคม 05, 2014, 06:40:49 am »



ถ้าผีไม่ยอมออกจากโลง มะม่วงสุกเขย่าไม่ยอมหล่น..ก็ไถสวนมันเลย

4 มี.ค.57 ถ้าผีไม่ยอมออกจากโลง มะม่วงสุกเขย่าไม่ยอมหล่น..ก็ไถสวนมันเลย

ตอนนี้สถานการณ์แสนโหดรุมเร้าแก๊งค์อั้งยี่แดงหนักขึ้นไปอีกแล้ว คือ
1. กระบวนการยุติธรรมเดินหน้าเต็มสูบ
- เปาบุ้นจิ้นอาญา..รับฟ้องปูเน่า เป็ดเหลิม และพวกในศูนย์รวมสัตว์ (ศรส.) จำนวน 6 คนก่อน
ข้อหาสั่งฆ่าคนตาย และยังมีญาติอีก 64 ราย
กำลังยื่นฟ้องทั้งข้อหาพยายามฆ่า ในการสลายมวลชน กปปส.ที่สะพานผ่านฟ้า

ส่งผลให้แก๊งค์อั้งยี่ทุยแดงโกรธหนัก..ออกอาการตกมันไล่ขวิด !!
สั่งให้กองโจรแดงก่อการร้ายสากล สุนัขลอบกัดตัวผู้เป็นขี้เรื้อน 2 ตัว
ขี่รถมอเตอร์ไซต์ฟีโน่ สีชมพู สวมหมวกบังใบหน้า ปาระเบิด M 61 จำนวน 2 ลูก
ระยะหวังผล 15-20 เมตร เข้าใส่บริเวณหน้าศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก
เมื่อ 10.30 น. ระเบิดทำงาน 1 ลูก
ตกห่างจุดตรวจชายชุดเขียว ปตอ.ประมาณ 100 เมตร
อีก 1 ลูกด้านไม่ทำงาน..แล้วขับหลบหนีเข้าซอยข้างปั๊ม ปตท.
ติดกับสำนักงานทนายแผ่นดินสูงสุด
แต่ไม่มีชายชุดเขียวหรือเปาบุ้นจิ้นได้รับบาดเจ็บ

เมื่อเวลา 21.00 น. ที่ผ่านมา แก๊งค์อั้งยี่แดงขว้างระเบิดนิด MK2 รุ่นเก่า
เข้ามาภายในตัวอาคาร ป.ป.ช. จากรั้วฝั่งด้านตะวันออก ซ.นนทบุรี จำนวน 1 ลูก
ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ตรงตามการข่าวที่ได้เตือนไว้ก่อนหน้าเป๊ะ
เพราะพวกนี้รู้ผลว่าปูเน่าตายแน่ๆ จึงต้องการข่มขู่..
พวกชั่วนี้จะต้องโดนนักรบป๊อปคอร์นไล่ล่าอย่างหนัก!!

- เปาบุ้นจิ้นรัฐธรรมนูญ..เร็วๆ นี้จะมีผู้หวังดีจะยื่น
เพื่อให้ยุบบริษัทเผาไทย ตามมาตรา 68 รวมทั้งกล่าวโทษ รก.รมว.คลองหลอด
และหัวหน้าเทียม ว่าทำผิดรัฐธรรมนูญ และทำผิดประมวลกฎหมายอาญามาตรา 113
ที่ยุยงประชาชนให้เป็นกบฏแบ่งแยกดินแดน

- เปาบุ้นจิ้นรัฐธรรมนูญ..เร็วๆ นี้จะมีผู้หวังดีวินิจฉัยให้รัฐบาลเทียมปูเน่า สิ้นสภาพ
โดยเนื่องจากรัฐธรรมนูญมาตรา 127 กำหนดว่า ภายใน 30 วัน นับแต่วันเลือกตั้ง
ส.ส.ให้มีการเรียกประชุมรัฐสภาเป็นครั้งแรก และอีกทั้งมาตรา 93
กำหนดว่าภายใน 30 วันนับแต่วันเลือกตั้ง
ต้องได้จำนวน ส.ส. 475 คนขึ้นไป (ตอนนี้ยังไม่ได้)

- เปาบุ้นจิ้นอาญา..มีผู้หวังดีพิษณุโลกไปแจ้งความเอาผิดกับ รก.รมต.กระทรวงคลองหลอด
ที่ขึ้นปราศรัยบนเวทีคนเสื้อแดง ข้อหาเป็นกบฏต่อชาติ
ผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 ในมาตราที่ 1
ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งเดียว จะแบ่งแยกมิได้
โดยมีหลักฐานเป็นซีดีคลิปวิดีโอการปราศรัย

- เปาบุ้นจิ้นปกครองสูงสุด..
ยืนสั่งให้ปูเน่าต้องคืนตำแหน่งเลขา สมช.ให้ถวิล ทันที
โดยต้องปลดภราดร โยนทิ้งโถชักโครก
แล้วกดน้ำถี่ๆ ถ้าไม่ทำ ปูเน่าก็จะเจอข้อหาอาญาซ้ำอีกดอก

- ทนายแผ่นดินสูงสุด..ฟิตจัด จะเร่งทะยอยยื่นฟ้องศาลปกครอง
ในวันนี้ 5 มี.ค.นี้ เรียกค่าเสียหายจำนำข้าวของชาวนา
โดยถึงกับต้องยึดทรัพย์ปูเน่าและสมุนมาจ่ายให้ชาวนา..

(เขารู้กันในวงการโกดังรับฝากข้าว ว่าข้าวแทบไม่ได้ขายออกไปเป็นทางการเลย
ตั้งแต่จำนำมา แต่มีการแอบลักลอบเอาข้าวส่วนดีไปขาย
เอาเงินเขากระเป่าเจ้ ด.แดกข้าวกับแก๊งค์ ที่ชัดๆ คือ
ไซฟ่อนเงินไปฮ่องกง 6 หมื่นล้านบาท
จนกลายเป็นการทะเลาะกับหญิงกระบังลมช่วงไปพม่าเดือนที่แล้ว
ว่าพี่น้องกันกินไม่แบ่งกัน..เออ..เอากะมันซิ)

** ตอนนี้ปูเน่ามีเรื่องจ่อคุกร้องเรียนอยู่ที่ ปปช.และเปาบุ้นจิ้นทุกศาล
นับทั้งคดีประเภทต้นน้ำ-กลางน้ำ-ปลายน้ำ
รวมกันแล้วไม่ต่ำกว่า 50 คดีแล้ว..
แม่เจ้า สถิติเป็นเลิศ แค่ 2 ปีเอง

2. กองทัพชายชุดเขียว
- ยึดอำนาจจาก ศรส.มาเรียบร้อย โรงเรียนชายไม่ค่อยยิ้ม
จัดประชุม ผบ.หน่วยขึ้นตรงกองทัพ ระดับแม่ทัพภาค
และกรมฝ่ายเสนาธิการ ที่ บก.ทบ. ตั้งแต่เช้า-บ่าย
ยังคงยืนยัน และได้สั่งการเฉียบขาดถึงหน่วยขึ้นตรงกับกองทัพ
ให้เชือดพวกมีแนวคิดแบ่งแยกประเทศ และ สปป.ล้านนา
ในทุกที่พื้นที่ตามกฎหมายใน “ ข้อหากบฎ
“ กับผู้ขึ้นเวทีของ สปป.ล้านนา ทุกคน
ไม่ว่าจะออกมาแก้ตัวอย่างไร
เพราะการกระทำผิดได้สำเร็จแล้ว..
ไอ้พวกที่บรรพบุรุษเชื้อสายยอง แล้วอพยพมาจากรัฐฉาน พม่าน่ะ !!
ถ้าไปอยากอยู่ประเทศไทย จะรีบออกไปนอกประเทศ
“กลับบ้านเก่า “ ไป !!

- การประชุมเครียดวงเล็กระหว่างปูเน่ากับชาย 3 สีวันนี้
กองทัพตอกหน้าปูเน่าหน้าหงายเงิบ
ยืนยันว่าจากหลักฐานการข่าว แก๊งค์อั้งยี่แดง คิดจะแบ่งแยกประเทศ
ตั้งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลัานนา มีหลักฐานแน่นหนา
เกี่ยวกับพฤติกรรมการเคลื่อนไหวของบุคคลกลุ่มนี้
เป็นขบวนการใหญ่ และดำเนินการกันมาเป็นเวลานาน
มีการปลุกปั่นประชาชน และแถมมีการตั้งกองกำลัง อส.ปชต. อีกด้วย

- เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ ทำให้กองทัพไม่อาจนิ่งเฉย
และปล่อยให้มีการเคลื่อนไหว และดำเนินการเรื่องนี้ต่อไปไม่ได้
มีความผิดอาญาร้ายแรง กองทัพยอมไม่ได้ ต้องจัดการอย่างเด็ดขาด
จะมาชี้แจงย้อนหลัง แก้ต่าง วันนี้ก็ไม่ทันแล้ว
ผู้มีภาพถ่าย คำพูด สถานีวิทยุทุกคน
ต้องโดนจัดการตาม มาตรา 113 , 114 ข้อหากบฎ

- การข่าวอีกสายรายงานว่า มีเอกสาร 2 แผ่นเล็กๆ
เป็นคำสั่งปลุกระดม ชรบ.ส่งมาให้ จากชายชุดดำ อ.เชียงคำ อ.ภูซาง จ.พะเยา
ทำให้งานใหญ่ๆ แบ่งแยกประเทศของ 2 ผัวเมียที่กะจะเป็นเจ้าหัวเมือง เจ๊งไม่เป็นท่า..
และกองทัพสวมวิญญาณด้านความมั่นคงทันที..ตายยกเข่งแน่ !!

- ต่อไปยังใช้กลไก กอ.รมน.ใช้สถานีวิทยุราชการ
สร้างเครือข่ายให้กับวิทยุชุมชนรับรู้ข้อมูลความชั่วของกบฎผีบ้านี้ด้วย !!

- การสวนด้วยเกลือจิ้มเกลือ โดยทัพภาคที่ 1 จัดสวนสนามไทยอาสาป้องกันชาติ
ณ สนามกีฬาอบจ.สระแก้ว และชายชุดขาว จัดสนามทางบก และทางเรือ
ของ ทสปช. ณ วัดช่องลม ท่าฉลอม อ.เมือง สมุทรสาคร บ้าง..เอาซิ

- สั่ง “เช็คบิล" โกตี๋ ให้ถึงที่สุด..แต่ไม่รู้ว่าจะไปให้ทิพกับเด็กเสริฟคนไหน..ฮา

3. ชายชุดดำ (เอากะเขาบ้าง กลับลำวืด..เป่านกหวีดปี๊ดๆๆ)
- ผบก.ภ.จว.พะเยา โดนอับดุลไขก๊อกหนัก สั่งการให้ สภ.เมืองพะเยา
แจ้งความเองเลย เพื่อเอาผิดกับกลุ่มคนเสื้อแดง
ที่เคลื่อนไหวต้องการให้มีการแบ่งแยกประเทศ เพราะเป็นความผิด
ต่อความมั่นคงภายในของรัฐ ตามมาตรา 116 ที่ทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา
หนังสือหรือวิธีอื่นใด อันมิใช่เป็นการกระทำภายใต้ในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ
หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็น หรือติชมโดยสุจริต
เพื่อให้เกิดความปั่นป่วน หรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน
 ถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร..
โทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี ทั้งแผง !!

- โฆษกชายชุดดำหัวแฉลบ
แถลงดำเนินคดีกรณีนำป้ายแบ่งแยกดินแดง สปป.ล้านนา
ติดบริเวณต่าง ๆ ผิด ม.116 โดยภูธรภาค 5 รับแจ้งให้ดำเนินคดีทั้งหมด 4 จุด
ได้แก่ เมืองเชียงราย แม่ลาวเชียงราย แม่ปิงเชียงใหม่

- ภูธรแม่ปิง เพื่อดำเนินคดีกับ เพชรวรรต แกนนำกลุ่มรักเชียงใหม่ 51
 กรณีให้สัมภาษณ์สื่อเรื่องการแบ่งแยกประเทศ และเขียนป้ายข้อความฯ
เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 113 และ 114 ฐานกบฏ..
เอากันใหญ่เลยงานนี้...คุก คุก ทั่วประเทศจะพอขังกันไหมนี่

4. ความเคลื่อนไหวปูเน่า..
- บอกทุยแดงที่กำลังเสียขวัญ จิตตก อย่างหนักที่พ่ายแพ้แน่ๆ
ที่มีการปล่อยรูป และข่าวลวงปลอบใจทุยแดงด้วยกันเองว่า
ชายดูไบ บินมาสั่งการด้วยตนเองถึงโรงแรมในจังหวัดเชียงใหม่ นั้น..
ให้หัวเราะดังๆ และบอกต่อๆ ไปต่อๆ กันให้ทุยแดงหงายเงิบ
เหยี่ยวราดกางเกงไปได้เลยพี่น้อง ผมรับผิดชอบเอง..ฮา..

- อย่าว่าแต่ชายดูไบ จะบินเข้ามาในประเทศเล้ย
แม้แต่ปูเน่าจะบินหนีไปต่างประเทศตอนนี้ยังทำไม่ได้เลย
เพราะชาย 3 สีเขาบล็อกไว้ไม่ให้ออกนอกประเทศเด็ดขาด
เขาเตือนแล้วให้ลาออกก่อน 21 ก.พ.ไม่ฟัง จึงมีความหวังดีเป็นที่สุด
ให้ปูเน่าต้องอยู่รับข้อหาที่คาอยู่ที่ ปปช. และเปาบุ้นจิ้นทุกศาลก่อน
ยังออกไปราชการต่างประเทศไม่ได้..ถ้านับความผิดทุกคดีของปูเน่าตอนนี้
อาจต้องติดคุกถึงราวๆ 1 แสนปี
(กรณีแชร์แม่ชม้อย แค่ฉ้อโกง ศาลตัดสินติดคุกราว 1.5 แสนปี)..
ถ้าปูเน่าติดคุกครบทุกคดีแล้ว ( อีกแสนปีข้างหน้า)
จะไปท่องเที่ยวดูกีฬาฟุตบอลโลก ก็ไม่มีใครว่านะ..ฮา

- เมื่อก่อนปูเน่าออกไปต่างประเทศบ่อย 2 ปีไปกว่า 40 ประเทศ ประมาณ 200 ครั้ง
สถิติมากกว่าประธานาธิบดีอเมริกาอีก
ออกไปแต่ละครั้งมีกระเป๋าใบใหญ่ ราว 10-20 ใบ ของตนเอง
และคณะผู้ติดตามที่ได้รับเอกสิทธิ์ผู้นำฯ เป็นพิเศษ “งดการตรวจค้น”
..แต่ขากลับมีกระเป๋าเหลือเพียง 3-4 ใบ..
แล้วกระเป่าที่หายไปเหล่านั้นไปไหน?? พอเดาได้ไหม??
และตอนที่ไปเวียดนาม เพื่อไปแค่เดินผ่านบู๊ทแสดงสินค้า
ประเทศไทยแค่ไม่เกิน 5 นาทีน่ะ..เอากระเป๋าไปทำไมตั้ง เยอะ..
ข้างในกระเป๋าใส่ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง เอาไปลืมทิ้งไว้เหรอ??

- ตอนนี้สังเกตดูซิว่าปูเน่าไม่ได้ออกไปนอกประเทศมากี่เดือนแล้ว!!..
ทุยแดงเข้าใจกันหรือยัง? อย่างมากก็ได้แต่ป้วนเปี้ยนๆ วนไปวนมา วุ่นวายแถว
กทม.เชียงใหม่ เชียงราย..คิวต่อไป ปูเน่าก็จะหนีไปอีสานต่ออีก
เพราะกลัวถูกจับตัว และโดนอินทิรา คานทีโมเดล นั่นเอง!!..
จ้างการ์ดพิเศษมา 1 พันล้าน..จะรอดรื้อ..น้องๆ พวกนี้เขาส่งข่าว
และพิกัดให้ตลอดเวลาอยู่นะ..ฮา

5. แกนนำบริษัทเผาไทยหมิ่นเบื้องสูง
- พวกคอมมิวนิสต์กลายพันธ์แดง และบริษัทเผาไทยทุนนิยมสุดโต่งนี้
ที่ผ่านมาจะมีพฤติกรรมการหมิ่นเบื้องสูงอยู่เป็นประจำ
เพราะเป็นพฤติกรรมของระบอบคอมมิวนิสต์เหมือนเมื่อ 30 ปีที่แล้วนั้นเอง
โดยวิธีการพูดจาให้ร้ายโดยไม่มีมูลความจริง
การปล่อยข่าวลือ เกี่ยวกับสถาบันที่ทำให้ประชาชนเข้าใจผิด
เพื่อให้คนแตกแยกกันมากๆ

( ** เช่น ที่ https://www.youtube.com/watch?v=mccWG4filcQ
คนที่รักพ่อแต่ยังไม่เคยดู Clip นี้ให้ทำใจก่อน )

- จะเตือนพวกปากพล่อยนี้ไว้ว่า
พวกที่โดนจับไปในคุกตามอาญา มาตรา 112 ติดคุกหัวโตนั้น
เพียงเปาบุ้นจิ้นตัดสินจำคุกจะรู้ว่านรกมีจริง
เพราะอันธพาลสมุนอั้งยี่แดงที่อยู่ในคุก ที่เคยโดนข้อหาหมิ่นเบื้องสูง
ที่ผ่านมาทุกคนไม่ว่าชายหรือหญิง รู้ซึ้งถึงรสพระธรรมนี้ดี
เพราะจะโดนนักโทษในคุกรุมซ้อมและกลั่นแกล้ง
นักโทษที่มีข้อหาฆ่าคนตาย จะตี เตะ ต่อย ทุบ ทุกวัน
กับคนที่ติดคุกเพราะข้อหาด่าพ่อ

- เตะปากไปก็พูดสั่งสอนไปว่า ถึงเขาจะฆ่าคนตาย
ก็ไม่เลวเท่าอันธพาลสมุนอั้งยี่แดงอย่างพวกปากปล่อยนี้
อันธพาลแดงที่ติดคุกก็ได้แต่ร้องขอชีวิตท่ามกลางห่าเท้า หมัด
ที่หลังไหลชโลมมายิ่งกว่าสายฝนทุกวัน
ยิ่งเสียกว่านรกภูมิของจริงๆ เสียอีก
ให้ไปดูลุงที่ตายในคุกด้วยข้อหานี้ว่าโดนอะไรเข้าไป ,
ดาตอปิโด โดนนักโทษหญิงซ้อมทุกวัน จนจะเป็นบ้าอยู่แล้ว
โดนกระแทกปากจนลิ้นพูดแทบไม่ได้จนถึงตอนนี้

หน้าที่ของกองทัพและทหารที่จะต้องทำและปฏิบัติที่สำคัญ คือ
ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 77

“พิทักษ์รักษาเอกราช อธิปไตย ความมั่นคงของรัฐ
สถาบันพระมหากษัตริย์ ผลประโยชน์แห่งชาติ
และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
และเพื่อการพัฒนาประเทศ ”


และทหารได้ถวายสัตย์ปฏิญาณต่อหน้าพระเจ้าอยู่หัวจอมทัพไทย
ต่อหน้าธงชัยเฉลิมพลอันศักดิ์สิทธิ์
ซึ่งเป็นทั้งมิ่งและขวัญกำลังใจของทหารทั้งหลาย

ทหารที่ดีจะไม่มีวันทรยศต่อคำปฏิญาณตนแน่นอน
เป็นอาชีพพิเศษมีหน้าที่รักษาประเทศชาติ มีเกียรติยศศักดิ์ศรีแห่งอาชีพ
ดั่งคำพังเพยที่ว่า เลี้ยงทหารพันวัน “ใช้ในวันเดียว”

ถ้าผีเน่ามันดื้อไม่ยอมออกจากโลงผุ ถ้ามะม่วงเน่าสุกคาต้น
มันไม่ยอมหล่นจากต้น จนเหม็นบูดเต็มทีแล้ว
ก็ต้องเขย่าต้นมะม่วงให้มันแรงๆ ขึ้น
ให้มันร่วงหล่นลงมาทั้งต้น
เดี๋ยวช้าไปแมลงวันจะเยอะ เสียบรรยากาศหมด

แล้วก็เอารถเกรด ไถสวนมะม่วงรากเน่าเสีย..
เอาให้ราบเป็นหน้ากลองสูญพันธ์ไปเลย !!

@เสธ น้ำเงิน

บันทึกการเข้า
eskimo_bkk-LSV team♥
.กลุ่มผู้มีน้ำใจงาม..
member
*

คะแนน1501
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9719


ไม่แล่เนื้อเถือหนังพวก


« ตอบ #11 เมื่อ: มีนาคม 08, 2014, 08:06:24 am »



เผย..อาหารมื้อสุดท้ายในโต๊ะกลม สู่การจัดให้นังดอกไม้ทุกบังเกอร์

6 มี.ค.57 เผย..อาหารมื้อสุดท้ายในโต๊ะกลม สู่การจัดให้นังดอกไม้ทุกบังเกอร์

เมื่อความกดอากาศต่ำถึงต่ำมาก แผ่ขยายจากศาลไคฟง ,ปปช. และชาย 3 สี (เขียว –ขาว-ฟ้า) เขย่าซ้ำด้วยชายชุดดำแปรพักตร์ แก๊งค์อั้งยี่แดงจึงเร่งงัดสารพัดกลยุทธ์ชั่วการก่อการร้ายสากลมาใช้ โดนตอบโต้จากชายชุดเขียว และป๊อบคอร์น (ที่ไหนไม่รู้) อย่างหนัก ส่งผลให้แมงเม่าแดงหายร่างลึกลับไปหลายตัว แม้แต่ปาหี่สายลาวาแดง ก็ต้องเติมเงินอยู่ตลอดเวลาทำให้ไร้พลังอุดมการณ์

การข่าวมาว่า ขนาดการจ้างชุมนุมที่เชียงใหม่ วันที่ 8 มี.ค.57 เป็นวันเสาร์ ยังหาคนไปร่วมได้น้อยมากอย่างน่าใจหาย มีแต่ป้ายต่อต้านเสื้อแดงเต็มเมืองเชียงใหม่ สิ้นหนทางถึงกับต้องยอมจ้างรถสองแถวแดง ให้ไปขนคนตามหมู่บ้านต่างๆ ในเชียงใหม่ มาชุมนุมที่สนามกีฬา 700ปี โดยจ้างรถสองแถววันละ 6,000- 8,000 บาท ตามระยะทางไปใกล้-ไกล ส่วนชาวบ้านได้หัวละ 200 บาท ( แกนนำรับเงินมา 2,000 บาท กินหัวคิวไป 1,800 บาท โดยหากกลับช่วงเย็น-ค่ำ จ่าย 200 บาท แต่ถ้ากลับเที่ยงคืนจ่าย 500 บาท..”ขออภัย..ยอดเงินของท่านหมดแล้วกรุณาเติมเงินด้วย”..ฮา

ดังนั้น เสธ ถึงบอกเมื่อวันก่อนไง ว่าจะนับมวลชนแดงอุดมการณ์ ให้นับเฉพาะช่วงตี 2 เป็นต้นไปเท่านั้น จึงจะได้ข้อมูลจริง การชุมนุมครั้งนี้ข่าวว่าแกนนำแดง จะหาจังหวะก่อวินาศกรรมใช้ระเบิดวิถีโค้งยิงเสื้อแดงด้วยกันเอง ในสนามกีฬา ให้ตายและเจ็บจำนวนหนึ่ง เพื่อเรียกคะแนนสงสาร และปลุกระดมทุยแดงป้ายสีว่า กปปส.ทำ..โดยคนสั่งการคือแกนนำเลวแล้วรวย !! ซึ่งเมื่อแก๊งค์อั้งยี่แดงจนแต้มก็จะสังหารพวกเดียวกันเองทุกครั้ง เหมือนกรณีสังหารในวัดปทุมปี 53 ที่การ์ดเสื้อแดงสารภาพว่า “ สถานการณ์เป็นรอง ต้องเสียสละคนของตนเอง เมื่อนายดูไบกลับมาจะตอบแทนให้คุ้มค่า “..นี่แหละคือไขปริศนาการตายเสื้อแดงในวัดปทุมฯ นั่นเอง!!

ปาหี่สายลาวาแดงกำลังกลายเป็นแค่เลือดกำเดาปริบๆ เท่านั้นเอง ยามนี้ นปช.เสื้อแดงจึงกลายเป็นจุดอ่อนสำคัญของรัฐอั้งยี่แดง ก่อปัญหาจะลุกลามบานปลายให้บริษัทเผาไทยเสียมวลชนคะแนนเสียง จนไม่อาจเรียกกลับคืนมาได้ในระยะยาว จึงมีสภาพถูกระดมสารพัดตีน กระหน่ำถีบลงเหว ที่มีไฟนรกลุกโชติช่วง รอการเผาผลาญร่างผู้ทยอยตกลงไป ให้ไหม้เป็นจุลในพริบตา

พอเปิดมุกใหม่ ขบวนการโจรแบ่งแยกดินแดน สปป.ล้านนา ก็ต้องถอยกรูด หงอยเป็นหมาแดกแฟ๊บ เพราะโดนบิ๊กสีเขียวสั่งลูกน้องไล่เช็คบิล โดนข้อหากบฏ ตามอาญามาตรา 113-114 อิ่มเปรมกันถ้วนหน้า พวกที่เหลือก็แถๆๆ หนีตายกันหมด ที่โดนรายสุดท้ายก็คือไอ้โกเต็ก เรดการ์ดปทุม (ได้เงินเดือนๆละ 2 แสนบาทจากชายดูไบ) ที่ติดป้ายแบ่งแยกประเทศว่า "อยู่กันด้วยความสามัคคีไม่ได้ ก็แบ่งแยกกันอยู่.. มึงกับกู แยกแผ่นดินกันเลย" บนสะพานลอย ใกล้อนุสรณ์สถานฯ พื้นที่ดอนเมือง

ส่งผลให้บิ๊กสีฟ้าที่ถูกลบคมถึงกับฟิวขาด สั่งประชุมหน่วยขึ้นตรงด้านความมั่นคงทันที และสั่งชายชุดฟ้าพระธรรมนูญไปเช็คบิลโกตี๋ให้เรียบร้อย แต่นั่นยังไม่สะใจพอบิ๊กสีเขียวชิงสั่งลุยเช็คบิลโกตี๋ก่อน 2 ขัอหาคอขาด คือ หมื่นสถาบัน-แบ่งแยกดินแดน โกเต็ก ถึงกับวิ่งแจ้นไปรายงานตัวที่ บชน. กับมีวันนี้เพราะพี่ให้ บอกแค่ประชดเองนะไม่ได้จะเอาจริง !! ทนายความก็โอดครวญว่าขอให้ยุติเรื่องที่เกิดขึ้นเถอะ เพราะโกตี๋ ยอมปลดป้ายออกแล้ว (จริงๆ ชายชุดดำไปปลด) จะได้จบลงด้วยดี

เฮ้ย..แถไปเรื่อย ก็ไปแก้ตัวกับศาลไคฟงเอาเองซีวะ ศาลสั่งประหารจะได้เอาไปปุๆๆ..เพราะต่อไปใครเกิดเอาผัดกระเพรา หรือป๊อบคอร์นไปแจกมันแล้ว ก็บอกมันได้เลยว่า “แค่ประชดเองนะ ไม่ได้จะเอาจริง !!” กว่าจะรู้อีกทีว่าเขาล้อเล่น ก็กินป๊อบคอร์นอิ่มเต็มหัวไปแล้ว

วันนี้สถานการณ์ปูเน่ากระทืบซ้ำให้จมดินเข้าไปอีก ตามที่เคยพยากรณ์ไว้ คือ ศาลไคฟงปกครองสูงสุด ได้พิพากษา ให้ปูเน่าแพ้คดีต้องคืนตำแหน่ง "เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)" ให้กับถวิล ข้าราชการเถรตรงน้ำดีภายใน 45 วัน !! เพื่อไปสืบความลับมาบอกกับชาย 3 สี..ฮา

แถมวานนี้ข้าราชการ สมช. ร่วมกันออกมาแฉ และประณามอย่างรุนเเรง กับรัฐบาลเทียมปูเน่า ว่าเต็มไปด้วยการทุจริต คอรัปชั่น ใช้อำนาจไม่เป็นธรรม ขาดความโปร่งใส ละเมิดสถาบันพระมหากษัตริย์ เเละเเบ่งเเยกดินเเดน..ฮูย เป็นสัญญาณการลุกฮือ ของข้าราชการทั่วประเทศอย่างเเน่นอนเเล้ว !! ซึ่งการข่าวที่รั่วจาก สมช.ตลอดมานี้เอง ที่ทำให้สารพัดแผนการชั่วของรัฐอั้งยี่แดงล้มไม่เป็นท่า และเป็นหลักฐานให้ฝ่ายความมั่นคงเป็นกระบุงโกยดำเนินการเสื้อแดงในข้อหาโจรกบฎแบ่งแยกดินแดน..เสื้อแดงโดนลับ ลวง พลาง มาตั้งนานแล้ว..ฮา

ในทางการข่าวความมั่นคงนั้น ข้อมูลเรื่องการแยกประเทศอยู่ในการข่าวของกองทัพเกาะติดมาตั้งแต่ ปี 2549 ที่ ชายดูไบ แก๊งค์อั้งยี่แดง และคอมมิวนิสต์กลายพันธุ์ ได้เตรียมการแบ่งแยกประเทศ สมัยนั้นคนไทยยังแทบไม่มีใครรู้ โดยชายดูไบ สั่งให้เตรียมสร้างรัฐไทยขึ้นมาใหม่ โดยแบ่งเป็น 4 รัฐ คือ รัฐเหนือ รัฐอีสาน รัฐกลาง รัฐใต้ โดยการดำเนินการตามแผนช่วงนั้น ให้เบิกงบประมาณเบิกได้จาก "อ" และ "ม" สายข่าวที่ร่วมประชุมครั้งนั้น ได้ทำรายงานลับเรื่องนี้ส่งถึงมือบิ๊กบังในสมัยนั้น และมีการลอบสังหารบิ๊กบังแต่พลาด จนนำไปสู่การปฏิวัติเมื่อปี 49 นั่นเอง

ที่ผ่านมาชายชุดเขียว ได้รุกคืบอย่างหนักในการยึดกลไกอำนาจรัฐ และพรางตัวมานาน จะเฉลยให้เสื้อแดง เหงื่อตก หน้าซีด ว่า อับดุลเขาได้มีการหารือกับชาย 3 สี ลับๆ มาตั้งแต่ หลังการสลายการชุมนุมที่ผ่านฟ้าแล้ว และลงความเห็นเดียวกันไปแล้วว่า "ต้องจัดการอะไร" นั่นเพราะมวลชนทุยแดง โดนลับ ลวง พราง หลอกให้ตายใจ แสดงตัวออกมาเคลื่อนไหวที่เริ่มแรงขึ้นในพื้นที่ภาคเหนือและภาคอีสาน จนต่อมาชายยิ้มยาก ได้แถลงจุดยืนของเหล่าทัพผ่านช่อง 5 นั่นเอง

ถัดมาเพียงวันเดียว มีหนังสือสั่งการให้ผู้ว่าฯ ในฐานะ ผอ.รมน.จังหวัด รายงานการเคลื่อนไหวของมวลชนเสื้อแดงในพื้นที่ ให้รายงานไปยัง กอ.รมน.กลางของกองทัพ โดยอ้างว่าเรื่องนี้ปูเน่ารับรู้แล้ว ถัดมาอีกวันเดียว ก็มีคำสั่งให้ "แม่ทัพภาค" เรียกประชุมผู้ว่าฯ สวนกับปูเน่าที่เรียกประชุมผู้ว่าที่เชียงใหม่ เหมือนกัน..ฉะกันตรงๆ เลย

ขณะเดียวกันที่ กปปส.เองก็เดินหมากใหม่ที่แสนเหนือชั้น ด้วยการยุบรวมเวทีเหลือที่สวนลุมพินีเพียงแห่งเดียว เพื่อความปลอดภัยของมวลชน โดยจะบอกเบื้องหลังให้เสื้อแดงรู้วันนี้ ให้ลมใส่ว่า ครั้งนั้นเป็นการเจรจาลับ กับฝ่ายความมั่นคง โดยมีจุดแตกหักมาจากวันที่สมุนอั้งยี่แดง ก่อการร้ายสากล มุ่งสังหารเด็กที่ จ.ตราด และยิงระเบิดเอ็ม 79 จากห้างพาราเดี้ยง ประตูน้ำ จงใจไปสังหาร ทำให้เด็กสองพี่น้องวัยไม่ถึง 10 ขวบตาย

ทำให้ต่างประเทศโดยเฉพาะสหประชาชาติ และ รมว.ต่างประเทศสหรัฐ กริ้วจัด ออกมาแถลงการณ์ตำหนิรัฐอั้งยี่แดง ที่ใช้อาวุธสงครามกับประชาชนตนเองที่มือเปล่า นั่นเพราะสายลับต่างชาติ ได้ดักฟังแผนการลงมือของรัฐอั้งยี่แดง แล้วรายงานกลับประเทศไปนั่นเอง ตามที่เคยเล่าให้ฟังแล้ว

การหารือร่วมกันกระทืบรัฐอั้งยี่แดงครานั้น มีระดับบิ๊กชายชุดดำร่วมสนทนาด้วย และให้คำมั่นสัญญา รับประกันในการดูแลความปลอดภัย กับแกนนำ กปปส. โดยมีเป้าหมายร่วมกันที่ต้องการ “แสดงพลังท่าทีให้ฝ่ายรัฐอั้งยี่แดงเห็น” ว่าได้หมดอำนาจสั่งการแล้วอย่างสิ้นเชิง !! เสื้อแดงรู้วันนี้ ก็สายไปเสียแล้ว..ความคิดนกกระจอก หรือจะทันพญาอินทรีย์

หลังจากนั้นจึงปรากฎการณ์ “พรึบ” ของจุดตรวจร่วมของชายชุดเขียว และชายชุดดำ เพิ่มขึ้นอีกเป็นมหาศาลเท่าตัว เรียกได้ว่าเมืองหลวงเต็มพรืดไปด้วยด่านตรวจของกองทัพ นี่ยังไม่นับรวม "จุดสูงข่ม" ตามอาคารสูงต่างๆ ที่มีมือสอยแมงเม่า แฝงตัวไปนอนเล่น LINE อีกนับไม่ถ้วนทุกยอดตึก

สถานการณ์ตอนนี้ จึงเดินมาถึงจุดที่แม้ชาย 3 สี จะไม่ได้ปฏิวัติ แต่การจัดวางกำลังตามอำนาจกฎหมายให้ดำเนินการ ได้ออกมายืนอยู่ "เบื้องหน้า" เข้ายึดอำนาจจากปูเน่า และ ศรส.ไปแล้ว ยิ่ง สมช.ออกมาเสริมอีกแรง ยิ่งทำให้ปูเน่ามีสภาพง่อยเปลี้ยถูกหักขาจนหมดสิ้น รอเพียงดาบประหารฟันบั่นคอ ให้ขาดกระเด็นจากตัวเท่านั้น !!

เมื่อปูเน่า บ่นให้กองทัพ ปรับภาพลักษณ์บังเกอร์ชายชุดเขียวใหม่ ให้ป้องกันไม่ให้กระทบภาพลักษณ์นั้น จึงโดนชายผู้ไม่ยิ้มสวนโดยไม่สนใจ ไม่ปรับลดจุดตรวจ 176 จุด (กำลังพล 8,500 นาย) เด็ดขาด เพราะจะเป็นโอกาสให้กองโจรเสื้อแดงก่อวินาศกรรมเหตุรุนแรง ใช้อาวุธสงครามอีก เพราะบังเกอร์นั้นไว้ป้องกันตัวกำลังพลด้วย..และสวนอีกดอกแบบแสบไปถึงกระดูกว่า “ ไม่โทษฝ่ายใด เมื่อฝ่ายหนึ่งใช้อาวุธ อีกฝ่ายก็ต้องป้องกันเป็นเรื่องธรรมดา “..ฮา

ส่วนการที่พวกโลกสวย ต้องการให้ปรับบังเกอร์เพราะเกรงว่า จะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์นั้น ตอนนี้ไม่ให้เลิกจุดบังเกอร์ แต่ได้สั่งให้ทำบังเกอร์ดูนุ่มนวลลง โดยปรับติดดอกไม้ เอาผ้าม่านสีชมพูมาติด แล้ว..เพราะชายชุดเขียวไม่ใช่ ลิเก!!..จะให้พับเพียบเรียบร้อยหรือไง !! (เออ นั่นซิ )..ทั่วกรุงตอนนี้จึงเต็มไปด้วย “นังดอกไม้” เต็มไปหมดทุกบังเกอร์ชายชุดเขียว..เหมือนจะบอกเป็นนัยๆ ว่า..” ถึงกูจะเงียบๆ แต่รถถังกูเพียบนาเว้ย”..ฮา

ส่วนถ้าใครจะเล่นงานโจมตีริดสีดวงนั้น ไม่ยากหรอกจะบอกให้ เพราะมันมีจุดอ่อนคือ “หวงสมบัติ” ถ้าจะทำให้ริดสีดวงไปไม่เป็น ให้จัดส่งมวลชนกล้าลุยไม่ต้องมากนัก นำรถปราศัยไปบ้านพักริดสีดวงทุกวันเช้าไป-เย็นกลับ บ้านพักเมียหลวงมันอยู่ในย่านชุมชน และมีหลายหลังไว้พักอยู่บนเขา และชายทะเล และบ้านเมียน้อยมันชื่อไก่ อยู่หมู่บ้านเศรณีปาร์ค ถ.นาวงประชาพัฒนา แขวงทุ่งสีกัน เขตดอนเมือง ให้ส่งไปทุกจุด ทำทีจะบุกเข้าไปในบ้านแต่ไม่ต้องบุกจริง ปล่อยให้มือปืนชุดดำมันที่เฝ้าบ้านปวดหัว ทำสงครามประสาทกับมัน ทำทีเป็นจะไปยื่นหนังสือที่บ้านมันนั่นแหละ แล้วปราศรัยด่าทอทุกวัน แกล้งริดสีดวงให้มันขาดสมาธิ มัวพะวงดูภาพจากกล้องวงจรปิด มันจะไม่เป็นอันทำงานเพราะมัวห่วงบ้าน..ฮา

ส่วนเป็ดเหลิมผู้ขี้ขลาดนั้น หากเป็ดเหลิมออกนอกประเทศวันใด ขาการเมืองจะรู้ทันทีว่าอีก 2 วัน ชายชุดเขียวจะแอคชั่น !! เมื่อวันที่ 6 มี.ค.57 เวลา 16.00 น. เป็ดเหลิมแอบไปที่สนามบินดอนเมืองด่วน เพื่อบินไปยังประเทศสิงคโปร์ โดยเขียนในใบลางาน 3 วัน ว่า “เดินทางไปทำธุระส่วนตัว”..จะไปขายแฮมเบอร์เกอร์อีกแล้วเหรอ..!! หากไปปรึกษากับชายดูไบ ที่รออยู่กับเมียน้อยที่นั่นน่ะ กลับมาทำงานวันจันทร์นี้..ห้องทำงานจะโดนพิกัดจุด GPS ให้ M79 ลงตรงโต๊ะทำงานพอดี ได้ลองพระใหม่อีกนะ..ฮา

สถานการณ์ปะทะกับแมงเม่าแดง
วันที่ 6 มี.ค.57
- เวลา 01.08 น. ที่สวนลุมฯ ประตู 1 มีแมงเม่าแดงใช้รถมอเตอร์ไซต์บิ๊กไบค์ 5-6 คัน ซ้อน 2 ชุดดำเสื้อเกราะ และแท็กซี่ จำนวน 7-8 คัน วิ่งวนจากนั้นได้ยิงอาวุธปืนพก ขนาด 9 มม.หรือ 11 มม.ออกมาจากรถแท็กซี่สีชมพู จำนวน 5 นัด แล้วหลบหนีไปทางแยกสารสิน กลับรถเข้าซอยโปโล หลังจากนั้นสักพักกลุ่มบิ๊กไบค์ได้วนกลับมายิงปืนขนาด .22 จำนวน 2-3 นัด มีชาวบ้านที่เดินผ่านบาดเจ็บเล็กน้อย 2 คน
- แมงเม่าแดงมีการปะทะตึงเครียดกับ สห.ชุดลาดตระเวณจำนวน 6 นาย ราว 20 นาที เพื่อช่วยเหลือประชาชน และการ์ดประจำจุด โดย สห.ใช้อาวุธสวนกลับได้ทันทีอย่างนับไม่ถ้วน ส่งผลให้แมงเม่าแดงบาดเจ็บอย่างหนัก น้ำเฮลล์บลูบอยทะลักพุ่งเป็นทาง หนีเตลิดเปิดเปิง
- เวลา 01.38 น. ชุดเฉพาะกิจลาดตระเวณ สห. จำนวน 20 นาย รถโมบาย สห. 2 คัน ร่วมกับชายชุดดำ 12 นาย กระบะวีโก 1 คัน และมอเตอร์ไซต์ทั้ง สห. และชายชุดดำได้มาคุมเชิงที่หน้าประตู 1 แล้วบุกเข้าตรวจภายในซอยโปโล ไล่ถล่มแมงเม่าแดง จนจนเหตุการณ์สงบ
- เวลา 02.30 - 03.00 น. ระเบิดลงตูมใหญ่หน้าประตู 7 ตามมาด้วยเสียงปืนรัวถี่ยิบ แมงเม่าแดงกลับบ้านเก่าลากกันปุเลงๆ ขึ้นรถไป สถานการณ์เคลียร์ การ์ดและผู้ชุมนุมปลอดภัย มวลชนหลับสบาย
- ส่วนเหตุการ์ณรอบนอก ที่ถนนวิทยุ..แมงเม่าแดง..โดนถล่มเละ..ไม่ขอพูดถึง ป่านนี้คงหาโรงพยาบาลทำแผลกันไม่หวาดไม่ไหว ส่วนแถวสะพานมัฆวานนั้น แมงเม่าแดงขยาดมานานแล้ว แค่เฉียดเข้าไปยังโดนสวนหนักจนครางเอ๋งๆ

วันที่ 7 มี.ค. 57
- เวลา 16.20 น. แก๊งค์อั้งยี่แดงยิงลูกระเบิด 40 จาก M79 จำนวน 2 ลูก จากพื้นที่โล่งข้างอาคารตึกชิน 3 ที่ทะลุพหลโยธินได้ ระหว่างการชุมนุมของมวลชน กปปส. การ์ดได้เข้าตรวจสอบพื้นที่ และพบชายชุดดำอยู่บนดาดฟ้าของตึกชิน 3 จำนวนหลายคน
- เวลา 16.40 น. มีการยิงปืนลงมาหลายนัด แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ
- เวลา 17.00 น. บริเวณหน้าตึกชิน 3 มีการปะทะกันด้วยระเบิด และปืนอย่างแต่เนื่อง
- เวลา 17.20 น. แกนนำ กปปส.ทินกร ได้ขอให้พนักงานภายในตึกกลับบ้าน และมีการล้อมตึกชิน 3 ไว้
- เวลา 20.00 น. อันธพาลแดงใช้อาวุธปืนยิงใส่ รพ.มงกุฎวัฒนะ ไม่มีผู้บาดเจ็บ (แก๊งค์นี้ ชอบทำร้ายผู้ป่วยตามโรงพยาบาลเป็นหลัก เช่น ปี 53 ปิด รพ.จุฬาฯ , ปี 57 ตัดไฟ รพ.สิงห์บุรี และบุกรุก รพ.ไปทั่วเพื่อปลดป้ายต้านโกง เพราะเสียดแทงใจ)

** ตรงตามการข่าวที่ เสธ เคยเตือนไว้ให้ระวังการโจมตีจากตึกสูงด้วยอาวุธวิถีโค้ง และรถแท๊กซี่เก่า จะบอกให้ก็ได้ว่าที่ตึกชิน 3 นั่นแหละ แหล่งคลังแสงอาวุธสงคราม และกองกำลังเขมร และต่างชาติของ บ.น้ำมัน สุมหัวกันอยู่ที่นั่นจำนวนมาก ถ้าหน่วยพิเศษชายชุดดำ และฝ่ายชุดเขียวจู่โจมเข้าตรวจค้น จะถึงกับตะลึงแน่ๆ

แผนระยะถัดไปของแก๊งค์อั้งยี่แดง
- หลังถูกชายชุดเขียวตรึงกำลังรอบพื้นที่การชุมนุมจนเข้าปฏิบัติการไม่ได้ ชายดูไบสั่งการปรับแผนเป็นใช้กองกำลังติดอาวุธที่มี (ชายชุดดำฝ่ายชั่ว+ฮาร์ดคอร์แดง+กองกำลังรับจ้างเขมร) เปลี่ยนยุทธวิธีโจมตีใหม่ ให้เล่นงานเป้าหมายเฉพาะเป็นบุคคลระดับแกนนำของ กปปส.และ ผู้นำในองค์กรอิสระต่างๆ
- วอร์รูมผู้ร่วมกำหนดเป้าหมาย คือ แกนนำอเวจีแดง และชายดูไบ จากนั้นสั่งการมาที่ผู้หัวหน้าหน่วยกองกำลังชายชุดดำฝ่ายชั่ว และอันธพาลแดงเพื่อให้ทีมลงมือปฏิบัติการณ์
- ชายชุดดำฝ่ายชั่ว (ที่ผ่านมาส่งชายชุดดำฝ่ายชั่วอ่อนหัด และปลอมตัวลอบไปประชิดจะอุ้มแกนนำ โดนอะไรบางอย่างไปเต็มอก ที่ไม่อยากเล่าให้สะเทือนใจกัน) จะให้ประกันตัวแก๊งค์ผู้ต้องหาติดยาเสพติด ส่งมาก่อกวน และชี้เป้าหาจังหวะแอบลอบจับการ์ด ที่มารักษาความปลอดภัยนอกเวลาราชการ
- ทำปลอกแขนนักข่าวปลอมจำนวนมาก และปลอมตัวเป็นการ์ด หรือผู้ชุมนุม กปปส.เพื่อเข้าประชิดตัวแกนนำ (ที่ผ่านมาแมงเม่าแดงก็รู้ดี ว่าถูกจับได้จำนวนมาก และโดนพาไปเที่ยวพักร้อนที่ไหน)
- ใช้ยุทธวิธีบุกโจมตีเป้าหมายเฉพาะบุคคลสำคัญ เช่น เปาบุ้นจิ้น ปปช. แกนนำ กปปส.ฯลฯ ให้ได้รับบาดเจ็บ เสียชีวิต หรือ ทรัพย์สินเสียหาย เพื่อสร้างความโกรธแค้นให้กับมวลมหาประชาชน เพื่อเร่งเร้าให้เกิดสงครามกลางเมือง

ส่วนแผนพวกทุยแดง ที่กำลังวาดระบุพิกัดชายชุดเขียวนั้น ก็ไม่มีอะไรต้องสนใจเพราะเป็นเรื่องเปิดเผยอยู่แล้ว หลอกให้พวกพวกเดียวกันเป็นแมงเม่าบินเข้ากองไฟแท้ๆ เพราะพวกชั่วยังไม่รู้ว่าจะเจออะไรอีกมากไอ้ที่เห็นน่ะมันแทบจะไม่รู้แผนอะไรเลย และก็แผนที่จะโจมตีรถถัง ที่คิดกันต่างๆ นาๆ นั้น..ก็ได้แค่คิด !!..เพราะถึงเวลาจริง ก็จะมีป๊อบคอร์นจากไหนก็ไม่รู้ แอบคอยอารักขารถถังสอยๆ แมงเม่าเอา ไม่มีทางได้เข้าใกล้รถถังหรอก ใครขืนหลงเชื่อทำตามแบบนี้ตายหมดเป็นกอง !!..จับมือใครดมไม่ได้ เพราะคือมือที่ 4 นั่นเอง

เกลือมันต้องจิ้มด้วยเกลือ..โจรแดงก็ต้องเจอนักรบป๊อบคอร์น..ที่ไม่ต้องรบยึดติดกับการรบตามกรอบกฎหมาย..จะทำอย่างไรกับโจรแดงก็ได้ จะโทษชายชุดเขียวทำก็ไม่ได้ เพราะช่วงนั้นเขาเผอิญมองไม่เห็น หันหน้าไปทางอื่นพอดี..แมงเม่าแดงก็ตายฟรี..!!

ในอดีตที่ผ่านมา มีนายก 2 คน ที่เคยนั่งกินอาหาร ”มื้อสุดท้าย” บนโต๊ะกลมกับชาย 3 สี คือ น้าชาติ และชายดูไบ หลังจากอาหารมื้อสุดท้าย ทั้ง 2 คนก็สิ้นสุดการเป็นนายกฯ ทันที..

วันนี้มีอีกคนที่ได้รับเกียรตินั่งกินอาหารโต๊ะกลมมื้อสุดท้ายนั้น..เขาคือ..ปูเน่า นั่นเอง !!

@เสธ น้ำเงิน

บันทึกการเข้า
eskimo_bkk-LSV team♥
.กลุ่มผู้มีน้ำใจงาม..
member
*

คะแนน1501
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9719


ไม่แล่เนื้อเถือหนังพวก


« ตอบ #12 เมื่อ: พฤษภาคม 07, 2014, 11:50:20 am »

เผย..มนต์ตราแห่งคำสาปของ “เวียงโยนกนาคพันธุ์” ธรณีสูบเชียงราย

6 พ.ค.57 เผย..มนต์ตราแห่งคำสาปของ “เวียงโยนกนาคพันธุ์” ธรณีสูบเชียงราย

ราว พ.ศ. 50 ไทยเผ่าหนึ่งเรียกว่า อ้ายลาว ตั้งอาณาจักรอยู่ที่นครปา ถูกจีนรุกรานหนักเข้า
จึงอพยพมาตั้งอยู่บริเวณเมืองเชียงรุ้ง เชียงลาว ริมแม่น้ำสาย ตั้งราชวงศ์ขึ้นปกครองสืบต่อกันมา
จนถึงสมัย ลวจักราช จึงได้ลงมาตั้งเมืองที่ตำบลยางเสี่ยว ใกล้ดอยตุง เรียกว่า เมืองเชียงลาว
จากนั้นมีพวกไทยถอยร่นจากจีนตอนใต้ มาสมทบ ทำให้ไทยที่เมืองเชียงลาวมีมากขึ้นทุกที
จึงได้ขยายเมืองให้กว้างขวางขึ้นอีก เรียกว่า แคว้นยุนซาง หรือยวนเซียง
มีอาณาเขตแผ่ไปถึงหลายเมือง เช่น เวียงกาหลง (อำเภอเวียงป่าเป้าในปัจจุบันนี้)
เวียงฮ่อ ดงเวียง เวียงวัง แจ้ห่ม เชียงแสน

ต่อมา ขอมมีอำนาจถึงอาณาจักรโครตบูรณ์ จึงยกเข้ามาตีแคว้นยวนเซียง ขับไล่ชาวไทย
แล้วตั้งเมืองขึ้นที่เชียงแสน เรียกว่า สุวรรณโคมคำ ที่เคยเป็นเมืองเชียงลาว ใกล้ฝั่งน้ำโขง
แต่ขอมปกครองไทยอย่างป่าเถื่อนและทารุณ จนไทยเราอพยพจากเมืองสุวรรณโคมคำ
กระจัดกระจายไปอีก ขอมจึงย้ายไปตั้งเมืองอุมงคเสลา (เมืองฝางในปัจจุบัน)
ทิ้งให้เมืองสุวรรณโคมคำร้างไว้

พระเจ้าเทวกาล เจ้าผู้ครองเมืองนครไทยเทศ เมืองหนองแส (ตาลิฟู) ในยูนนาน
ได้ให้ราชบุตรที่มีกว่า 40 องค์ แยกย้ายกันไปสร้างบ้านแปงเมือง เจ้าสิงหนวัติกุมาร ผู้เป็นโอรสองค์ที่สอง
ได้อพยพผู้คนประมาณ 1 แสนคน เดินทางลงมาจากทางตอนใต้ของจีน
ต่อมาได้ไปถึงที่หนึ่งมีสัณฐานราบสวยงาม เขตลุ่มแม่น้ำกก มีแม่น้ำใหญ่ แม่น้ำน้อย จำนวนมาก
ไม่ไกลจากแม่น้ำโขง สามารถสร้างไร่นาไดดี เคยเป็นที่ตั้งเมืองสุวรรณโคมคำเก่าที่ร้างไป

พระองค์จึงสั่งสร้างเมืองขึ้นใหม่อีกครั้ง ให้มั่นคงถาวรยิ่งขึ้น แล้วขนานนามว่า
เมือง “นาคพันธุสิงหนวัตินคร หรือ โยนกนคร ” (อำเภอเชียงแสน จ.เชียงราย ปัจจุบัน)
นับเป็นสถานที่ตั้งถิ่นฐานครั้งแรกของคนไทย หลังจากได้อพยพจากจีนตอนไต้ลงมา
เมื่อเจ้าสิงหนวัติ ได้เป็นเจ้าเมืองพันธุสิงหนวัตินครแล้ว พระองค์จึงขยายดินแดน
โดยยกกำลังรี้พลไปรบเอาเมืองอุมงคเสลานคร ของขอมเป็นเมืองขึ้น
จนกลายเป็นอาณาจักรใหญ่ ชื่อ “โยนกไชยบุรีศรีช้างแสน “
ตั้งแต่นั้นมา ก็บริบูรณ์ด้วยผู้คน ช้างม้าวัวควาย สมบัติมากนัก

นับเป็นอาณาจักรทีมียิ่งใหญ่และสง่างาม ครอบคลุมดินแดนกว้างขวาง
ทางทิศตะวันออกตั้งแต่แคว้นตังเกี๋ยของเวียดนามปัจจุบัน
ไปจดแม่น้ำสาละวินเขตรัฐฉานในประเทศพม่า
ทางเหนือจากบริเวณเมืองหนองแส มณฑลยูนนานของจีน
 ลงมาถึงที่ราบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาตอนบน
หลังพระเจ้าสิงหนวัติ สวรรคต มีกษัตริย์ปกครองสืบเนื่องต่อกัน
มาประมาณกว่า 46 พระองค์ ที่สำคัญ เช่น
- องค์ที่ 3 พระเจ้าอชุตราช สร้างพระธาตุดอยตุง
- องค์ที่ 8 พระองค์เกิง บรรจุพระบรมธาตุเพิ่มเติมในพระธาตุดอยตุง
- องค์ที่ 10 พระองค์เวา สร้างพระธาตุดอยเวา
- องค์ที่ 15 พระองค์งาม สร้างเจดีย์จอมผาเล็งโลก
- องค์ที่ 21 พระองค์พิง สร้างพระธาตุผาเงา
- องค์ที่ 43 พระเจ้าพังคราช
( ปู่ของพ่อขุนผาเมือง ที่ร่วมกันสร้างเมืองสุโขทัย กับพ่อขุนบางกลางหาว (กลางท่าว)
สร้างพระธาตุจอมกิตติ

จนถึงสมัยพระองค์มหาไชยชนะ กษัตริย์องค์ที่ 46 ในปี พ.ศ.1003 วันเสาร์แรม 7 ค่ำ เดือน 7
ก็เกิดอาเพศธรณีพิโรธ แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ ของประเทศไทย
หลังพระอาทิตย์ก็ตกไปแล้ว ก็เกิดเสียงดั่งสนั่นจากแผ่นดินไหวครั้งแรก
ประดุจดังว่าเมืองโยนกนครหลวงนี้ จะพังครืนไปแล้ว ต่อมาราวสี่ทุ่มก็ไหวซ้ำมาเป็นรอบสองอีก
จนใกล้รุ่งเช้าก็ไหวซ้ำอีกเป็นรอบที่สาม ครั้งสุดท้ายนี้ดังสนั่นรุนแรงที่สุดกว่าทุกครั้ง
ส่งผลให้เมืองโยนกนคร ก็ยุบถล่มจมลงทั้งเมืองทันที
กลายเป็นหนองขนาดน้ำใหญ่แทน ภายในคืนเดียว
เมื่อเมืองโยนกได้ล่มเป็นหนองน้ำไป เมืองที่สวยงามก็พังพินาศจนสิ้น
เชื้อพระวงศ์และประชาชนตกไปในน้ำตายเกือบหมด คนนอกเมืองที่เหลือรอด
ได้ย้ายมาตั้งเมืองใหม่ เพราะนครโยนกนั้นไม่มีอะไรหลงเหลือแล้ว
จะเหลือก็เพียงสิ่งก่อสร้างนอกเมืองเท่านั้น แผ่นดินเกิดการแยกอย่างชัดเจน
ดินถล่มและเกิดการเลื่อนไหล ความรุนแรงของแผ่นดินไหว
อยู่ที่ระดับ 11 เมอร์คัลลี หรือมีขนาด 8.0 ริกเตอร์

ปัจจุบันหนองน้ำขนาดใหญ่นั้น เรียกว่า ทะเลสาบเชียงแสน หรือ หนองบงกาย
ทางตะวันตกของทะเลสาบเชียงแสน เรียกว่า "เวียงหนองล่ม" เป็นพื้นที่ๆ ไม่สามารถใช้งานอะไรได้
ไม่ว่าจะเพาะปลูก หรือสร้างสิ่งก่อสร้าง ไม่นานทุกอย่างก็จะถล่มจมหนองน้ำไป
เป็นที่ตั้งของเมืองนาคพันธุสิงหนวัตินคร หรือ โยนกนคร ที่ล่มสลายนั่นเอง
มีอาณาเขต 5 ตร.กม. อยู่ในเขตติดต่อระหว่าง ต.โยนก อ.เชียงแสน กับ ต.จันจว้า อ.แม่จัน จ.เชียงราย

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงวินิจฉัยว่า บริเวณเวียงหนองล่ม ยุคก่อนที่มนุษย์จะมาตั้งถิ่นฐาน
เคยเป็นปล่องภูเขาไฟระเบิดมาก่อน พระเจ้าสิงหนวัติ มาสร้างเมืองขึ้นบนแผ่นดินที่เกิดขึ้น
บนพื้นน้ำที่ขังบนแอ่งขนาดใหญ่ ลงบนพื้นที่ ๆ เป็น "ปึ๋ง" ที่เกิดอยู่กลางหนองน้ำที่อยู่ในปล่องภูเขาไฟ
เดิมซึ่งดับไปแล้ว ซึ่งปึ๋งนั้นเป็นพื้นที่ ๆ ไม่มั่นคงอยู่แล้ว
ประกอบกับเมืองยังตั้งอยู่บนรอยเลื่อนสองแห่ง เมื่อเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่
เมืองจึงล่มลงไป บริเวณปึ๋งกลางหนองน้ำ ปัจจุบันคือ สำนักสงฆ์พุทธทศพลญาณ
อยู่บนเกาะกลางน้ำชื่อเกาะแม่ม่าย

ชาวบ้านต่างหวาดกลัวพื้นที่แห่งนี้ ช่วงกลางคืนหลายครั้ง
พวกเขาจะได้ยินเสียงกลองและเสียงชาวบ้านโห่ร้องเหมือนมีงานเทศกาลดังขึ้นมาจากหนองน้ำ
ชาวบ้านยังดำหนองลงไปพบโบราณวัตถุและนำไปเก็บตามวัดต่างๆ เช่น
ดาบทองทิพย์นาคพันธุ์ เป็นโบราณวัตถุที่ชาวบ้านงมขึ้นมาจากในเวียงหนองล่ม
และเก็บรักษาไว้อย่างดีในวิหาร สำนักสงฆ์พุทธทศพลญาณ บนเกาะแม่ม่ายแห่งนี้
ด้านหลังวิหารคือพระธาตุโยนกนครแสงคำ มีผึ้งขึ้นไปทำรังมากมายจนน่าขนลุก
รอบๆ เจดีย์ยังมีกองอิฐเก่า มีบ่อน้ำโบราณซึ่งใช้ตักน้ำบูชาพระเจดีย์
ปัจจุบันสร้างพญานาคล้อมขอบบ่อไว้

เชียงราย เป็นจังหวัดที่มีความเป็นมาเก่าแก่ยาวนาน ซ่อนเป็นเงาอดีตอยู่ในดินแดนที่สวยงามแห่งนี้
และแล้วมนต์ตราแห่งคำสาปของ “เวียงโยนกนาคพันธุ์” ก็อุบัติขึ้นอีกครั้ง
เมื่อมีขบวนการล้มเจ้าล้มราชวงศ์
โดยมีบริษัทเผาไทยเป็นทุนหลัก
คิดคำหินแตก แยกแผ่นดิน ไปเป็น สปป.ล้านนา


ตามที่เคยแฉไปเมื่อวันที่ 1 พ.ค.57 ว่าโอ๊ค ได้หนุนจีน ให้ทุนกับกลุ่ม “เสรีชนล้านนา”
 ใส่เสื้อดำ ชูธงดำ ต้านเบื้องสูง นั้น

(ที่ https://www.facebook.com/media/set/?set=a.233753883481313.1073741990.187529244770444&type=3 )

และแล้วก็แม่นเหมือนจับวาง เมื่อวันที่ 4 พ.ค.57 เวลาประมาณ 09.00 น.
กลุ่มขบวนการล้มเจ้าในจังหวัดลำพูน ชื่อ "เสรีชนล้านนา" ได้รวมตัวกันที่บริเวณลานอนุสาวรีย์
พระนางจามเทวี อ.เมือง จ.ลำพูน โดยแต่งชุดสีดำ
บางคนสวมแจ็คเก็ตดำ ที่มีสัญลักษณ์ อพปช.ประมาณ 600 คน
และขบวนเเรลลี่มอเตอร์ไซต์กว่า 300 คัน ถือธงดำ เขียนข้อความกระทบเบื้องสูง

นาง บ.แกนนำ ได้อ่านแถลงการณ์ของกลุ่มฯ ว่า ที่ผ่านมา
ได้มีกลุ่มคนได้ลบหลู่ดูถูกเหยียดหยามคนล้านนาประหนึ่งเป็นไพร่
(อ้าว..ด่าแกนนำเนรคุณป่วนชาติแดง นปช. ด้วยกันเองนี่..ฮา) และเป็นที่ประจักษ์ชัดว่า
มีคณะบุคคลต้องการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตย
ทำลายการมีส่วนร่วมของประชาชน (อ้าว..ก็แก๊งค์คอมมิวนิสต์เผาไทยไง)
แก็งค์นี้ได้กล่าวคำเสียดสีสถาบันเบื้องสูง
และรณรงค์ปักธงดำ ติดป้ายดำ ต่อต้านสถาบันอีกด้วย
เเล้วได้เคลื่อนขบวนเเรลลี่จักรยานยนต์ ไปตามถนนเชียงใหม่ - ลำพูน
เมื่อถึงแดนเมือง เขตติดต่อระหว่างเชียงใหม่และลำพูน
ได้ทำพิธีมอบธงดำ ให้แก่เสื้อแดงล้มเจ้าเชียงใหม่

ในขณะที่วันที่ 5 พ.ค.57 ปูเน่า ก็ส่งบัตรเชิญร่วมงานสโมสรสันนิบาต เนื่องในวันฉัตรมงคล 5 พ.ค.
ที่หอประชุมกองทัพเรือ “เวลา 18.30 น.”
(เพราะเข้าไปทำเนียบไม่ได้เนื่องจาก คปท.ควบคุมไว้)
 ตามธรรมเนียมปฏิบัติ ที่ทำตลอดมา บัตรเชิญจะทำด้วยบัตรสีขาว หรือสีนวลตัวหนังสือสีทอง
ตราทำเนียบสีน้ำเงิน ..เมื่อแผนก่อสงครามกลางเมืองในวันก่อนวันฉัตรมงคล ล้มหน้าแตกหงายเงิบ ,
จะคิดการใหญ่สุดเลว ทหารก็จัดอำลังอารักขาในหลวง
และเชื้อพระวงศ์ แบบ “ขั้นสูงสุด”..แผนทุกอย่างพังหมด

แต่ปีนี้คนทำมันคิดชั่ว บัตรเชิญงานสโมสรสันนิบาตปีนี้ ต่างจากทุกๆปี
เพราะมันดันทำเป็น “สีแดงเถือก” ด้วยตัวบัตรสีแดง
เหมือนการ์ดวันตรุษจีน (แบบนี้เขาเรียกบัดสี )
...ที่แปลก คือ จัดที่ให้องคมนตรีผู้แทนพระองค์ ยืนหลังนายกเทียม
 (ที่ชอบแย่งแดก ว.5 ของคนอื่นไปทั่วประเทศ) และมีสามีติดบ่อนก็ยืนอยู่ด้วย

ในเวลาใกล้เคียงกับงานนี้นั่นเอง ก็เกิดธรณีพิโรธ เมื่อเกิดเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงที่สุดในรอบ100 ปี
ไม่เคยเกิดรุนแรงมากขนาดนี้มาก่อนในประเทศไทย มีแรงสั่นสะเทือน 6.3 ริกเตอร์
 ความลึกลงไปไต้ดิน 7.4 กิโลเมตร ศูนย์กลางเกิดที่ ต.แม่อ้อ อ.พาน ,
และต่อมาขยายไป อ.แม่ลาว และแรงสั่นสะเทือนขยายไปทั่ว 18 อำเภอของ จ.เชียงราย
พื้นที่ยอดดอยสูง ระบบการสื่อสารทางมือถือบางค่าย
และโทรศัพท์พื้นฐานล่มติดต่อใช้การไม่ได้
(อ.พาน เป็นที่อยู่ของ สว.เชียงราย คนปัจจุบัน เพิ่งได้รับเลือก, อ.แม่จัน เป็นที่อยู่ ของยุทธตู้เย็น)

และยังขยายแรงสั่นสะเทือนไปยัง เชียงใหม่ ที่ท่าแพ น้ำในสระยังกระเพื่อม
จนคนแตกตื่นหนีไม่คิดชีวิต , แม่ฮ่องสอน, ลำพูน , ลำปาง , พะเยา, เลย ,
และรับรู้ได้ถึงตึกสูงสั่นไหว หลายแห่งในกรุงเทพ ฯ
จากนั้นก็มีอาฟเตอร์ช็อคสั่นสะเทือนตามมา อีกกว่า 100 ครั้ง ,
แผ่นดินอาเพศได้เขย่าตัวบ้าน อาคาร จนหมุน โครงสร้างอาคารดังลั่นสั่นสะเทือน
 ดังครืนโครม ข้าวของหล่นแตกกระจาย ฝ้าเพดานเกิดเสียงดัง
พังถล่มลงมา ตัวบ้านสั่น บ้านเรือนถล่ม เสียหาย มีรอยร้าว กระจกแตก

ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง อ.เมืองเชียงราย เกิดความโกลาหลขึ้น
เมื่อผู้โดยสาร และนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ต่างวิ่งหนีตายวุ่นวายไปหมด
ผู้คนจำนวนทิ้งกระเป๋าสัมภาระวิ่งหนีเอาชีวิตรอด มายังพื้นที่โล่งนอกอาคาร
ขณะที่พื้นรันเวย์มีการสั่นสะเทือน จนเครื่องบินที่จอดอยู่โยกคลอนไปมา

ความโกลาหลเกิดขึ้นที่โรงพยาบาลขนาดใหญ่ เช่นที่ โรงพยาบาลเชียงราย มีรอยร้าวหลายจุด
โรงพยาบาลแทบทุกแห่งในเชียงราย และลุกลามไปถึงเชียงใหม่ เกิดอาคารเสียหายแตกร้าว
กระจกแตก ฝ้าพัง หมอและญาติต้องมีการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย ลงมารักษาด้านล่างนอกอาคาร
ที่ห้างเซนทรัลพลาซ่าเชียงราย นักท่องเที่ยวต่างหวีดร้องด้วยความตกใจ วิ่งหนีตายไปคนละทิศละทาง ,
ในห้างสรรพสินค้า และร้านค้าหลายแห่ง สินค้าที่วางจำหน่ายตกลงมาจากชั้นวางสินค้าเกลื่อนพื้นกระจาย

ที่ อ.พาน เสียหายหนักบ้านแทบทุกบ้านโดนหมด ที่โรงแรมเชียงรุ่ง ตัวอาคารแตกร้าวหลายชั้น
รอยแตกร้าวรอบตัวตึก โครงสร้างอาคารทรุด , โรงเรียนพานพิทยาคม โครงสร้างทรุด ผนังแตกร้าว ,
ธนาคารกระจกแตกร้าว , ถนนพหลโยธินสายพาน-พะเยา ผิวถนนฉีกขาดแตกร้าวเหวอะหวะ
ทรุดเป็นวงกว้าง มีความลึกไปในชั้นผิวดินกว่า 3 เมตร , เสาไฟฟ้าล้มครืน
หม้อแปลงไฟฟ้าแรงสูงระเบิดหลายจุด ทำให้ไฟฟ้าดับทั้ง อ.พาน

วัดกว่า 20 แห่งในเชียงรายเสียหายหนัก ใน อ.พาน จ.เชียงราย หอระฆังวัดล้ม ทีวีหล่นแตก
เศียรพระพุทธรูปวัดอุดมวารี อ.พาน แตกหักหลุดออกจากองค์พระตกลงมาที่พื้น
ปูชนีย์สถาน วัดร่องขุ่น ที่มีเฉลิมชัย ศิลปินแห่งชาติ และผู้ก่อตั้งวัดร่องขุ่น
ที่ได้รับการยกย่องจากนักท่องเที่ยวว่าวิจิตรพิศดารงดงาม มีสถาปัตยกรรม
และศิลปะอย่างมากมาย ใช้เวลา 20 ปี ใช้เงินในการก่อสร้าง
ปฏิมากรรมต่างๆ ของวัดไป 1,100 กว่าล้านบาท
ได้รับความเสียหายอย่างหนัก จนโบสถ์ วิหาร

ผนัง ฝ้าเพดานช่อฟ้า และภาพศิลปกรรมต่างๆ แตกร้าวปรักหักพัง เสียหายหนัก
สถาปัตยกรรมต่างๆ ของวัดไม่สามารถซ่อมแซมได้ ต้องปิดตายห้ามประชาชนเข้าไปชม
เพราะอาจเกิดอันตรายโบสถ์หักพังลงมา โดยจะปิดไว้เป็นอนุสรณ์ของแผ่นดินไหว
(เขาเคยโจมตี กปปส. อย่างหนัก ) , มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากการถูกของแข็งกระแทกอวัยวะ
ลำเลียงโกลาหลไปโรงพยาบาลกว่า 20 ราย ,
เจ๊ดา เสื้อแดงตัวแม่ที่รับเงินหมิ่นเบื้องสูงเป็นอาชีพ
หนีพ้นออกมาจากห้างที่เชียงราย ยืนสั่น ตกใจแทบเสียสติ หน้าซีด ยืนแข็งอยู่กับที่ ,

จนถึงวันที่ 6 พฤษภาคม 2557 ก็ยังเกิดแผ่นดินไหวตามมา (Aftershock) ขนาด 5.0 - 5.9 อีก มากกว่า 50 ครั้ง
ที่หลายอำเภอในเชียงราย และที่ชวนขนหัวลุกตั้ง คือ ที่ อ.แม่สรวย จ.เชียงราย มีลาวาโคลน
พุ่งออกมาจากฟื้นผิวชั้นใต้ดิน ทะลักออกมากจากน้ำบ่อ เป็นลักษณะคล้ายขี้โคลนออกมาตลอดเวลาไม่ยอมหยุด
แต่ไม่มีกลิ่น...จะเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ??

วันที่ 5 พฤษภาคม เป็นวันฉัตรมงคล กำนัน ถือเป็นวันฤกษ์ดีที่จะพา มวลมหาประชาชน
ไปรวมกันที่หน้าวัดพระแก้ว ในเวลา 17.00 น. ยาวไปถึงท้องสนามหลวง ถวายพระพรชัยมงคล
และแสดงความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
เพื่อประกาศให้โลกประจักษ์ว่าพวกเขามีความจงรักภักดี ต่อสถาบันพระมหากษัตริย์
กปปส.จัดพร้อมกันทั้ง กทม.และต่างจังหวัด

ที่น่าอัศจรรย์เป็นอย่างยิ่ง และสร้างความตกตะลึกพรึงเพริดกับผู้ที่อยู่ในท้องสนามหลวงคือ
เมื่อมองขึ้นไปบนท้องฟ้ายามใกล้พลบคล่ำ สีท้องฟ้ากลายเป็นวงกลมขนาดมหึมา
“ เป็นสีเหลืองทองผ่องอำไพ “ สุกสว่างใสไร้ที่ติ ไม่มีเมฆหมอกใดๆ มาปิดบัง
จนแสงอาทิตย์ลับของฟ้าไป เมื่อความมืดมาเยือน ไฟฟ้ารอบสนามหลวงก็สว่างขึ้น
ทาบกับแสงไฟฟ้าจากวัดพระแก้วมรกต ภาพที่ออกมาสวยงามปานสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ไม่มีที่ติ

และเมื่อเสร็จพิธีแล้วมวลมหาประชาชนลุกกลับออกไป
ทุกคนถือขยะของตนเองกลับอกกไปทิ้งไปด้วย “ไม่มีแม้แต่ถุงสักชิ้นบนสนามหญ้าของสนามหลวง”
ทุกอยากกลับคืนสภาพดังเดิมทุกประการ จะเหลือไว้ก็เพียงความทรงจำเท่านั้น

วันนี้บทกลอนนี้ที่มีผู้แต่งไว้ กำลังเป็นจริงทุกประการ..!! (นำบางท่อนมาให้อ่านและคิดตาม)

1.ช่วงเปรม เป็นนายก (เป็นนายก 3 วาระ)
- ประเทศชาติจะรุ่งเรืองและเฟื่องฟุ้ง น้ำมันผุดขึ้นมาจนเห็นค่า (เจอน้ำมันมาก)
- พวกกาขาวจะบินรี้หนีเข้ามา เป็นประชาชนเต็มพระนคร (ฝรั่งมา, ประชากรเมืองหลวงเพิ่มเร็วมาก)
- ชนทั่วโลกจะยกพระองค์ท่าน ชื่อกระฉ่อนร่อนทั่วทุกสิงขร
(ฉลองกรุงเทพ 200ปี, เจริญสัมพันธไมตรีกับจีน, หยุดภัยคุกคามคอมมิวนิสต์)

2. น้าชาติ เป็นนายก
- ออกพระนามลือชื่อดั่งทินกร องค์อมรเอกบุรุษแห่งแผ่นดิน
  (ผลการประดิษฐ์, เศรษฐกิจพอเพียง)
- ชาวประชาจะปีติยิ้มสดใส แต่อกไหม้หนอนกินข้างในสิ้น
  (สนามรบเป็นสนามการค้า ,โกงบุพเฟ่คาบิเน็ต)
3. ช่วงอานันท์ เป็นนายก
- จะมีพวกกาฝากคอยกัดกิน เพื่อให้ได้สิ่งถวิลสมจินตนา
  (ออกกฎหมายเยอะมากไม่รอบคอบ)

4. ช่วงบิ๊กสุ เป็นนายก
- จะมีการต่อตีกันกลางเมือง ขุนนางเขื่องกังฉินกินทั่วหล้า
  (พฤษภาทมิฬ 35,นักการเมืองโกง)
- คอรัปชั่นจะกัดกร่อนทั้งพารา ประดุจปลวกกินฝานั้นปะไร
  (แจกสัมปทานผูกขาดให้ชายดูไบฯลฯ

5. ช่วงมีชัย , อานันท์ เป็นนายก
- ข้าราชการตงฉินถูกประณาม สามคนหามสี่คนแห่มาลากไส้
  (คนตรงถูกตำหนิ)

6. ช่วงชวน 1 เป็นนายก
- เกิดวิกฤติผิดเพี้ยนโดยทั่วไป โกลาหลหม่นไหม้ไร้ความดี
  (วิกฤติการเมือง,ผลงานเงียบ)

7. ช่วงบิ๊กเตี้ย , บิ๊กจิ๋ว เป็นนายก
- ประชาชีจะสับสนเรื่องดีชั่ว ถ้วนทุกทั่วจะมุดขุดรูหนี
  (ทุจริตมาก, คนขนของกลับบ้านนอก)

8. ช่วงชวน 2 เป็นนายก
- ไม่แน่ใจสิ่งที่ทำนำความดี เกรงเป็นผีตายตกไปตามกัน
  (กลุ่มงูเห่า, แก้ไขปัญหาช้า)

9. ช่วงชายดูไบ เป็นนายก
- พุทธศาสน์จะถูกรุกและล้ำ มิตรเคยค้ำเป็นศัตรูมุ่งอาสัญ
  (วัดจานบิน, จำลอง สนธิ มาไล่)
- เกิดวิกฤติธรรมชาติอุบาทว์ครัน พายุลั่นน้ำถล่มดินทลาย
  (ซึนามิ ในไทยตายกว่า 5 พันคน)

10. ช่วงชายฤษี เป็นนายก
- แผ่นดินแยกแตกเป็นสองปกครองยาก เกิดวิบากทุกข์เข็ญระส่ำระสาย
  (นปช.ก่อกวนไปทั่ว)

11. ช่วงชายม่านรูด เป็นนายก
- เกิดการปราบจลาจลชนล้มตาย เลือดเป็นสายน้ำตานองสองแผ่นดิน
  (สลายเหลือง)

12. ช่วงหมัก เป็นนายก
- ข้าเป็นนายนายเป็นข้าน่าสมเพช ผู้มีบุญมีเดชจะสูญสิ้น
  (รมต.ไพร่แดง,พระพี่นางสวรรคต)
- ทั้งพฤฒาจารย์ลือระบิล จะร่วงรินดุจใบไม้ต้องสายลม
  (พระผู้ใหญ่มรณภาพ)

13. ช่วงหล่อใหญ่เป็นนายก
- ความระทมจะถมทับนับเทวศ ดั่งดวงเนตรมืดบอดสุดขื่นขม
  (แดงเผาเมือง2ปี,ควันดำไปทั่ว )
- คนที่ดีจะก้มหน้าสุดระทม ส่วนคนชั่วหัวร่อทำท่าดัง
  (เสื้อแดงกร่างระรานไปทั่ว)

11. ช่วงปูเน่าเป็นนายก
- จะมีหนึ่งนารีขี่ม้าขาว ควงคทามุ่งสู่ดาวสร้างความหวัง
  (ปูนั่งรถตู้สีขาว, รมต.กลาโหม, หวยเลขท้าย, ประชานิยม)
- ผู้ปกครองจะเป็นหญิงพึงระวัง สายน้ำหลั่งกรากเชี่ยวหวาดเสียวใจ
  (น้ำท่วมใหญ่ปี 54-56)

12. ช่วงกำนันชุมนุม..!!
- ศิวิไลซ์จะบังเกิดในสยาม หลังฝนคร้ามลั่นครืนจะยืนได้
  (สื่อมวลชน, สื่อสังคมออนไลน์ขยายตัว, พายุลม ลูกเห็บ พิโรธ , แผ่นดินใหวเชียงราย )
- จะเข้าสู่ยุคมหาชนพาไป เปลี่ยนเมืองใหม่ศักราชแห่งประชา
  (มวลมหาประชาชน,ปฏิรูป)

13. นายก คนใหม่
- คนชั่วจะถูกปราบราบคาบสิ้น แผ่นดินเดือดสูญหายไร้ปัญหา
  (คนชั่วจะถูกฆ่าหมดเกลี้ยง, การทะเลาะกันจะหายไป)
- ประเทศชาติผ่านวิกฤติด้วยศรัทธา ยามเมื่อฟ้าสีทองผ่องอำไพ
  (ประเทศผ่านปัญหาด้วยคนดีไม่ท้อแท้, พระบารมีช่วยเหลือเกื้อกูล)

ตอนนี้พื้นที่เสื้อแดง หรือมี ส.ส.บริษัทเผาไทย โดนอาเพศหมด พลอยทำให้คนอื่นซวยไปด้วย
คนในบริษัท หรือสนับสนุน ตายกันเป็นว่าเล่น , โดนระเบิดร่างเละขาดกลาง หัว แขน ขา
หลุดกระเด็นไปหลายคน , อาเพศ ดิน น้ำ ลม ไฟ อย่างหนักหน่วง ,
ลูกเห็บตกเท่าลูกมะนาวขาวโพลน, วันก่อนสุพรรณโดนทั้งพายุ และไฟไหม้ , วั
นนี้อ่วมรอบ 2 อีกแล้วพายุรุนแรงโคตรๆ หนักกว่าเดิมอีกแถว “แถวดอนเจดีย์” ที่ นปช.ไปจัดชุมนุม,
อุตรดิตถ์ก็โดนพายุซะอ่วม , ตอนนี้อีสาน โดนพายุน้ำท่วม
แสนสาหัสมากหลายแห่งทั้งที่เป็นหน้าร้อน ,
เชียงรายน้ำท่วมหนักสะพานขาดกระจุย ฯลฯ

และที่ประหลดสุดขั้ว คือ ทุกจังหวัดภาคเหนือ
ที่ในพื้นที่นั้นขบวนการล้มเจ้ามีกิจกรรม หรือขยายตัว
เจออาเพศมนต์ตราแห่งคำสาปของ “เวียงโยนกนาคพันธุ์”
แผ่นดินไหวรุนแรงที่สุดในรอบ 100 ปี ในวันฉัตรมงคล...แต่ขณะที่กรุงเทพฯ และจังหวัดที่มวลมหาชน
จัดงานแซ่ซ้องพระบารมี..ท้องฟ้าปลอดโปร่ง สวยงามเป็นสีทอง ลมพัดอ่อนๆ สบายๆ
ไม่มีใครได้รับความเดือดร้อนจากภัยอาเพศเลย


ไม่มีเหตุบังเอิญ...แต่เป็นลางเตือนสติ..ใครเลือก สนับสนุน ไปแล้ว หรือ จะไปชุมนุมกับเสื้อแดง
ขบวนการล้มเจ้า ล้มราชวงศ์ ที่จะแบ่งฟ้า..แยกแผ่นดิน..
วันนี้พระแม่ธรณี..ผู้ควบคุมดิน..ได้ร้องเตือนดังๆ โครม ครืน พินาศยับเยิน..

ประกาศ !! ข่าวดีสำหรับพ่อค้าแม่ค้าโคกระบือทุกคนโปรดทราบ มิสเตอร์คางคก
จะมีมหกรรมตลาดนัดโคกระบือนานาชาติสัญจรเคลื่อนที่ ซ้อมๆๆๆ ครั้งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ณ ถนนอักษะ
ในงานนี้มีทั้งประเพณีวิ่งทุยแดง ประกวดทุยแดงสวยงาม
 มีการซื้อขายทุยนานาชาติหลากหลายพันธ์ เช่น ไทย พม่า ลาว เขมร เป็นต้น
เพื่อเตรียมพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน (AEC) และเข้าสู่สังคมเกษตรกรรม

ท่านที่จะไปเวียนเทียนที่องค์พระในวันวิสาขะบูชา ท่านสามารถเข้าชมตลาดนั้นโค กระบือ หน้าตาแปลกๆ ได้ฟรี
งานนี้ยิ่งใหญ่ พลาดไม่ได้..แต่หากท่านเผลอเดินเข้าไปใกล้ ท่านจะถูกมิสเตอร์คางคก
นับรวมว่าเป็นมวลชนทุยแดง และจับท่านไปค้ากำไรเบิกเงินหัวคิวทันที โดยที่ท่านไม่รู้ตัว
และที่สำคัญคือจะโดนบอมบ์สร้างสถานการณ์จนเละทะ
การชุมนุมแถวอักษะครานี้ คงจะต้อง แสนวิเวก แสนหวังเหวิด แน่..ฮา

เสธ ว่า งานนี้เสื้อแดงที่จะมาชุมนุมแถวอักษะ ไม่รอดว่ะ และคงแสนอาดูรแน่ๆ มีสมาชิกแนะนำมาว่า
การจัดหาโลงศพอาจมีปัญหา หากร้านสุริยาโลงศพ บริการไม่เพียงพอ คนเหนือและอีสานที่จะไปร่วม
ให้ญาติได้เตรียมการไว้ก่อนการเดินทาง ร้านสอบูรพาโลงศพ เขามีบริการ ครบวงจร
โดยเฉพาะศพที่ตายนอกพื้นที่ ระยะทางไม่เกิน 1,000 กม. เขาจะขนย้ายให้ฟรี
มีโลงให้เลือกหลายแบบ โลงติดแอร์ แต่ราคาเท่ากับพัดลม
เขายังบริการดอกไม้ประดับโลง ประดับเมรุ ดอกไม้ ธูปเทียน โต๊ะเก้าอี้
พร้อมเต๊นท์ 5 หลัง ส่วนของชำร่วยแจกงานศพ มีบริการ ตั้งแต่ราคา 5 บาท จนถึง 500 บาท

เพื่อความไม่ประมาท ใครๆ ก็รู้กันทั่วโลกว่า ในการไปชุมนุมกับแก๊งค์นรกป่วนชาติ นปช. นั้น
คือ การพาไปตายเหมือนแนวหน้าออกรบนั่นเอง
ดังนั้นท่านโปรดสละเวลาจองโลงศพ ทำประกันชีวิต ทำพินัยกรรม
ให้เรียบร้อยไว้ด้วยจะเป็นการดี..ฮา

@เสธ น้ำเงิน



บันทึกการเข้า
eskimo_bkk-LSV team♥
.กลุ่มผู้มีน้ำใจงาม..
member
*

คะแนน1501
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9719


ไม่แล่เนื้อเถือหนังพวก


« ตอบ #13 เมื่อ: พฤษภาคม 08, 2014, 09:51:20 am »

เผย..จะเข้าสู่ยุคมหาชนพาไป เปลี่ยนเมืองใหม่ศักราชแห่งประชา

7 พ.ค.57 เผย..จะเข้าสู่ยุคมหาชนพาไป เปลี่ยนเมืองใหม่ศักราชแห่งประชา

ตอนที่แล้วเล่าเรื่องเมือง “นาคพันธุสิงหนวัตินคร หรือ โยนกนคร ” ที่เจริญรุ่งเรืองต่อเนื่องมายาวนานกว่า 450 ปี จนกระทั่งถึงสมัยของพญามหาไชยชนะ กษัตริย์องค์ที่ 46 ในปี พ.ศ.1003 เกิดอาเพศธรณีพิโรธ แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ เมืองโยนกได้ล่มเป็นหนองน้ำไป จนพังพินาศจนสิ้น เชื้อพระวงศ์และประชาชนตกไปในน้ำตายเกือบหมด

( ที่ https://www.facebook.com/media/set/?set=a.234930440030324.1073741996.187529244770444&type=1 )

ในครั้งนั้น ชาวบ้านเล่าต่อกันมาตามความเชื่อว่า วันหนึ่งชาวบ้านจับ “ปลาไหลเผือก “ ตัวโตเท่าลำตาล ยาวประมาณ 7 วาเศษ ได้จากแม่น้ำกก นำมาถวายพระมหาไชยชนะ พระองค์รับสั่งให้นำเนื้อไปแล่แจกจ่ายให้กับชาวเมืองทุกคน มีเพียงหญิงชราม่ายคนหนึ่งเท่านั้นที่ไม่ได้รับส่วนแบ่งเนื้อปลาไหลเผือกมากิน ตกค่ำวันนั้นก็เกิดแผ่นดินสะเทือนเลือนลั่น เหมือนสวรรค์ลงโทษ เมืองทั้งเมืองพลันถล่มจมหายลงไปในชั่วข้ามคืน กลายเป็นผืนน้ำกว้างใหญ่ไพศาล พระราชวงศ์ ขุนนาง และราษฎรทั้งหลายในเมืองสาบสูญไปหมดสิ้น หลงเหลือเพียงบ้านหญิงชราม่ายที่ไม่ได้ร่วมกินเนื้อปลาไหลเผือกเท่านั้น

ตำนานคนโบราณกล่าวว่าปลาไหลเผือกนั้น ก็คือพญานาคที่แปลงตัวมา การที่ชาวเมืองนำมาฆ่าแบ่งกันกิน ถือเป็นการเนรคุณพญานาคที่ช่วยสร้างบ้านแปลงเมือง จึงบันดาลให้เกิดภัยพิบัติ แต่เมื่อตีความเหตุการณ์เมืองโยนกนครถล่ม ในเชิงสัญลักษณ์ อาจหมายถึงการปกครองบ้านเมืองอย่างไม่ถูกทำนองคลองธรรม ทำให้บ้านเมืองมีเหตุอาเพศเป็นไป

ตอนนี้ชาวบ้านในฟื้นที่ อ.แม่สรวย , อ.พาน จ.เชียงราย ประชุมกันเครียดมาก ทุกคนวิตกหนักเพราะลาวาขี้โคลนที่ยังไหลออกมา หลังอาเพศแผ่นดินไหวตั้งแต่เมื่อวาน ยังไม่ยอมหยุด ตอนนี้เริ่มมีกลิ่นเหม็นมาก.. คนในพื้นที่อยู่ระหว่างตัดสินใจ อพยพหนีออกมา เพราะมีลางบอกเหตุหลายอย่าง เช่น
- ความถี่ของอ๊าฟเตอร์ช็อค ปาไปกว่า 200 ครั้งแล้ว
- ลาวาโคลน ที่พุ่งออกมาจากบ่อใต้ดิน จากบ้านที่มีบ่อน้ำจะพุ่งออกมาแทบทุกบ่อ
- เส้นทางแม่สรวย เชียงราย-เชียงใหม่ มันไหลเลื่อนจนฉีกขาดต่างระดับกันมาก ตั้งแต่บ่าย 3 เมื่อวาน จนถึงตอนนี้ยังไม่ยอมหยุดไหลแยกจากกัน
- รอยแตกของพื้นผิวถนนต่างๆ เพิ่มขึ้น และทรุดตัวลงหลายจุด ชาวบ้านกลัว จะทำให้บริเวณรอบๆ เขื่อนเขื่อนแม่สรวย เกิดการทรุดตัว ชาวบ้านที่เชียงรายตอนนี้ทุกคนในฟื้นที่ ไม่มีใครเชื่อถือภาครัฐแล้ว

ซ้ำร้ายตอนนี้อาเพศพายุถล่มอีสานที่ เกิดอาเพศพายุพัด โรงเรียนบ้านเหล็ก ศรีสะเกษ ทั้งอาคารเรียนและอุปกรณ์การเรียน เสียหายกว่า 90% มีต้นไม้หักโค่นลง หลังคาบ้านเรือนของชาวบ้านได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก , ที่ ต.พิมาย และ ต.ตูม บ้านพังกว่า 100 หลัง โคราชฝนถล่มกลางดึก น้ำท่วมตลาดไนท์บาซาร์ เสียหายไปหมดแล้ว , กาญจนบุรี จู่น้ำก็ไหลบ่าพาโคลนมาท่วมบ้านสูงกว่าเอว

เขตเทศบาลโคราช ได้เกิดพายุฝนตกลงมาอย่างหนัก และมีลมพายุกระโชกแรง เป็นระยะเวลากว่า 1 ชั่วโมง ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขัง เกิดน้ำท่วมถนนหลายสาย รถยนต์ไม่สามารถสัญจรผ่านไป-มาได้

ผ่านไป 1,554 ปี เมื่อวันที่ 5 พ.ค.57 ที่ผ่านมาภาพของปริศนา “ปลาไหลเผือก “ ยุคปัจจุบันก็ปรากฏแก่สายตาชาวโลกอีกครั้ง เมื่อมีประชาชนใส่ “เสื้อสีเหลือง “ ตั้งขบวนแถวเป็นแนวยาว มองไกลๆ คล้ายปลาไหลเผือก ทั้งที่ อ.หัวหิน และกรุงเทพฯ ที่เป็นเมืองหลวงของอาณาจักรไทย กำนัน ถือเป็นวันฤกษ์ดีที่จะพา มวลมหาประชาชน ไปรวมกันที่หน้าวัดพระแก้ว ยาวไปถึงท้องสนามหลวง ถวายพระพรชัยมงคล และแสดงความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อประกาศให้โลกประจักษ์ว่าพวกเขามีความจงรักภักดี ต่อสถาบันพระมหากษัตริย์

ที่ผ่านมามวลมหาประชาชน ถูกลอบทำร้าย เข่นฆ่า จากขบวนการล้มเจ้า ล้มราชวงศ์ และบริษัทเผาไทย ถือเป็นการเนรคุณประชาชนที่เลือกตั้งเข้ามา ซึ่งมิได้หมายความว่าชนะเลือกตั้งแล้ว คือการให้สัมปทานประเทศ คดโกง ทุจริต ใช้อำนาจ ทำร้ายประชาชนได้ตามอำเภอใจ จนเมื่อ“ศิวิไลซ์จะบังเกิดในสยาม หลังฝนคร้ามลั่นครืนจะยืนได้ “ เมื่อสิ้นเสียงแผ่นดินไหว อย่างหนัก ที่บริเวณอาณาจักรโยนกไชยบุรีศรีช้างแสน เดิม (ผลกระทบแผ่นดินไหว ครั้งนี้กินพื้นที่อาณาจักรนี้)

ก็ทำให้วันนี้ 7 พ.ค.57 ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้ปูเน่า พร้อม รมต.สมุน ที่ร่วมประชุม ครม.รวมทั้งหมด 10 คน ในคดีทุจริตคดีโยกย้าย และต้องสิ้นสภาพความเป็น รมต.ทันที..สั่งใครไม่ได้อีกต่อไป...ตายในสนามประชาธิปไตยสมใจอยาก เสมือนแผ่นดินไหวจนอาณาจักรเผาไทยล่ม จมลงทันทีเพียงข้ามคืน..เกิดอาการวงแตก ก็มีสมุน รมต.หน้าด้าน หลงเหลืออยู่บ้าง..เหตุการณ์ช่างเทียบใกล้เคียงกับอดีต เมื่อ 1,554 ปีที่แล้วนัก

ศาลรัฐธรรมนูญได้ตัดสินให้ความยุติธรรม แก่ชาติแล้ว หลังศาลตัดสินวันนี้พระอาทิตย์ทรงกรดอยู่ถึง 25 นาที แม้ที่ผ่านมาท่านจะถูกพวกขวนการล้มเจ้า และคอมมิวนิสต์ พูดจา และใช้อาวุธ ข่มขู่ บ่อยๆ แต่ท่านก็ได้รับการอารักขาคุ้มครองจากหน่วยงานความมั่นคงอย่างดี จึงไม่ได้หวั่นไหว และตัดสินตรงไปตรงมาตามพยานและหลักฐาน

แต่เนื่องด้วยยังมี ครม.ที่ไม่ใช่ 10 คนนี้ และเข้ามารับตำแหน่งในภายหลังการประชุมทุจริต โยกย้ายถวิล ครั้งนั้น เหลืออยู่บางส่วน และภายหลังศาลตัดสินยังไม่เข็ด มีมติตั้งนิวัฒน์ธำรง เป็นรักษาการนายกเทียมอีก แล้วจะเดินหน้าเจรจากับ กกต.ออกจัดเลือกตั้งให้เจ๊งสูญเปล่าไปอีก 3,800 ล้านบาทอีก..สติแตก..มันทำได้ที่ไหน ผิดกฎหมายหาเรื่องใหม่ให้ลงดาบชัดๆ..ครม.ที่เหลือไม่มีใครเคยเป็นอดีต ส.ส.ก่อนยุบสภาสักคน พวกนี้ขาดยางอายสำนึกทางการเมือง

ที่สำคัญ จะต้องมีผู้โต้แย้งมากแน่ๆ ว่าทำได้หรือไม่ ซึ่งจะทำให้เอกสารอนุมัติต่างๆ เสี่ยงมากที่ข้าราชการไม่ว่าพลเรือน ทหาร และตำรวจ ขืนปฎิบัติตามคำสั่งของรัฐมนตรีที่เหลือ รักษาการอยู่ จะซวยติดร่างแหไปด้วย เพราะอาจเป็นคำสั่งเถื่อน ถ้าเป็นเรื่องการเงินจะยิ่งซวยใหญ่ และการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ เมื่อผ่าน ครม.รักษาการแล้วก็ไม่มีผลอะไร เช่น กรณีย้ายปลัดยุติธรรม หาก กกต.ไม่อนุมัติตามนั้นก็เป็นโมฆะ กรณีนี้ต้องมีมือดีโต้แย้งฟ้องศาลอีกแน่ๆ

ส่วนศูนย์อำนวยการรักษาศิวลึง (ศอ.รส.) ที่มีเป็ดเหลิม เป็น ผอ.ศูนย์ และปึ้งเหม่ง ที่ออกมาเรียกแขกทุกวัน ก็กลายเป็นศูนย์หัวขาดไปซะแล้ว เพราะ 2 ตัวนี้หลุดตำแหน่ง ครม.ไปล็อตเดียวกับปูเน่า..กลับบ้านไปนั่งรอศาล กวักมือเรียกไปเข้าคุกอีกหลายคดี

บริษัทเผาไทย นำโดยโภคิน แถลงข่าวไม่ยอมรับคำตัดสินศาลรัฐธรรมนูญ และให้ กกต. และรัฐบาล เร่งตรา พ.ร.ฏ.เลือกตั้งให้เร็วที่สุด..ไม่รับก็ไม่รับไปซิ ก็ตกเก้าอีกสิ้นสภาพตามกฎหมายไปแล้ว สั่งใครก็ไม่ได้นับแต่บัดนี้ กลายเป็นคนธรรมดาไม่ได้รับอภิสิทธิ์ใดๆ อีกต่อไป และก็มีแค่ม็อบเสื้อแดงรับจ้าง ได้เดินทางมาให้กำลังใจปูเน่า เพียงจิ๊บจ้อยไม่กี่คน ก็พวกเสื้อแดงหน้าเดิมๆ ทุกงาน แค่มันเปลี่ยนเสื้อไปเรื่อยๆ

วันนี้ในอดีต ยังมีเหตุการณ์สำคัญอีก 2 เรื่อง คือ

- เมื่อ พ.ศ. 2419 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชการที่ 4 ทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ถือเป็นฤกษ์ดีเพราะพระองค์มีความเชี่ยวชาญทางโหราศาสตร์มาก และราชวงศ์จักรีจะมีกษัตริย์คงอยู่ตลอดไป
- เมื่อ พ.ศ. 2458 สงครามโลกครั้งที่หนึ่ง : เรือดำน้ำเยอรมัน ได้ยิงตอร์ปิโดเข้าใส่เรือเดินสมุทร อาร์เอ็มเอส ลูซิทาเนีย ของอังกฤษจนอับปางลงโดยไม่มีการเตือนล่วงหน้า คร่าชีวิตลูกเรือ 1,198 คน เสมือนตอร์ปิโดจากคำตัดสินของศาลฯ ยิงถล่มรัฐบาลปู่เน่า จนตกเก้าอีกพร้อมบริวารนั่นเอง

เมื่อวันที่ 28 มี.ค.57 มีสมาชิกเขียนคอมเมนท์ สอบถามว่า “เมื่อไรปูเน่าจะไป” วันนั้น เสธ ตอบไปว่าไม่เกิน 40 วัน..มาถึงวันนี้ 7 พ.ค.57 ครบ 40 วันพอดีเป๊ะ..ปูเน่าตกเก้าอี้นายกเทียม และ รมต.กลาโหม ไปเอวเคล็ด ตามการวิเคราะห์คาดการณ์..พร้อมพวก รมต.ปากเสีย และสมุนทั้งหลายล็อตแรก รวม 10 คน คือ “ กิตติรัตน์-เฉลิม-สุรพงษ์-ประชา-ยุทธศักดิ์-สันติ-อนุดิษฐ์-ศิริวัฒน์" ทันทีที่ศาลอ่านคำพิพากจบสำนักข่าว CNN ได้รายงานไปทั่วโลกทันที ว่าปูเน่าหมดอายุขัยเสียแล้ว..ฮา

ศาลรัฐธรรมนูญ ยังจับหลักฐานที่ปูเน่ากล้าทำได้ คือ มีการใช้ “เอกสารราชการปลอม” เอกสารเรื่องเดียวกัน 2 ฉบับ แต่ลงวันที่ต่างกัน เพราะรีบมากในการโยกย้ายถวิล และปูเน่าดันพลาดลงนามในวันหยุดราชการอีกด้วย..โห..นี่ชีวิตนี้ขบวนการล้มเจ้า ล้มราชวงศ์ เสื้อแดงจะปลอม ทำเทียม และโกหกไปหมดทุกอย่างเลยหรือนี่ เดี๋ยวเสื้อแดง เดี๋ยวเสื้อขาว เดี๋ยวเสื้อดำ เดี๋ยวก็โทษว่าเป็นการกระทำของอำมาตย์ และเป็นผลพวงจากการรัฐประหารอีก ขี่เยี่ยวไม่ออกเสื้อแดงก็จะอ้างเหตุแบบนี้ตลอดว่างั้นเถอะ

มะม่วงชั่วออเดิฟล็อตแรกร่วงจากต้นไปแล้ว ยังเหลือมะม่วงเลวอาหารหลักล็อตต่อไป เช่น ทุจริตเจ๊งทูเจ๊งข้าวของ ปปช. , สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) มีหนังสือด่วนที่สุด ให้รัฐบาลปูเน่าชดใช้ค่าใช้จ่ายที่จัดให้มีเลือกตั้งทั่วไปครั้งก่อน เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 จำนวน 3,800. ล้านบาท ในฐานะตัดสินใจผิดพลาดที่จัดให้มีการเลือกตั้ง ในขณะทีมีเหตุการณ์ไม่สงบ และ สตง.ได้ทักท้วงไปแล้วแต่ยังดื้อไม่ฟัง และยังมีสารพัดคดีคุกอีกมหาศาลเรียงหมัดมาถี่ยิบ เช่น คดีขัดคำสั่งศาลแพ่งสลายมวลชน กปปส.เมื่อ 18 ก.พ.57 จนมีคนตายและเจ็บ , คดีทุจริตจำนำข้าวชาวนา ฯลฯ

ด้าน กกต.จึงได้ชลอการเสนอ พรก.เลือกตั้งใหม่ไว้ก่อน เพราะคงเห็นว่ายังมีข้อขัดแย้งทางแง่มุมกฎหมายอีกหลายอย่าง ยิ่งสถานะ ครม.ที่หมิ่นเหม่กฎหมายแบบนี้ เป็นเรื่องเสี่ยงมากที่ กกต.จะร่วมการออกฎหมายนี้ เพราะถ้าขืนมีคนเอาไปฟ้องขืนมา ต้องมีคนรับผิดชอบจ่ายเงินก้อนมหาศาลนี้ด้วย

คนเสื้อแดง ที่เข้มแข็งอุดมการณ์ปัจจุบันแทบไม่เหลืออยู่อีกแล้ว เพราะเป็นบัวพ้นน้ำกลับเนื้อกลับตัวกันหมดแล้ว ส่วนที่เหลืออยู่ก็เป็นพวกทุยแดงเห็นแก่เศษเงิน มีผลประโยชน์ร่วมกันกับขบวนการ ล้มเจ้าล้มราชวงศ์ ไม่ยอมโผล่พ้นแม้กระทั่งกะลาครอบหัว ผู้ว่าปราจีนเสื้อแดงที่เกณฑ์ ผู้ใหญ่ กำนันมาเพื่อจะเอาม็อบชนม็อบ มาวันนี้ก็ถูกประชาชนขับไล่ตะเพิดแล้ว..

สอดคล้อง กับผลอีสานโพลของมหาลัยฯ แห่งหนึ่งที่สำรวจความคิดคนอีสาน ดังนี้
- คนอีสานส่วนใหญ่ ร้อยละ 72.5 เห็นด้วยและสนับสนุน ถ้าศาลไคฟงรัฐธรรมนูญจะเอาผิดปูเน่า ในคดีโยกย้ายถวิล
- ชาวอีสานกว่า ร้อยละ 93 จะไม่ยอมมาร่วมประท้วงเพื่อปกป้องปูเน่า
- คะแนนนิยมบริษัทเผาไทย ลดฮวบฮาบในภาคอีสาน เหลือร้อย 28 เท่านั้น เป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเลย

เพราะชีวิตความเป็นอยู่คนอีสานไม่ได้ดีขึ้น พวกเขาได้รับความเดือดร้อนจาก “ประชาธิปไตยจอมปลอม” ที่ยัดเยียดให้พวกเขา มันอดอยาก ยากจน และของแพง เดือดร้อน เช่น การโกงจำนำข้าว หรือ กรณีถวิล มุมมองคนอีสาน มันก็คือการทุจริต และการใช้อำนาจช่วยญาติพี่น้อง คนอีสานส่วนใหญ่วันนี้จึงพอใจมากกับคำตัดสินของศาล แต่เขาต้องการให้ลงโทษคนที่โกงจำนำข้าวของพวกเขาด้วยในดาบที่จะฟันครั้งต่อไป

เมื่อแกนนำเสื้อแดง ยุยง คุยโวมาหลายเดือน ขู่ ปล่อยข่าวมาตลอดว่า จะขนมวลชนเสื้อแดงฮาร์ดคอร์ มาก่อนสงครามกลางเมือง เป็ดเหลิมขู่ว่าต้องเกิดกลียุค ช่องเอเซียอาบแดดบอกวันนี้จะเอาเสื้อแดงมาให้ฆ่า 1,000 คน..จะก่อจลาจลเหมือนเขมร..เฮ้อ กูละเบื่อ นักรบป๊อบคอร์นเขาฝากบ่นมา นั่งรอสอยดาวแถวศาลรัฐธรรมนูญ มาตั้งแต่เมื่อคืน ไม่เจอแมงเม่าแดง บินมาให้เด็ดปีกเล่นสักตัว แค่มีวัยรุ่นเด็กแว้น ขับรถมอเตอร์ไซต์นำตะปูเรือใบมาโปรย ที่บริเวณแนวบังเกอร์ด้านหลังเวทีแจ้งวัฒนะขาออก ตรงข้ามโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ แล้วขับรถหนีไปแค่นั่นเอง..โถ..ฮาร์ดคอร์ตะปู..ฮา

ตอนแรกขบวนการล้มเจ้า ล้มราชวงศ์ ตั้งใจจะนำ “กองกำลังติดอาวุธชุดดำรับจ้าง" โดยมอบภารกิจคือ สร้างสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่กรุงเทพ ตั้งแต่วันที่ 5 พ.ค.2557 เป็นต้นไป รับไม้ต่อจากการปะทะกับม็อบกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กับมวลชน กปปส.ที่กระทรวงคลองหลอด..แต่แผนนั้นก็หงายเหงิบไป เมื่อเจอกลุยุทธ์ทิ้งค่ายแล้วมาเอาคืน

ในวันนี้ 7 พ.ค.57 ภายหลังศาลตัดสินถีบปากเน่าตกเก้าอี้นายกเทียม จะใช้ปืนกลแบบพับฐาน ยิงชาวบ้าน...แต่แล้วก็ต้องหงายเงิบอีกเป็นครั้งที่ 8,000 เมื่อเวลาราว 02.00 น. ไปจนถึงใกล้เช้า ได้มีชายนิรนามจากไหนไม่รู้ (^_^) จำนวนสองกองร้อย อาวุธครบมือ เข้าบุกจู่โจมเคลียร์ยึดอาวุธหนัก และระเบิดมือ พร้อมอาวุธสังหาร ปืนติดกล้องซุ่มยิงหลายกระบอก ปัจจัยได้อีก 15 กิโลกรัม ในห้างเสื้อแดง ได้จำนวนมาก

โดยกองกำลังติดอาวุธชุดดำที่เตรียมไว้เกือบ 300 คน ไม่มีโอกาสได้ต่อสู้ หรือใช้อาวุธ เลยสักเปรี้ยง และโดนควบคุมตัว ไปสอบขยายผล ว่าเป้าหมายการสังหารเป็นใคร เพื่ออะไร รับงานจากใคร พาไปขึ้นรถเที่ยวไปเข้าค่ายแห่งหนึ่งในภาคใต้ ป่านนี้คงได้ฟังดนตรีไทยบรรเลงกันสนั่นค่าย จนหน้าตาบวมปูดไปหมดแล้ว..และอาจมีการใช้ตะเกียบดีดไข่ด้วย..ฮา

ช่วงนี้อับดุลฟิตมาก สั่งลูกน้องไปลุยโกเต็ก เมื่อเวลา 10.00 น. ชายชุดดำกองปราบ ได้นำกำลังพร้อมหมายศาล เข้าค้นสถานีวิทยุเรดการ์ดของโกเต็ก คลอง 3 ลำลูกกา ปทุมธานี ยึดปืนลูกซองห้านัดได้ 1 กระบอก วิทยุสื่อสาร 3 เครื่อง พร้อมกระสุน-มีดดาบ..ใจร้ายกันจัง..ฮา เดี๋ยวมีอีกหลายระลอก..ขอบอก แดงถูกไล่ล่าสอยไปจนหมดแน่ๆ

พอศาลตัดสินปุ๊บอับดุลสั่งลูกน้องเรียกคืนเฮลิคอปเตอร์ 2 ลำ ที่ใช่บินไปโน่นมานี่กลับมาแล้ว รวมทั้งรถนำขบวน เหลือไว้ให้เพียงรถ BM คันเดียว ( จักรยาน BMX..ฮา ) ,

มีเสื้อแดงประมาณ 30 คน บุกโรงไฟฟ้าแม่เมาะ เรียกร้องให้หยุดส่งกระแสไฟฟ้าส่งไปสนับสนุนส่วนกลาง ผู้บริหารโรงไฟฟ้าได้บอกว่า ปัจจุบัน กฟผ.แม่เมาะมีหน้าที่ในการผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อเลี้ยงประชาชนในภาคเหนือ 7 จังหวัดเท่านั้น ไม่เพียงพอเพียงพอส่งไปส่วนกลางอยู่แล้ว...เงิบ!..หน้าแตกอีก..หุย ฮา !!

กองกำลังติดอาวุธ ถอดใจไปเกือบหมดแล้ววว เพราะไม่รู้ใครเป็นใคร มีใส้ศึกจาก กอ.รมน.อยู่แทรกอยู่ทุกแก๊งค์ เสื้อแดงไว้ใจใครไม่ได้เลย เพราะความลับแผนการรั่วหมดทุกครั้ง มันไว้ใจไม่ได้แม้แต่ตัวมันเอง จนบางทีมันจะยิงตัวมันเอง เพราะสงสัยว่าตัวมันเองจะเป็นใส้ศึก กอ.รมน. แต่ขืนออกมาปะทะตรงๆ ก็ตายเรียบ เจอยุทธการล้างน้ำหวานผิวถนนทันที..ส่วนพวกที่ทำระเบิดปิงปอง 1 หมื่นลูก ก็ดันระเบิดตายเองใส้แตก หัวหลุดกระเด็น ชิ้นส่วนยังตามไม่ครบเลย

การข่าวจากขุนพลสายลับอีสาน หลังจากนี้ การปะทะใหญ่คงจะยากตามที่เคยบอกไว้นานแล้ว จะมีบ้างก็คงเจอพวกป่วนเมือง คือ

1. แก๊งค์นรกป่วนชาติแดง นปช. รับอมหัวคิวทั่วราชอาณาจักร จะปฏิบัติการคือ ชุมนุมในพื้นที่เลาะเลียบค่าย กทม.ไม่ยาวนานมากนัก เพราะมีปัญาที่ท่อน้ำเลี้ยงตีบ , ทีวีแดงจะปลุกกระแสต่อต้านศาลรัฐธรรมนูญ และ ปปช. พร้อมทั้งใช้สื่อในเครือข่ายนำเสนอข่าวสร้างกระแสต่อต้าน และขยายความขัดแย้งให้กว้างขวางมากขึ้น , ทุยแดงในกรุงเทพ จะเคลื่อนขบวนขบวนรถยนต์และขบวนมอเตอร์ไซค์ไปๆ มาๆ เพื่อสร้างความรำคาญ และภาพความน่าหวาดกลัว

2.พวกคอมมิวนิสต์ จะสนับสนุนการชุมนุมของ นปช.แบบใต้ดิน คือ ปล่อยข่าวสร้างกระแสให้คนเข้าใจผิด แอบอ้างว่าการชุมนุมของเสื้อแดงได้รับการสนับสนุนจากพระบรมฯ , โจมตีใส่ร้ายองคมนตรี , โจมตีเบื้อสูงทั้ง 2 พระองค์ , ปล่อยข่าวว่ามีความแตกแยกในราชวงศ์ , ปล่อยข่าวว่าทหารแตกเป็นสองฝ่าย , ล็อบบี้ บีบแบ่งทรัพย์ชายดูไบ ให้ปล่อยท่อน้ำเลี้ยงสนับสนุนการชุมนุมของเสื้อแดง อย่าให้เงินพร่อง เพราะแกนนำต้องกินหัวคิวคนเสื้อแดงเป็นอาหาร

3.ส.ส.คอมมิวนิสต์ ปลุกกระแสต่อต้านพื้นที่ตนเอง คือ จัดชุมนุมต่อต้านศาล และ ปปช.ในจังหวัดของตนเอง , ให้การสนับสนุนไต้ดินกับทีมชุดดำในพื้นที่ ลงมือสร้างความรุนแรงในพื้นที่ตนเอง ก่อวินาศกรรม เช่น เผา,วางระเบิด, ยิงถล่ม เป้าหมาย ที่เป็นสัญลักษณ์ของฝ่ายต่อต้านขบวนการล้มเจ้า ล้มแผ่นดิน..

4.ก่อวินาศกรรม เช่น เผา,วางระเบิด,ยิงเอ็ม 79, ยิงผู้ชุมนุม เป้าหมายทั้งบุคคลและสถานที่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสถาบัน , ลอบสังหารแกนนำและบุคคลสำคัญ เพื่อสุมไฟให้เกิดการปะทะกันแบบแตกหัก

ก่อการเหตุต่อไปนี้จะเน้นไปที่ “แดงฆ่าแดง” เพื่อสร้าง แต่ที่แน่ๆ ถนนอักษะ Iron Man ว่อนแน่ๆ เสื้อแดงคงรอดการสังหารจากพวกเดียวกันได้ยาก เพราะขาเข้าไปที่ชุมนุมจะง่าย แต่ถ้าจะออกต้องถูกการ์ดเสื้อแดง ที่ชอบ “กร่าง” เมาแล้วจะไล่กระทืบผู้ชุมนุมประจำ ใครขืนจะหนีออกมาต้องโดนลากไปยิงทิ้งที่ในป่าข้างที่ชุมนุม ศพเสื้อแดงคงกองพะเนินอึดแน่ๆ และจะต้องแจกเป็น “แบงค์กงเต๊ก “ ให้ทุยแดงแทนเงินของจริง..ฮา

สมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 เมื่อพระองค์จะเริ่มสร้างเมืองหลวงใหม่ ได้ทรงผูกดวงเมืองและวางลัคนาดวงเมืองไว้ให้คู่กับดวงทหาร โดยให้ทหารเป็นผู้ปกป้องคุ้มครองบ้านเมือง บ้านเมืองจึงจะอยู่รอด ดวงชะตาของทหารนั้น เข้าเกณฑ์ "ราชาโชค" โคจรเข้าควบคู่กับดวงเมืองตั้งแต่ เดือน มกราคม 2519 เป็นต้นมา ซึ่งจะมีอิทธิพลให้ประเทศชาติบ้านเมืองค่อยคลี่คลายไปในทางดีขึ้น..ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงต่อไปนี้คงไปตามลำดับคำกลอนที่มีผู้แต่งไว้ คือ

- ศิวิไลซ์จะบังเกิดในสยาม หลังฝนคร้ามลั่นครืนจะยืนได้ (สื่อมวลชน, สื่อสังคมออนไลน์ขยายตัว, พายุลม ลูกเห็บ พิโรธ , แผ่นดินใหวเชียงราย, อำนาจศาล )
- จะเข้าสู่ยุคมหาชนพาไป เปลี่ยนเมืองใหม่ศักราชแห่งประชา (มวลมหาประชาชน,ปฏิรูป)

คนที่ไม่คิดคดโกง ไม่คิดเนรคุณต่อสถาบันชาติ ศาสนา และทำลายพระมหากษัตริย์ จะแคล้วคลาดปลอดภัย แต่คนที่ไปร่วมหรือสนับสนุนขบวนการล้มเจ้า จะต้องได้เจออาเพศแปลกๆ ที่คาดไม่ถึง ตามมาอีกมากแน่ๆ..อาจจะได้เห็น ครม.เถื่อนอุบัติเหตุตายแบบพิลึกยกเข่ง !!

ส่วนม็อบเสื้อแดงที่ถนนอักษะ รอบใหม่ ทราบมาว่าตอนนี้แกนนำแก๊งอมเงิน ชวนเสื้อแดงมาตายแทนเต็มที่แล้ว แต่เพิ่งได้ยอดเสื้อแดงที่สละชีพมารน้อยมากแค่ราว 5,000 คน ยังขาดเป้าหมอเหวงอีก 9.5 แสนคนเอง..แต่งานนี้ข่าวว่าชายดูไบ จะไม่ทุ่มเปิดท่อน้ำเลี้ยงทะลักแล้ว เพราะเซ็งกับการอมเงินของบรรดาแกนนำ..เขาตัดสินใจหันมาเลือกการสังหารแกนนำแดง แล้วแห่ศพ เพราะเขาเป็นพ่อค้า สามารถลดค่าใช้จ่ายลงไปได้หลายพันล้านบาท

เขาจะได้ยินเสียงทางไกลไปว่า “ ยอดเงินของท่าน ไม่พอสำหรับจัดม็อบ กรุณาเติมเงินเพิ่ม “ แต่ปลายสายแดนไกลจะตอบอัตโนมัติกลับมาว่า “ หากท่านเป็นนักจัดม็อบมานานเกิน 3 ปี ขอให้ท่านสำรองจ่ายไปก่อน เพราะท่านแดกหัวคิวมามากแล้ว “..ฮา

@เสธ น้ำเงิน


บันทึกการเข้า
eskimo_bkk-LSV team♥
.กลุ่มผู้มีน้ำใจงาม..
member
*

คะแนน1501
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9719


ไม่แล่เนื้อเถือหนังพวก


« ตอบ #14 เมื่อ: พฤษภาคม 30, 2014, 08:17:23 pm »

เสธน้ำเงินไขปัญหาข้อข้องใจ

หลายคนที่ไม่ใช่คนที่เคยผ่านการฝึกอบรมด้านการยุทธ์พิชัยสงครามมา
อาจฉงนในการเดินกลศึก ของชายผู้ไม่ยิ้มหลังการรัฐประหาร 1 สัปดาห์ที่ผ่านมานี้
พอจะไขข้อข้องใจประมวลข้อสงสัยหลายๆ คน ให้ฟัง เท่าที่พอจะบอกเล่าสู้กันได้ดังนี้

1. ทำไมต้องเอาชายชุดดำคนนั้น คนนี้ หรือคนเทาๆ คนที่เคยปราบม็อบประชาชนปี 51
มาช่วยราชการนครชั้นใน..คำตอบคือ " กำปั้นเหล็ก"..
เพราะตอนนี้มีม็อบรับจ้างป่วน และพวกโลกแคบ ในเมืองหลวง
กลุ่มเล็กๆ ราว 200 คน กระจาย 2-3 จุด

คนที่เคยใช้กำปั้นเหล็ก จะชำนาญการใช้วิธีการนี้ม็อบป่วนนี้ได้ดี
ภายไต้กฎอัยการศึก มวลชนป่วนปริมาณน้อย
คนแบบนี้แหละ ใช้ " กำปั้นเหล็ก "ถนัดนัก
 ถ้า มวลชนมาก ก็ต้องเป็นคนอีกแบบหนึ่ง

Put the right man in the right job (ใช้คนให้ถูกกับงาน)ใช้ได้เสมอ 
ดูผลเบื้องต้นจากม็อบอนุสาวรีย์ เมื่อวาน แค่มา 2-3 คน ยังโดนซิวเข้าค่ายไปหมด
แต่การใช้คนก็มิได้หมายความใช้ตลอดไป สถานการณ์เปลี่ยน คนก็อาจเปลี่ยนได้

ดังนั้นพวกป่วนเมือง ต่อไปนี้จะค่อยๆ ลดจำนวนลงเรื่อยๆ เพราะต้องเผชิญปัญหาหนัก คือ มันเสียววว

ส่วนชายชุดดำฝ่ายดี ก็สนับสนุนเขา ให้เข้าไปไปอยู่ในจุดยุทธศาสตร์สำคัญ
เปลี่ยนฐานกำลังระดับล่าง รองรับนโยบาย คสช.

2. ทำไมถึงตั้งที่ปรึกษา คนนั้น คนนี้ ที่เป็นคนของระบอบเก่า พิชัยสงครามเรื่องนี้ง่ายมาก
เพราะ " ใครจะรู้สายสนกลใน ระบอบเก่า เท่าคนในระบอบเก่า "
หรือในสมัยสงครามเวียดนาม " ใครจะรู้เส้นทางอุโมงค์ลับใต้ดิน ช่องปิด ช่องปล่องระบาย จุดอ่อน
ได้ดีเท่าทหารเวียดกงแปรพักษณ์เอง "

ประเทศต้องเดินหน้า จะมามัวหันกลับมามองหลังทำไม เอาคนที่ดีพร้อม
แต่ไม่รู้สายสนกลในระบอบเก่าแท้จริง ต้องใช้เวลาศึกษาอีกกี่เดือน กี่ปี ? เราไม่มีเวลามากขนาดนั้น
เอาคนเก่าไป สร้างทางด่วน เร่งจัดการปิดช่องระบอบเก่า นี่แหละแสบที่สุด

ไปดูบทเรียนซิว่าจิวยี่ และขงเบ้งแตกทัพเรือโจโฉ ที่มีปริมาณมหาศาลเขาทำอย่างไร ,
หรือพม่าใช้วิธีการใด ให้การเปิดประตูกรุงศรีอโยธยา จนทำให้กรุงแตกครั้งที่ 2 ,
พิชัยสงครามนำคนระบบเก่า มาปิดช่องว่าง และทำลายระบบเก่าเอง ใช้มาแต่โบราณกาลแล้ว

การดูคนต้องอย่าดูประวัติเทาๆ ย้อนหลังเขาอย่างเดียว
แต่ต้องดูแนวคิดปัจุบันเขาเป็นหลัก เพื่อสร้างอนาคต
ดูกำนันซิ ใครจะคิดว่าคนที่เทาๆ จะเปลี่ยนไป นำมวลชน จุดประกาย คุณธรรม ความรักชาติได้ขนาดนี้
ถ้าไปพูดเรื่องนี้กันเมื่อสัก 6-7 ปีที่แล้ว คงหัวเราะกันกลิ้ง แต่เมื่อเวลาผ่านไปเป็นไง ?

หรือดูอย่างชายผู้ไม่ยิ้ม เขาอดทนคนปรามาสเขามานานกว่า 3 ปี ทำการบ้าน
วางซินนาริโอ เงียบๆ ใครด่า ใครดูแคลน ใครว่าเกียร์ว่าง ใครว่ารับค่าปิดปาก เขานิ่งสนิท
แต่เมื่อเขาลงมือ เขาตลุยเดินหน้าลูกเดียว ไม่หันหลัง แทบไม่ได้หลับได้นอน

เพื่อปกป้องสถาบันเบื้องสูง ชาติ ศาสนา และประชาชน
สามารถหยุดสงครามการสู้รบของคนไทยด้วยกัน
แบบซีเรีย ยูเครน และ อีกหลายประเทศ ได้แบบเพียงข้ามคืนเท่านั้น

ส่วนผู้ทรงคุณวุฒิ มีสติปัญาความรู้ ความสามารถ ของประชาชนฝ่ายดี
ยังมีตำแหน่งทางการเมือง ในรัฐบาลใหม่อีกเป็นพันตำแหน่ง
รอพวกท่านอยู่ ใจร่มๆ การต่อสู้ของประชาชนไม่สูญเปล่า
ได้ร่วมงานกับ คสช.แน่ๆ

3. ทำไมไม่ย้ายข้าราชการ ทำไมไม่สอบสวน ปลด คนนี้ คนนั้น...ตำราพิชัยสงคราม

 " ต้องจัดระเบียบแม่ทัพหลัก ที่ต้องอยู่จุดยุทธศาสตร์หัวเมือง ให้เข้าที่เข้าทางก่อน "

มันต้องเขย่าให้เข้าที่ ส่วนจุดยุทธศาสตร์รอง หัวเมืองเล็ก
หรือการเยียวยาเรื่องในอดีต ก็ต้องทะยอยทำทีหลังไปเรื่อยๆ แบบเนียนๆ

ประเทศไทยที่ผ่านมา ก้อนมะเร็งร้ายจากระบอบเลือกตั้งขี้โกง
มันลุกลามไปทั้งร่างกาย ต้องเฉือนผ่าตัดเนื้อร้ายที่สุดออกก่อน
เพื่อหยุดการลุกลาม แล้วค่อยๆ รักษาแผลไป
และตัดก้อนเนื้อร้ายเก่าไปเรื่อยๆ

ขืนผ่าตัดรวดเดียวทั้งตัวพร้อมกัน คนไข้ก็ทนไม่ไหว จะสิ้นลมซะก่อน
ดูบทเรียน การศึกสมัยรัชกาลที่ 1 ที่พระองค์ปราบหัวเมืองที่แข็งเมือง
และควบคุมเมืองที่มาสวามิภักดิ์ จนประเทศไทยขยายอาณาจักร
ไปได้อย่างกว้างใหญ่ไพศาลถึงปัจจุบัน

4. ทำไมต้องปล่อยแกนนำฮาร์ดคอร์ แล้วพวกนี้จะไม่มายุยง ให้ป่วนรุนแรงอีกหรือ...
คิดแบบนั้นตื้นไป พวกนี้ล้วนสู้เพื่อรวย เมื่อมีภัย ก็อยากรวยแล้วเลิก
เพื่อได้มีโอกาสใช้เงินสักระยะในชีวิต

ทุกคนที่ปล่อยไป จะถูกชายชุดเขียวบังคับให้เซ็นต์เอกสารฉบับหนึ่งก่อนปล่อย
ไม่ขอเปิดเผยเนื้อหาในเอกสาร และส่งชายชุดเขียว ประกบเฝ้าทั้งทางลับ และเปิดเผย
ระบบการสื่อสาร ติดต่อทุกช่องทาง ถูกเฝ้าฟัง ติดตามทุกวินาที


แม้ยามเข้าไปขี้ ยังรู้ว่ามีตดประกอบเสียงกี่ครั้ง และถูกจำกัดที่อยู่
ไม่ได้เดินทางไปมาไหนเสรีเหมือนคนทั่วไป
ใครติดต่อพวกนี้ ช่วงนี้จะถูกเช็คประวัติ และเรียกมารายงานตัวเพิ่มต่อ คสช.ไปเรื่อยๆ

และถ้าผิดเงื่อนไขเอกสารที่ลงนามไว้ ก็เข้าทาง
เพราะเหมือนเร่งให้การจัดการเร็วขึ้นตามอำนาจกฎอัยการศึก
ในส่วนคดีความเดิมๆ ของแกนนำ ทั้งคดีหมิ่นฯ คดีก่อการร้าย คดีกบถ ทุจริต ฯลฯ
 ก็สั่งให้เดินหน้าต่อ เพราะถูกชลอมานาน ช่วงรัฐบาลเก่า

ต่อไปนี้แกนนำ อดีต รมต. ส.ส. ส.ว. ฯลฯ เครือข่ายแดงทั้งหลาย
ก็มีหน้าที่ต้องเดินขึ้นโรงขึ้นศาลคดีเก่า
โดยมีชายชุดเขียวคุมมา ส่วนคดีใหม่หลังประกาศกฎอัยการศึก
ก็ขึ้นศาลทหาร ตัดสินครั้งเดียวจบเลย ไม่มีอุธรณ์ ฏีกา

5. ทำไมไม่ลดราคาพลังงาน น้ำมัน แก๊ส..แหม่
ทีรัฐบาลเลือกตั้งขึ้นราคาทุกเดือน มานานจะเป็นปีแล้วยังทนได้
นี่บิ๊กสีเขียวเขาเพิ่งรับสนองพระบรมราชโองการ ได้ 4 วัน
 มันจะไปทำทุกเรื่องให้ได้ดั่งใจทุกคน ก็เป็นไปไม่ได้
ต้องช่วยเหลือชาวนาคนจนๆ ก่อน เขาเดือดร้อนกว่า
แต่แนวทางพลังงานก็ออกมาแล้ว คือ มีนโยบายให้โล๊ะบอร์ดรัฐวิสาหกิจทั้งระบบ
ขั้นตอนก็มีบ้างเป็นพิธีนิดหน่อย คือ ผ่านมติที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้น
เพื่อให้ คสช.ส่งทีมของตนเอง เข้าจัดการทั้งระบบ
 ทั้งไฟฟ้า ประปา โทรศัพท์ น้ำมัน แก๊ส ยา รถไฟ รถไฟฟ้า ทางด่วน ฯลฯ

พวกนี้ปัญหามันหมักหมม มานานกว่า 10 ปี
จะมาทำภายใน 4 วันมันไม่ได้
ชนะศึก ต้องชนะสงครามอย่างมั่นคงด้วย

ชายผู้ไม่ยิ้มเขาเคยกระซิบบอกคนบางคนว่า
" ถ้าผมทำจะไม่ให้ซ้ำรอยบิ๊กบัง" และ
สิ่งที่เหนือว่านักการเมืองของเขา ก็คือ " ความจงรักภักดี "
และตอนนี้เขากวาดล้างหนัก นาทีนี้ เขาจึงไว้ใจได้มากกว่าขบวนการล้มเจ้าแน่นอน

แค่ผลงาน คสช.นำโดยบิ๊กสีเขียว แค่ 4 วันที่ผ่านมา
นี่เป็นน้ำจิ้ม ที่ช่วยเหลือประเทศไทย
ให้พลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส และผลงานที่จะตามมาอีกมาก
ก่อนการเลือกตั้งครั้งใหม่ จำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากคนไทยทุกคน

หยุดการเป็นคนขี้หวาดระแวง , หยุดหูเบา ,
หยุด ตั้งคำถามที่ไม่เกิดประโยชน์ใดๆ ,
หยุดยุแหย่ เสี้ยม , หยุดการสร้างความวุ่นวาย,
หยุดการสร้างข่าวเท็จ, หยุดเอาต่างชาติมาจุ้นในประเทศ ,

ใครมีหน้าที่ใด ให้กลับไปทำหน้าที่ของตนเอง
สนับสนุนการพัฒนาประเทศ เป็นหูเป็นตา
แจ้งสิ่งผิดปกติ ต่างๆ ให้ เจ้าหน้าที่ และ คสช. กลับมาสามัคคีกัน

อีกไม่นานเกิน 1 ปี เศรษฐกิจ เงิน ทอง จะอู่ฟู่

จนท่วมแผ่นดินธรรม แผ่นดินทองของเรา

@ เสธ น้ำเงิน

บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1 RC2 | SMF © 2001-2006, Lewis Media

lsv2555Leksound&Vision Webboard

Valid CSS!